ป.ป.ช. โอด ถูกฟ้องกราวรูด 18 คดี เล็งตั้งสำนักคดีแก้ต่าง
วัชรพล-สุภา กรรมการ ป.ป.ช.โอด ถูกฟ้องกราวรูด 18 คดี เจ้าหน้าที่ยันกรรมการ ป.ป.ช. สุภา หนักสุดเจอเดี่ยว ๆ 4 คดี หลังมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ผู้ถูกกล่าวหาฟ้อง กรรมการ ป.ป.ช.ได้ หวั่น ฟ้องประวิงเวลา-ขอดูพยานหลักฐานในสำนวน
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 นางสุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างรับฟังความคิดเห็นครบรอบ 3 ปี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 สำนักงาน ป.ป.ช.จัดกิจกรรมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พบสื่อมวลชนระดับบรรณาธิการ ผ่านระบบ Zoom ว่า หลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติให้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถยื่นฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.ได้ต่อศาลคดีทุจริตได้ ทั้งที่ในข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการได้เฉพาะให้ประชาชนยื่นต่อสภาและสภาก็ตั้งกรรมการไต่สวนมีผลอย่างไรให้ส่งไปที่ศาลฎีกา
“สุภาอึดอัดมาก เพราะว่าจะมีการฟ้องเป็นประจำ สุภาจะโดนฟ้องเป็นประจำ ก็ต้องเบรกไป เบรกไปชี้แจง จะเสียเวลาในเรื่องชี้แจงมาก ๆ ซึ่งเราพยายามทำความเข้าใจว่า จริง ๆ แล้ว ศาลท่านมีความคิดอย่างไงถึงบอกอย่างนี้ได้ ถ้าเกิดว่าเรากลั่นแกล้งเราก็ต้องโดนอยู่แล้ว ผ่านกระบวนการรัฐสภาอยู่แล้ว แต่ทีนี้เรามีเยอะคดีมากที่เราโดนฟ้อง สุภาโดนทุกคดี คดีปาล์ม (อินโด) เยอะที่สุด”
เมื่อถามว่า กำลังเสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นางสุภากล่าวว่า ก็คงกำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งเท่าที่ผ่านมาคดีหลายคดีใน ป.ป.ช.จะไม่ได้โดนฟ้อง เพราะทำตามหน้าที่ไต่สวนและขึ้นต่อศาล แต่ทีนี้ลูกความก็มีการฟ้องร้อง ฟ้องร้องอย่างต่อเนื่อง ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ ฟ้องทั้งกรรมการ ฟ้องท่านประธานด้วย เพราะฉะนั้นมันก็จะมีเวลาในการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งทำให้เสียเวลามาก
พล.ต.อ.วัชพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.กล่าวเสริมว่า มีสถิติก่อนปี 63 กรรมการ ป.ป.ช.ถูกฟ้อง 5 คดี ในปี 63 ถูกฟ้อง 6 คดี ปี 64 ถูกฟ้อง 7 คดี รวมทั้งหมด ถูกฟ้อง 18 คดี
“ใน 18 คดี มีผมกับท่านสุภา 7 คดี มีผม กรรมการ ป.ป.ช.ท่านอื่น และท่านสุภา 6 คดี ท่านสุภาเดี่ยว ๆ 4 คดี และอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว 1 คดี”
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ต้องใช้เวลาการเตรียมแก้ต่าง และรบกวนสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.)แก้ต่าง ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังสร้างสำนักคดีให้มีความพร้อมในการแก้ต่าง เพราะดูแนวโน้มมติในที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกายังดำรงอย่างนี้ต่อไป เขาก็จะฟ้องได้มาก ผู้เสียหายมี 10 คน ฟ้องตาม ป.วิ อาญา มาตรา 28 เขาจะฟ้องง่ายมาก เราก็ต้องไปแก้ต่าง ต้องตกเป็นจำเลย กระบวนการทำงานก็อาจสะดุดอยู่บ้าง ขวัญกำลังใจก็จะลดน้อยลงไป
“ไม่ได้ฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.เท่านั้น เจ้าหน้าที่ก็โดน โฆษก ก็โดน เรากำลังดูอยู่ว่าดำเนินการอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมาย ป.ป.ช.ก็ดี มีช่องทางอยู่ แต่เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยอย่างนี้ เราก็น้อมรับ แต่ว่าเป็นปัญหาการทำงานอยู่เหมือนกัน”
พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า เราก็จะปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอก เพราะการเปลี่ยนมติที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาไม่ใช่เรื่องง่าย มติที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกามีหลักหนึ่ง แต่วันนี้มาเปลี่ยนเป็นอีกหลักหนึ่ง ป.ป.ช.เคารพ ใครฟ้องก็ต้องสู้คดีไป
“ในจำนวนคดีที่ถูกฟ้อง 18 คดี มีอยู่คดีที่เป็นการฟ้องระหว่างประเทศอยู่คดีหนึ่ง ซึ่งใกล้พิจารณาจบ พอเปิดโอกาสให้ฟ้องได้เขาก็ฟ้อง พอฟ้องแล้วก็ใช้คำสั่งศาลขอดูพยานหลักฐานบ้าง เขาทำทุกช่องทางเพื่อประวิงเวลาเรื่องของเขา และไม่ใช่ประวิงเวลาธรรมดา ฟ้องเราเลย”
นางสุภากล่าวทิ้งท้ายว่า ฟ้องเพื่อเอาพยานหลักฐานในสำนวนคดีอาญา ซึ่งเราไม่ให้อยู่แล้ว สู้ก็สู้ไป