เมื่อยานแม่ SCBS ซื้อหุ้น BITKUB “ไทยพาณิชย์” ได้ผลบวกแค่ไหน!!
ยานแม่สร้างความฮือฮาอีกครั้ง หลังวานนี้ (2 พ.ย. 64) SCB หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ หรือ SCBS ได้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นของ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ BITKUBในสัดส่วน 51% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 1.78 หมื่นล้านบาท
โดย BITKUB ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้ออขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) เบอร์ 1 ของเมืองไทย โดย 9 เดือนแรกของปีนี้มีส่วนแบ่งการตลาดราว 92%และสามารถซื้อขาย CRYPTOCURRENCY ประเภทหลัก เช่น Bitcoin, Ethereum, USD Coin, BNB Coin ฯลฯ ซึ่งธุรกรรมครั้งนี้จะแล้วเสร็จเมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ธปท., ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึง Due Diligence โดยทาง SCB คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1/65
คาดหนุนกำไร SCB ปีละ 1 พันลบ.
นักวิเคราะห์จากบล.เอเซีย พลัส มีความเห็นว่า ราคาซื้อขาย 1.78 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับการดำเนินงานตามที่ SCB เปิดเผยใน SET พบว่างวด 9 เดือนแรกของปีนี้ (งบการเงินยังไม่สอบทาน) BITKUB มีรายได้ 3.3 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท ประเมินเป็นกำไรต่อปีราว 2 พันล้านบาท (Pro rate) คิดเป็นกำไรส่วนของ SCB ตามสัดส่วนการถือหุ้นราว 1 พันล้านบาท (3% ของประมาณการกำไร SCB ปี 2565 ของฝ่ายวิจัย) เทียบเท่า PER ประมาณ 18 เท่า มองว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับ Coin base (Platform ซื้อขาย CRYPTOCURRENCY ในสหรัฐฯ) มี Forward PER ซื้อขายที่ 47 เท่า ขณะที่ในเชิงกลยุทธ์การรวมกับ SCBS น่าจะเข้ามาเสริมพัฒนาระบบของ Bitkub ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยเสริมฐานลูกค้าของทั้งคู่ ทั้งในเชิงของการ Asset Allocation อิงวิธี GGM ได้ PBV ที่ 1.02 เท่า ให้ FV ปี 2565 ที่ 140 บาท คงแนะนำ ซื้อ จากพัฒนาการด้าน Fin tech คาดการณ์หนุน ROE ระยะยาว และเป็นปัจจัยผลักดันให้ PBV ซื้อขายเกิน 1 เท่า PBV ในระยะถัดไป จากปัจจุบันที่ 0.95 เท่า นอกจากนี้ BITKUB เคยเปิดเผยแผนว่าจะเข้า IPO มองเป็นการ Unlock value ทางอ้อมให้กับ SCB ผ่านการประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี SOTP
เปิดโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้า Digital Asset
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย)ก็มองว่าการทำธุรกรรมครั้งนี้เป็นบวกต่อ SCB เช่นเดียวกัน เพราะจะเป็นตัวเร่งให้ SCBX (SCB หลังปรับโครงสร้าง) เข้าถึงฐานลูกค้าในกลุ่ม Digital Asset Investor ได้เร็วขึ้น ผ่านกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ของ BITKUB ที่คาดมีจำนวนมากกว่า 2.4 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่มีความพร้อมที่จะทำความเข้าใจและลงทุนกับ ผลิตภัณฑ์ Digital Asset ใหม่ๆ มากกว่านักลงทุนทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้ SCBX สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาใน Platform ของ BITKUB ได้ในอนาคต ตามแผนขยายธุรกิจในกลุ่ม Fintechเช่น Defi, NFT, Token หรือการเป็น ICO Portal อีกทั้งมีโอกาสสร้าง Synergy บนฐานลูกค้าตลาดทุนเดิมของ SCBS ซึ่งมีลูกค้านักลงทุนกลุ่ม Digital User ที่ลงทุนผ่าน Application “Easy Invest” ราว 5 แสนราย ที่อาจจะเริ่มต้นสนใจหรือมาใช้ Platform ซื้อขาย Digital Asset ของ BITKUB มากขึ้น (เป็นทางเลือกหลักในการเข้าสู่ตลาด Digital Asset) นอกจากนี้ SCBX ยังมีธุรกิจในกลุ่ม Tech Support เช่น SCB10X, TECHX และ DATAX ที่จะเข้ามาช่วยเสริมระบบการดำเนินงานให้ Platform ของ BITKUB มีเสถียรภาพในการให้บริการมากขึ้น เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่จะทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งการที่แบงก์ใหญ่อย่าง SCB ซึ่งมีความพร้อมทั้งทีมงาน และเงินทุนเข้ามาร่วมลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำของตลาด Digital Asset Exchange อย่าง BITKUB คาดจะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนมากขึ้น และทำให้มีโอกาสที่จะเห็นการขยับขึ้นของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อบัญชีให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาท
ในแง่ของผลต่อประมาณการ แม้ช่วงสั้นมองว่าจะยังมีนัยต่อกำไรของ SCB ไม่มากนัก (หากประเมินกำไรต่อปีของ BITKUB ที่ 2,000 ลบ. จะคิดเป็นผลบวกต่อประมาณการกำไรสุทธิของ SCB ในปี 2565 ราว 2%) แต่ในระยะยาวจากกระแสการเข้าสู่ตลาด Digital Asset ของนักลงทุนไทยที่เพิ่มมากขึ้นและโอกาสในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างด้าน IT ให้กับ BITKUB จะทำให้ BITKUB อยู่ในฐานะเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งมากขึ้น และมีแนวโน้มกำไรที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็น Upside Risk ให้กับ SCB ในอนาคต
ฝ่ายวิจัยมองว่า SCB เป็นแบงก์ที่มีความน่าสนใจจากทั้งทิศทางผลดำเนินงานที่จะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/64ตามการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง อีกทั้งมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวหลังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ SCBX ที่จะเน้นลงทุนในธุรกิจที่เทคโนโลยีที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นจาก Traditional Banking และยังมีกระแสเงินสดที่แข็งแรงจากธุรกิจเดิม จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside 18.5% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2565 ที่ 154 บาท (อิงวิธี GGM)