โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะงัดกลยุทธ์การตลาดฟื้น ‘โรงแรม-รีสอร์ท-ร้านอาหาร’ หลังวิกฤติโควิด-19

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 พ.ค. 2563 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2563 เวลา 01.48 น. • The Bangkok Insight

การระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อทั้งประชาชนและทุกธุรกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ที่ ประสบกับขาลงของธุรกิจอย่างหนักหน่วงก่อนธุรกิจอื่นตั้งแต่ในระยะแรกของการระบาด

จากข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ลดลงจากปีก่อน ถึง 42.78% ดังนั้นกลุ่มธุรกิจโรงแรมเองก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากยอดการจองห้องพักที่ลดลง เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง รวมถึงร้านอาหาร

ขณะที่ธุรกิจบริการอื่น ๆ อย่าง ฟิตเนส สปา การสันทนาการ และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินของรัฐบาล จึงทำให้โรงแรมชั้นนำหลายแห่งตัดสินใจประกาศปิดโรงแรมชั่วคราวเกือบทั้งหมดภายในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน และบางโรงแรมก็เสนอให้เป็นสถานที่กักตัว ของกลุ่มเสี่ยงซึ่งแน่นอนว่ายอดขายที่ได้ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไป

ปนัสพร นพศรี

ปนัสพร นพศรี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง แพม พลัส พลัส (PaM++) ผู้นำด้าน Brand and Marketing Agency นักการตลาดด้านการสร้างแบรนด์และสื่อสารการตลาด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้รายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร หดหายไปอย่างคาดการณ์ไม่ได้เมื่อเทียบกับสภาวการณ์ปกติ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาคือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

อย่างไร มองว่าอุตสาหกรรมนี้จะกลับมาฟื้นคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว และ "ผู้ที่มีกลยุทธ์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง" ฉะนั้น หากใครมีวิธีดึงดูดใจลูกค้าได้ดีกว่าก็จะกลับมาได้เร็วกว่า เพราะหลังจากเหตุการณ์นี้สิ้นสุดลง ผู้บริโภคก็พร้อมจะกลับไปใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างมาก การต่อสู้ในอุตสาหกรรมนี้จึงจะดุเดือดกว่าที่เคยเป็นมา

ทั้งนี้ แพม พลัส พลัส ได้เสนอแนะกลยุทธ์การตลาดที่เป็นประโยชน์สำรับผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ดังนี้

• ก่อนจะเริ่มทำแคมเปญการตลาดใด ๆ ควรประเมินสถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจก่อนทั้งปัจจัยภายในและภายนอก กุญแจสำคัญคือจุดขายที่ไม่ซ้ำใคร และมองตลาดให้ขาด เพื่อดูว่าคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อมกำลังทำอะไรอยู่ อย่ารีบเอาแผนการตลาดเดิมที่คิดไว้ก่อนเหตุการณ์ออกมาทำต่อทันที

สร้างบทสรุปของธุรกิจ (Executive Summary) โดยเน้นไปที่การเปิดตัวโรงแรม, รีสอร์ท และร้านอาหารใหม่หลังจากวิกฤติโควิด-19 และสร้างแผนการสื่อสารที่เกี่ยวข้อง บทสรุปนี้ควรจะครอบคลุมถึงหลาย ๆ ฝ่ายที่ต้องร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อให้การกลับมาครั้งนี้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ที่สุด

เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างการสื่อสารการตลาด เพื่อให้ได้ทีมที่มีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้อย่างรวดเร็ว

• ได้เวลาปัดฝุ่นแบรนด์และการวางตำแหน่งแบรนด์ เพื่อปรับให้เข้ากับความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) ของการสื่อสารการตลาดที่จะเกิดขึ้นหลังจากวิกฤติโควิด-19

• หากกำลังจะทำแคมเปญแบบเต็มสูบ อย่าลืมสร้างแผนการสื่อสารให้เต็มรูปแบบด้วยเช่นกัน เพื่อการกลับมาที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง

เข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภค จี้จุดปัญหาที่ผู้บริโภคกำลังเชิญอยู่ หาความต้องการของผู้บริโภคหลังวิกฤติโควิด-19 ให้เจอ และสร้างแผนการตลาดที่เฉพาะเจาะจง ตรงประเด็น ตรงเป้าหมายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อโปรโมทโรงแรมให้กับคนในประเทศและต่างประเทศ

จัดทำแผนธุรกิจทั้งหมดใหม่ รวมทั้งฝ่ายการสื่อสารการตลาดควบคู่ไปกับแผนของฝ่ายต่างๆ ในบริษัท

 

"แม้ว่าวิกฤติครั้งนี้จะจบลงแล้ว แต่ผลกระทบยังคงมีผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนต่อไป จึงเป็นเหตุผลที่เราไม่แนะนำให้โรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร แค่ทำเพราะต้องทำ เช่น ไม่ควรแค่จัดโปรโมชั่นลดราคาห้องพัก หรือเพียงแค่ให้สิทธิประโยชน์อื่นแถมเข้าไปเพิ่มจากการจองอย่างที่ทำกันอยู่ตามปกติเท่านั้น"ปนัสพร กล่าว

สำหรับแผนที่ดีต้องมีการปรับให้เข้ากับความปกติในรูปแบบใหม่ (The New Normal) ไม่ว่าจะเป็นแผนโซเชียลมีเดีย แผนการประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชั่น การโฆษณา หรือแผนการตลาดในภาพใหญ่ เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่งขันและอยู่รอดได้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...