โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กล้วยหอมทอง สร้างอาชีพเงินล้าน ของวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทองปทุมรัตน์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 24 ก.พ. 2562 เวลา 08.41 น.

อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งทำเลทองของการปลูกกล้วยหอมเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของไทย โดยอำเภอหนองเสือมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมมากถึง 14*,170.10 ไร่ กล้วยหอมทองที่ปลูกในพื้นที่นี้ได้รับการยกย่องว่า มีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค เพราะปลูกในแหล่งดินเหนียวที่มีแหล่งน้ำชลประทานทั่วถึง มีการดูแลจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ทำให้กล้วยหอมที่ปลูกได้สามารถส่งออกไปขายถึงประเทศญี่ปุ่น *

เมื่อ ปี 2558 เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมในพื้นที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ ภายใต้การนำของประธานกลุ่มฯ คือ คุณนุกูล นามปราศัย ได้รวมตัวกันจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ เพื่อผลิตกล้วยหอมพันกว่าไร่ และจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและส่งออก เนื่องจากกล้วยหอมจัดอยู่ในกลุ่มผลไม้เพื่อสุขภาพ ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ผลดีของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมมีโอกาสสร้างอำนาจต่อรองราคากับผู้ซื้อสินค้า รวมทั้งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการปลูกดูแลสวนกล้วยหอมอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต เช่น การจัดตั้งธนาคารปุ๋ย การหมุนเวียนแรงงาน การตั้งราคากลางสินค้า ฯลฯ ทำให้ทางกลุ่มฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับราคาสินค้า ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร

กศน. อำเภอหนองเสือ สนับสนุน

*การทำสวนกล้วยหอมอินทรีย์ *

ในอดีต คุณนุกูล และภรรยาคือ คุณปราณี เหมเชื้อ ประสบปัญหาการขาดทุนในการดำเนินธุรกิจ ทาง กศน.อำเภอหนองเสือจึงเข้ามาส่งเสริมอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าให้คุณปราณีใช้สร้างอาชีพเสริมรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ต่อมาคุณนุกูลหันมาเริ่มปลูกกล้วยหอมทอง บนเนื้อที่ 5 ไร่ โดยใช้สารเคมี ปรากฏว่า อาชีพการทำกล้วยหอมทองสร้างรายได้ก้อนโต จนต้องขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น

ต่อมา คุณกรรณกร ชูเทพ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอหนองเสือ ประกาศขับเคลื่อนนโยบายเกษตรธรรมชาติ ด้วยศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและรักษาแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทองอย่างแท้จริง โดย ผอ.กรรณกร ได้ชักชวนให้คุณนุกูลและภรรยาหันมาทำสวนกล้วยหอมทองแบบเกษตรอินทรีย์ เป็นรายแรกในอำเภอหนองเสือ ปรากฏว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จ สินค้ากล้วยหอมทองของคุณนุกูล มีคุณภาพมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ทำให้บริษัทผู้นำเข้าของญี่ปุ่นตัดสินใจสั่งซื้อกล้วยหอม จากสวนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณนุกูลมีรายได้ก้อนโต ชำระหนี้สินได้หมดและมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้

คุณนุกูล นามปราศัย และคุณกรรณกร ชูเทพ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอหนองเสือ

การปลูกดูแล

การปลูกกล้วยหอมทอง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวจะใช้เวลาดูแล ประมาณ 9-10 เดือน หากอยู่ในแหล่งชลประทาน เกษตรกรสามารถปลูกต้นกล้วยหอมทองได้ทั้งตลอดปี ทั้งนี้ เกษตรกรในอำเภอหนองเสือ นิยมทำสวนกล้วยแบบยกร่อง เนื้อที่ประมาณ 5.5-6.5 เมตร ร่องน้ำมีขนาดความกว้างประมาณ 1.0-1.5 เมตร เกษตรกรจะเลือกใช้หน่อพันธุ์กล้วยหอมทองที่เป็นหน่อใบแคบหรือหน่อดาบ ที่มีใบอยู่ประมาณ 3-4 ใบ เพื่อให้ต้นกล้วยตกเครือพร้อมๆ กัน ขุดหลุมลึกและกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ศอก ก่อนปลูกต้องรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปลูกต้นกล้วยหอมทองในระยะห่างประมาณ 1.0×1.5 เมตร หรือ 1.5×1.5 เมตร

หลังจากปลูก 10 วัน จะใส่ปุ๋ยยูเรียเร่งให้ต้นกล้วยแตกกอ เติบโตแข็งแรงสวยงาม ง่ายต่อการบริหารจัดการ ไม่ต้องซ่อม หลังปลูก ด้านการให้น้ำ จะใช้เรือรดน้ำต้นกล้วยหอม ประมาณวันละ 1-2 ครั้ง และรักษาระดับน้ำในร่องสวนให้มีความลึก 1 เมตร และต่ำกว่าระดับดินท้องร่อง ทประมาณ 50-80 เซนติเมตร

เมื่อต้นกล้วยอายุ 20 วัน ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 25-7-7 บำรุงต้น พอกล้วยอายุ 2-3 เดือน ปุ๋ยตร 16-16-16 ต้นกล้วยอายุ 5 เดือน มักเจอปัญหาการชะล้างหน้าดินบริเวณโคนต้น ทำให้โคนต้นตื้นและรากลอยง่ายต่อการโค่นล้ม จึงนิยมโกยเลนจากร่องน้ำขึ้นมาสุมโคนต้นกล้วย ประมาณ 2 ครั้ง ข้อดีของการโกยเลนท้องร่องมากองที่โคนต้นกล้วย ถือเป็นอาหารบำรุงต้นกล้วยที่ดี ช่วยให้ต้นกล้วยแตกกองอกงามได้ดีขึ้น

เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใส่ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์บำรุงต้นกล้วยตามช่วงอายุ  ต้นกล้วยอายุ 20 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 กล้วยอายุ 1-4 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 และ 16-16-16 สำหรับต้นกล้วยอายุ 5-7 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 สูตร 0-0-60 บำรุงต้นกล้วย สำหรับสวนกล้วยอินทรีย์ของคุณนุกุล เมื่อต้นกล้วยอายุ 4 เดือน จะใส่ปุ๋ยคอกจากมูลสุกร มูลไก่ และคอยรดน้ำตลอด เพื่อบำรุงให้ต้นกล้วยมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่ไม่ต่ำกว่า 5-7 หวี ต่อเครือ

โดยทั่วไป พื้นที่อำเภอหนองเสือมักประสบปัญหาภัยธรรมชาติ คือลมพายุในช่วงเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายนเป็นประจำทุกปี นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้สวนกล้วยได้รับความเสียหายจากปัญหาคอกล้วยหัก หรือเครือกล้วยผิดรูป เกษตรกรพยายามลดความเสียหายโดยใช้ไม้ไผ่ค้ำพยุงต้น

ช่วงอายุ 7-8 เดือน เป็นระยะต้นกล้วยเริ่มแทงปลี  พร้อมออกผล สวนกล้วยของคุณนุกูลจะใช้ไม้ค้ำพยุงลำต้นด้านขวาของต้นกล้วย เพื่อรองรับน้ำหนักของเครือกล้วยที่กำลังเจริญเติบโต ระยะนี้ เกษตรกรบางรายนิยมใส่กระดูกป่นบำรุงต้นกล้วย เพื่อให้ต้นกล้วยขยายปลีได้ดียิ่งขึ้น เพราะต้นกล้วยที่มีขนาดปลีใหญ่ มักจะได้เครือกล้วยขนาดใหญ่ตามไปด้วย

เมื่อปลีกล้วยเติบโตเต็มที่ เริ่มเปิดกาบปลี เห็นผลอ่อน เกษตรกรจะตัดปลีเพื่อให้ผลอ่อนเจริญเติบโตได้เต็มที่ ตัดแต่งใบกล้วยไม่ให้ทึบหนาจนเกินไป เปิดทางให้แสงแดดและกระแสลมพัดผ่านในสวนกล้วยได้อย่างสะดวก ลดการเกิดโรคและป้องกันแมลงเข้าทำลายต้นกล้วย พร้อมตัดแต่งใบที่เบียดกับหวีกล้วยออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผลกล้วยลาย ช่วงที่ต้นกล้วยกำลังตั้งท้อง คุณนุกูลจะปล่อยให้ต้นกล้วยมีใบ 10-12 ใบ เพื่อให้ใบกล้วยสร้างอาหารบำรุงเลี้ยงเครือกล้วยในอนาคต

เมื่อเครือกล้วยเติบโตเริ่มมีลูกเข้าทรงแล้ว คุณนุกูลจะใส่ถุงพลาสติกบางสีฟ้าใส ขนาด 1.0×1.2 เมตร ที่เจาะรูระบายอากาศห่อเครือกล้วยหอมทอง เพื่อป้องกันแมลงวันทองไม่ให้รบกวนผลกล้วย เมื่อครบกำหนดจึงตัดเครือกล้วยออกไปในจุดรวบรวมผลผลิต เพื่อล้างทำความสะอาดก่อนส่งขายตลาด

ภายหลังการเก็บเกี่ยวหมดทั้งแปลง เกษตรกรจะโค่นต้นกล้วยทิ้ง ทำความสะอาดแปลง กำจัดวัชพืชและตากดิน เพื่อรอการผลิตรอบใหม่ ระหว่างพักแปลงเพื่อป้องกันโรคและหนอนกอ คุณนุกูลมักแนะนำให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกปลูกพืชอื่น เช่น ข้าวโพด ฯลฯ เพื่อเสริมรายได้และไถกลบเป็นปุ๋ยอินทรีย์บำรุงดิน

 

ต้นกล้วยหอมเขียวด้านการตลาด

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ จำหน่ายผลผลิตให้คู่ค้าสำคัญคือ บริษัทส่งออกของญี่ปุ่น  ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง โดยมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เฉลี่ย 1,000 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์ ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน โดยจำหน่ายผลกล้วยสดตามคุณภาพผลผลิต ในราคาเครือละ 120-150 บาท ทั้งนี้ กล้วยหอมจะขายได้ราคาดี 250 บาท ต่อเครือ ในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ตรุษจีน สารทจีน เป็นต้น

โดยทั่วไป กล้วยหอมทอง 1 เครือ จะมีน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม มี 6-7 หวี กล้วยหอมทองมีผลยาว สวย กล้วย 1 หวี มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1.8 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดพอเหมาะที่ตลาดต้องการ ทำให้ขายได้ราคาดี นอกจากขายผลสดแล้ว เกษตรกรยังมีรายได้จากการขุดหน่อพันธุ์ขายได้อีกด้วย

สวนกล้วยหอมทอง เนื้อที่ 200 ไร่ ของคุณนุกูล ใช้คนงานเพียง 8 คน ดูแลสวนทั้งหมด เนื่องจากวางแผนการจัดสวนอย่างเป็นระบบ ทำให้ดูแลจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นกล้วยหอมทอง 1 ต้น ใช้เงินลงทุน 70 บาท ขายกล้วยได้เครือละ 160-170 บาท หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ถือว่ามีผลกำไรเท่าตัว

ปัจจุบัน สวนแห่งนี้ปลูกกล้วยหอมทอง 300 ต้น ต่อไร่ มีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้อยมาก ไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ของการลงทุน เพราะทำสวนกล้วยหอมทองแบบประณีต มีคุณภาพมาตรฐาน GAP และมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ ในอนาคตคุณนุกูลวางแผนพัฒนาต่อยอด โดยมุ่งแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยเพื่อส่งออก และเตรียมลงทุนสร้างร้านกาแฟในสวนกล้วย เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของอำเภอหนองเสือ

หากใครสนใจ อยากเรียนรู้การทำสวนกล้วยหอมเพื่อการส่งออก สามารถแวะเข้าเยี่ยมชมกิจการได้ตลอด โดยติดต่อประสานงานล่วงหน้าได้ทางเบอร์ โทร. 084-673-0665

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...