ทูตไทยในเวียดนามเยือนอุดรธานี กระชับความร่วมมือสมาคมนักธุรกิจ-ผู้นำชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม พร้อมด้วยภริยา หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ. อุดรธานี และเจ้าหน้าที่สถาบันการต่างประเทศเทววงศ์วโรปการ ได้เยี่ยมชมแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ จ. อุดรธานี พร้อมหารือกับนายกสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนาม นายกสมาคมชาว เวียดนาม อุดรธานีและผู้นำชุมชนไทยเชื้อสายเวียดนาม
ทั้งนี้แหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์เริ่มขึ้นในปี 2544 หลังจากที่จังหวัดชายแดนของไทยได้ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และโดยที่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เคยอาศัยอยู่ใน จ.อุดรธานี ชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามจึงได้รวมตัวกันซื้อที่ดินและบริจาคเงินในการก่อสร้างในปี 2554 มีองค์การบริหารตำบลเชียงพิณ และชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามร่วมกันบริหารงาน โดยได้ส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ของจังหวัด มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างมาตรฐานศูนย์ภาษาเวียดนามที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เป็นสถานที่ฝึกงานแก่นักศึกษาด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งกำลังเริ่มสอนภาษาเวียดนามในโรงเรียนระดับประถมและมัธยมในพื้นที่ เพื่อให้เยาวชนไทยในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมเวียดนาม ผู้บริหารแหล่งศึกษาฯ ประสงค์ให้โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทของไทยมีโอกาสไปสร้างความสัมพันธ์กับโรงเรียนในเวียดนาม
นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนามแจ้งว่า ขณะนี้มีกำหนดการเช่าเหมาลำเครื่องบินเส้นทางอุดรธานี-กวางนิงห์-หลวงพระบาง เพื่อนำภาคเอกชน จ.อุดรธานี ไปส่งเสริมการการท่องเที่ยวและการค้าการลงทุนระหว่าง 3 ประเทศตามผลการประชุมสามเหลี่ยมมรดกโลก ที่จ.อุดรธานี ขณะที่ในเดือนเมษายนนี้ สมาคมมีกำหนดจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจไทย-เวียดนาม และประสงค์จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ไปแลกเปลี่ยนที่เวียดนามโดยอาจเริ่มจาก จ.เหงะอัน และเห็นว่าการส่งสินค้าผ่านสปป.ลาวควรพิจารณาปัจจัยอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่สปป.ลาวด้วย ทั้งยังขอให้กระทรวงการต่างประเทศจัดประชุมใหญ่ของนักธุรกิจเวียดนามโพ้นทะเลที่ จ.อุดรธานี จากเดิมปกติที่จัดที่เวียดนาม
ขณะที่นายกสมาคมชาวเวียดนามอุดรธานีขอให้เอกอัครราชทูตช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งศึกษาฯ และส่งเสริมการค้าระหว่างไทย-เวียดนาม รวมถึงการส่งเสริมการอำนวยความสะดวกการขับรถยนต์จากไทยไปยังเวียดนาม ซึ่งต้องผ่าน สปป.ลาว ที่มีความแตกต่างด้านพวงมาลัย
ด้านท่านทูตธานีกล่าวว่า การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันเน้นเป้าหมาย 3 ด้าน คือ 1. ยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง (Strengthened Strategic Partnership) โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน 2. ขยายความร่วมมือด้านธุรกิจและเศรษฐกิจโดยเฉพาะการเงินและการธนาคาร รวมทั้งการเปิดสาขาของธนาคารไทยและการส่งเสริมให้นักลงทุนไทยใช้ประโยชน์จากธนาคารไทยในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม รวมถึงการผลักดันการเชื่อมโยงเส้นทาง R12 และ R8 ซึ่งก่อนหน้านี้สถานทูตได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) นำคณะนักลงทุนไทยไปดูลู่ทางศักยภาพในเส้นทาง R12 และมีกำหนดที่จะนำคณะนักลงทุนไทยไปสำรวจศักยภาพการค้าการลงทุนอีก 2 เส้นทางคือ ฮานอย ไฮฟองและเส้นทางเศรษฐกิจเวียดนาม-จีนและการขนส่งและการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลไทย-กัมพูชา-เวียดนาม (Coastal Shipping) และ 3. ส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน อาทิ การจัดโครงการนำเยาวชนเพื่อนมิตรไทย-เวียดนามในปีนี้ โดยจะจัดเรียนรู้ตามรอยอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ในประเทศไทยและโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียนนามยังสนับสนุนให้มีการสอนภาษาเวียดนามในไทย เพื่อสร้างบุคลากรรองรับภาคเอกชนไทยที่ไปลงทุนในเวียดนาม และการสร้างความสัมพันธ์แบบโรงเรียนพี่น้องด้วย โดยอาจจะเริ่มจากการแลกเปลี่ยนการเยือนและด้านกีฬาและดนตรีก่อน ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตมีกำหนดจัดงานเทศกาลไทยในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งจะเชิญผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมในงานดังกล่าวต่อไป