โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชอบ "นั่งไขว่ห้าง" ต้องระวัง 13 พฤติกรรมอันตรายที่ทำร้ายกระดูกคุณ!!

UndubZapp

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2560 เวลา 07.00 น. • อันดับแซ่บ
พฤติกรรมบางอย่างที่มักทำจนเคยชินบางครั้งส่งผลร้ายต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว เหมือนอย่าง 13 พฤติกรรมอันตรายเหล่านี้ที่หลายคนทำเป็นประจำแต่มันส่งผลร้ายกว่าที่คิด

กระดูกเป็นโครงสร้างที่สำคัญของร่างกายมนุษย์ ร่างกายของเราสามารถตั้งตรงอยู่ได้ก็เพราะมีกระดูกตั้งเป็นโครง ทำหน้าที่ยึดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นต่างๆ รวมทั้งยังทำหน้าที่สะสมแร่ธาตุ และสร้างเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งตามปกติแล้ว กระดูกจะมีการเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเมื่อเรามีอายุมากขึ้น แต่นั่นหมายถึงการใช้ชีวิตที่ปกตินะคะ สำหรับคนบางคนก็เผลอทำลายกระดูกของตัวเองด้วยพฤติกรรมเคยชินบางอย่าง ที่ส่งผลให้กระดูกเกิดการเสื่อมก่อนวัยอันสมควร เราลองมาเช็ก 13 ฤติกรรมอันตรายที่ทำร้ายกระดูกของคุณกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1. ชอบดื่มน้ำอัดลม

กระดูกประกอบด้วยแร่ธาตุเช่นแคลเซียมและฟอสฟอรัสโปรตีน เช่น คอลลาเจนและเซลล์ที่มีชีวิต ในขณะที่น้ำอัดลมมีกรดฟอสฟอริกเป็นส่วนประกอบและมันก็ส่งผลต่อกระดูกของคุณโดยตรง ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน และแม้แต่ยาบางชนิดที่คุณทาน ก็อาจส่งผลต่อความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกของคุณได้

2. ชอบดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มมากเกินไปไม่ดีสำหรับกระดูกของคุณเลยค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทำให้กระดูกอ่อนแอ และเพิ่มความเสี่ยงให้กับกระดูกในการที่จะถูกทำลายได้

3. ชอบทานอาหารที่มีน้ำตาล และ คาร์โบไฮเดรตสูง

อาหารเหล่านี้สามารถแทรกแซงความสามารถของร่างกายในการดูดซึมแคลเซียม

4. ชอบนั่งไขว่ห้าง

ทำให้น้ำหนักตัวถูกทิ้งลงอย่างไม่สมดุล แน่นอนค่ะว่า มันส่งผลกับกระดูกที่อาจเกิดความคดงอโดยไม่รู้ตัวได้

5. ชอบนั่งหลังงอ

ทำให้กล้ามเนื้อเคยชินกับท่าทางที่ผิดท่า เมื่อทำบ่อยๆ ร่างกายจะเกิดภาวะเลือดไหลเวียนไม่ปกติสังเกตได้จากอาการปวดเมื่อยที่ตามมา และที่สำคัญ นั่งหลังงอบ่อยๆ ก็ทำให้กระดูกผิดรูปได้เช่นกัน

6. ชอบยืนแอ่นพุง

ชอบยืนแอ่นพุง และชอบทำหลังค่อม นอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังไปทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง แถมยังทำให้กระดูกสันหลังคดงอ ผิดรูป

7. ชอบใส่รองเท้าส้นสูงเกินไป

ทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ นอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดหลังแล้ว กระดูกโครงสร้างของร่างกาย รวมทั้งกระดูกนิ้วเท้าจะมีการบิดงอผิดรูปได้

8. ชอบนอนขดตัว

ชอบนอนขดตัว หรือ นอนตัวเอียง คุณรู้หรือไม่คะว่า ท่านอนนั้นสามารถส่งผลกับการทำงานของร่างกายของเราได้ การนอนขดตัว หรือ ตัวเอียง จะทำให้รูปทรงของกระดูกบิดไปจากที่ควรจะเป็น จึงถือเป็นอีกสาเหตุที่สามารถทำลายกระดูกของเราได้เช่นกัน

9. ชอบสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว

ชอบสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว หรือ แบกกระเป๋านักเรียนที่หนักเกินไป พฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้บริเวณไหล่ต้องรับน้ำหนักเกิน ส่งผลให้กระดูกบิดเอียงผิดรูปได้ง่ายๆ และทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ เป็นการทำลายร่างกายอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเลย

10. ชอบนั่งกอดเข่า

ท่านั่งแบบนี้ทำให้หลังส่วนบน และหัวไหล่ถูกยืดงุ้มออกไปด้านหน้า ส่งผลให้กระดูกคอยื่นผิดรูปทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็ง มีผลกระทบไปถึงเส้นประสาทบริเวณคอ ไหล่ หลัง และแขนได้

11. ชอบนั่งเก้าอี้แบบไม่เต็มก้น

ทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานหนัก และกระทบกับกระดูกช่วงหลังทำให้ต้องรับน้ำหนักที่ทิ้งลงมาแบบผิดท่า เรื่องแบบนี้ก็เป็นการทำร้ายกระดูกของคุณเช่นกัน

12. ชอบหิ้วของหนัก

ทำให้เส้นเอ็นมีการเสียดสี และเกิดพังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ การที่คุณหิ้วของหนัก ยังดึงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นส่วนอื่นๆ อีกด้วย อย่าลืมว่า กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นอยู่ติดกับกระดูก เมื่อโดนดึงยืดบ่อยๆ ก็จะทำให้กระดูกของคุณเกิดความผิดปกติ และอาจไปกดทับเส้นประสาทได้

13. ชอบยืนทิ้งน้ำหนักลงขาข้างเดียว

การยืนพักขาข้างเดียวแบบนี้ ทำให้กระดูกเชิงกรานบิดเบี้ยว และเกิดอาการกระดูกสันหลังคดได้

อย่าลืมว่า เรามีกระดูกแค่ชุดเดียวคะ จงพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายกระดูกทั้งหลายเสียเป็นดีที่สุด เพื่อจะได้รักษากระดูกของเราให้มีอายุยืนยาวไม่เสื่อมไปก่อนเวลาอันสมควร

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...