โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำบุญยุค 4.0 แค่แตะปุ่มบริจาค e-Donation

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2560 เวลา 02.30 น.

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 หน่วยงานราชการพยายามปรับตัวเอง เพื่อให้รับกับนโยบายดังกล่าว ล่าสุดกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ดึงการบริจาคของวัดและศาสนสถาน ของศาสนา 3 หลัก เข้า ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)

โครงการดังกล่าวนำร่องไปแล้วที่วัดในจังหวัดน่านเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่าน ได้ผลดี และในปี 2561 กรมสรรพากรเตรียมขยายไปยังวัดทั่วประเทศ รวมถึงขยายไปยังวัดต่างๆ รวมถึงโบสถ์คริสต์ และมัสยิดของศาสนาอิสลาม

นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทยไปร่วมกับทางวัดในการรับบริจาคผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) อีเพย์เมนต์ รวมถึงออกใบอนุโทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ นำร่องวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก ไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ในเรื่องของการปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้วัดทั่วประเทศหรือเรียกว่าระบบ e-Donation นั้น หลังจากที่นำร่องในวัดจังหวัดน่าน พบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ดังนั้นในปี 2561 จะขยายไปยังวัดต่างๆ รวมถึงโบสถ์คริสต์ และมัสยิด โดยก่อนหน้านี้กรมประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สภาคริสตจักรในประเทศไทย สำนักจุฬาราชมนตรี เพื่อดึงให้การบริจาคของทางศาสนาทั้ง 3 ศาสนาเข้าระบบศาสนสถานที่เข้าระบบต้องมาขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก เพื่อเชื่อมระบบการบริจาคมายังกรมสรรพากร นายประสงค์ยืนยันว่าการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเสียภาษี เพราะศาสนสถานไม่ต้องมีการเสียภาษีอากรใดๆ ตามมาตรา 39 โดยในช่วงเปิดให้มีการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเพื่อเชื่อมระบบการบริจาคกับกรมสรรพากรพบว่ามีวัดมาขอเลขประจำตัวแล้วกว่า 1 หมื่นแห่ง

ในแต่ละปีมีการขอลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาคทั้งหมดทั้งวัด โรงเรียน โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเม็ดเงินภาษีที่กรมต้องคืนให้กว่า 9 พันล้านบาท การดึงบริจาคเข้ามาในระบบกรมไม่ได้มุ่งหวังที่จะไปตรวจสอบเรื่องการลดหย่อน แต่ทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้รับบริจาค และผู้เสียภาษีอากรไม่ต้องเก็บใบอนุโมทนาบัตร เพื่อยื่นเสียภาษี โดยสามารถกรอกข้อมูลเลยว่าปีนี้บริจาคเท่าไหร่ ระบบของกรมจะสามารถแจ้งได้ทันทีว่าตลอดทั้งปีภาษีนั้นผู้เสียภาษีบริจาคเท่าใด

ขณะนี้เริ่มเห็นธนาคารต่างๆ ไปร่วมกับวัดในการรับบริจาคผ่านพร้อมเพย์ คิวอาร์โค้ด รวมถึงการออกใบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้วัดไม่ต้องระวังการขโมยเงินจากตู้รับบริจาค ไม่ต้องไปมีปัญหาเหมือนกรณีเงินทอนวัด เพราะเงินที่บริจาคเข้าบัญชีวัดเลยทันที

เมื่อเริ่มกับวัด โบสถ์คริสต์ และมัสยิดไประยะหนึ่งแล้ว กรมสรรพากรเตรียมจะขยายระบบรับบริจาคไปยังโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ต่างๆ ต่อไปการบริจาคที่จะนำมาลดหย่อนภาษีต้องผ่านระบบ e-Donation เพราะกรมจะไม่ให้ใบอนุโมทนาบัตรแล้ว

การบริจาคสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้สุทธิ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กรุงไทยทำระบบเพื่อสนับสนุนระบบ e-Donation เต็มที่ ธนาคารกรุงไทยริเริ่มพัฒนาแอพพลิเคชั่นเป๋าตุง เติมบุญ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับบริจาคเงินเข้าบัญชีวัดทันที ไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องการบริหารจัดการเงินสด เกิดประโยชน์ในภาพรวมกับทุกภาคส่วน

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มให้บริการในหลายพื้นที่ เช่น วัดน้อยนพคุณ วัดครึ่งใต้ จ.เชียงราย วัดมหาธาตุแหลมสัก จ.กระบี่ ล่าสุดพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง โดยนำร่องออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้บริจาคเงินให้กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จ.พิษณุโลก ผ่านอีเมล์เป็นแห่งแรก ในอนาคตผู้บริจาคเงินยังจะสามารถหักลดหย่อนภาษีจากการบริจาคเงินได้อัตโนมัติตามความสมัครใจของผู้บริจาคอีกด้วย

ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้จัดทำเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ความรู้กับหน่วยงานรับบริจาคและประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร อธิบายว่า เมื่อนำระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ผู้บริจาคสามารถบริจาคได้ตามปกติไม่ว่าจะบริจาคด้วยเงินสดหรือผ่านธนาคารพาณิชย์หรือตัวกลางอื่น แต่เมื่อต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องดำเนินการ ดังนี้ กรณีบริจาคเป็นเงินสดที่หน่วยรับบริจาค ต้องบันทึกข้อมูลการรับบริจาค บนระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ และในกรณีบริจาคผ่านสถาบันการเงิน จะต้องแสดงความประสงค์บนระบบของธนาคารเพื่อให้ส่งข้อมูลการบริจาคดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากร

ผู้บริจาคสามารถเข้าระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตรวจสอบข้อมูลการบริจาคของตนเองได้ตลอดเวลา โดยมีประโยชน์สำหรับประชาชน คือไม่ต้องจัดเก็บหลักฐานการบริจาค เนื่องจากมีข้อมูลปรากฏบนระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทำให้ไม่ถูกเจ้าหน้าที่ขอหลักฐานการบริจาคเพื่อประกอบการพิจารณาคืนเงินภาษี ได้รับการพิจารณาคืนเงินภาษีรวดเร็วขึ้น เนื่องจากไม่ต้องรอการตรวจสอบใบอนุโมทนาบัตร

ส่วนหน่วยรับบริจาคมีความสะดวกคือ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคประชาชน สะดวกแก่วัดวาอารามในศาสนาพุทธที่ต้องจัดทำบัญชีรับ-จ่าย ส่งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ระบบนี้ช่วยให้ง่ายต่อการจัดทำบัญชีมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ส่วนประโยชน์สำหรับกรมสรรพากรช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ยืนยันว่าระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่ใช้ในการรับข้อมูลการรับบริจาค เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริจาค ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาคเงินให้แก่สถานศึกษา หรือศาสนสถาน โดยไม่ต้องเก็บหลักฐานใบอนุโมทนาบัตร และจะทำให้ได้รับเงินคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ระบบดังกล่าวจะไม่มีผลทำให้ศาสนสถานต้องเสียภาษีเงินได้แต่อย่างใด

เงินที่บริจาคนั้นได้รับการยกเว้นภาษี ดังนั้น สถานศึกษาหรือศาสนสถานไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...