โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จรัญ มะลูลีม : ที่มาของ "ดะอ์วะฮ์"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 เม.ย. 2563 เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2563 เวลา 06.44 น.

อาจกล่าวได้ว่า การเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่คุ้นเคยกันในชื่อดะอ์วะฮ์ที่มีชาวมุสลิมเข้าร่วมเป็นจำนวนนับพันคนไปจนถึงล้านคน ซึ่งเป็นรองเฉพาะพิธีฮัจญ์ที่มีผู้คนมารวมกันในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าสองล้านห้าแสนคนในสองนครศักดิ์สิทธิ์ของอิสลามคือ ที่นครมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ของซาอุดีอาระเบียนั้นถือกำเนิดในเอเชียใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเดีย

เป็นอินเดียที่ในอีกสิบปีข้างหน้าจะมีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเป็นพี่น้องชาวฮินดูก็ตาม โดยจำนวนชาวมุสลิมในอินเดียจะแซงหน้าประเทศอินโดนีเซียที่ปัจจุบันมีชาวมุสลิมไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน ทั้งๆ ที่อินเดียได้แตกออกมาเป็นประเทศมุสลิมอีกสองประเทศคือปากีสถาน (อดีตปากีสถานตะวันตก) และบังกลาเทศ (อดีตปากีสถานตะวันออก)

ขบวนการเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่ถือกำเนิดในอินเดีย มีชื่อว่า ตับลีฆ ญะมาอัต (Tabligh Jamaat) หรือการรวมตัวกันของผู้เผยแผ่ศาสนา (อิสลาม)

 

การถือกำเนิดของตับลีฆ ญะมาอัต

กลุ่มตับลีฆ ญะมาอัต หรือการรวมตัวกันของผู้เผยแผ่ศาสนา (Congregation for religious prop agenda) หรือขบวนการดะอ์วะฮ์ก่อตั้งขึ้นในประเทศอินเดียโดยนักการศาสนาที่รู้จักกันในนามเมาลานา อิลยาส (Maulana Ilyas 1885-1944) ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดตับลีฆ ญะมาอัต ขึ้นราวปี 1927 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิซอมุดดีน (Nizamuddin) กรุงนิวเดลี

สำหรับนักศึกษาไทยยุคใหม่ที่เรียนอยู่ในอินเดียในเวลานี้ เวลาเดินทางกลับไปอินเดียก็ไม่จำเป็นต้องนำเอาเงินรูปีหรือเงินดอลลาร์พกติดตัวมาเหมือนรุ่นพี่ๆ อีกแล้ว

เพราะที่นิซอมุดดีน อันเป็นแหล่งการรวมตัวของชาวมุสลิมแห่งนี้มีเงินหลายสกุลที่สามารถเปลี่ยนเป็นรูปีได้ รวมทั้งเงินไทย และอัตราแลกเปลี่ยนก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีถึงดีมาก สะดวกและรวดเร็วเพราะมีคนจากทั่วโลกมารวมกันที่นี่ทุกปีตามตารางที่กำหนดเอาไว้

เมาลานา อิลยาส เปิดตัวตับลีฆ ญะมาอัต ด้วยความมุ่งมั่นในการปฏิรูปตามหลักการอิสลาม (Islamic revivalism) ที่มาจากความริเริ่มของตัวเขาเอง

ตับลีฆ ญะมาอัต จึงเป็นขบวนการหนึ่งที่ต้องการให้มุสลิมมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน และแยกออกมาจากสังคม-วัฒนธรรมหลักของอินเดีย

เมาลานา อิลยาส สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษแห่งครอบครัวคัลดัลวี (khandulwi) แห่ง United Province ซึ่งปัจจุบันคืออุตตรประเทศ (Utra Pradesh) รัฐที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย และปัจจุบันรัฐนี้รัฐเดียวมีประชากรมากกว่าประเทศไทยทั้งประเทศ

เป็นหนึ่งในผู้นิยมแนวทางอิสลาม (Islamist) ผู้มีความเชื่อว่าการกลับไปสู่ศักราชของท่านศาสดามุฮัมมัดเป็นคำตอบให้กับการฟื้นฟูพลังของอิสลามขึ้นมาในอินเดีย

เขาได้รับอิทธิพลจากแนวความคิดที่มีอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งในอินเดียนั่นคือจะต้องมีผู้นำมุสลิมอยู่ในขบวนการปลดปล่อยอินเดีย

หลังจบการศึกษาจากสำนักคิดทางศาสดาที่มีชื่อเสียงของอินเดีย คือสำนักคิดเดียวบัน (Deoband) แล้ว เมาลานา อิลยาส ก็ได้รับอิทธิพลจากคำสอนของอิสลามอันบริสุทธิ์ (puritanical sect of Islam) ของสำนักคิดวะฮะบีย์ (Wahhabi) ภายใต้การนำของมุฮัมมัด บิน อับดุล วะฮ้าบ ผู้ก่อตั้งประเทศซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับอัล สะอูด (al – Saud) ซึ่งชื่อของพระองค์กลายเป็นชื่อของประเทศซาอุดีอาระเบียในที่สุด

เมาลานา อิลยาส เข้าศึกษาในสถาบันดารุ้ลอุลูมเดียวบันด์ (Dar-ul- Uloom Deoband) ในปี 1908 และต่อมาได้กลายมาเป็นอาจารย์อยู่ที่สถาบันที่เป็นดั่งสาขาหนึ่งของสำนักเดียวบัน นั่นคือสถาบันมซาฮิรุลอุลูม (Mazalur-ul-Uloom) ที่เมืองสะฮารานปุร (Saharanpur)

หลังการจากไปของผู้เป็นพี่ชาย เขาได้ไปตั้งรกรากที่นิซอมุดดีน กรุงนิวเดลี เพื่อดูแลมัสญิดที่เป็นโรงเรียนสอนศาสนาไปด้วยในตัว ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยมุฮัมมัด อิสมาอีล ผู้เป็นบิดาของเขาเอง

ในการให้กำเนิดขบวนการดะอ์วะฮ์เผยแผ่ศาสนาในนามตับลีฆ ญะมาอัต เมาลานา อิลยาส เริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่ในนิซอมุดดีนเป็นด้านหลักโดยลำพังในเบื้องต้น

ต่อมาเขาได้เริ่มการเผยแผ่จากประเทศซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเขามีความรู้สึกว่าชาวมุสลิมที่นั่นต้องการได้รับการเผยแผ่ด้านศาสนามากกว่าชาวมุสลิมในอินเดีย

แต่ที่ย้อนแย้งที่สุดก็คือในซาอุดีอาระเบียซึ่งอิสลามถือกำเนิดที่นี่ เขากลับไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการเผยแผ่คำสอนของอิสลามแต่อย่างใด

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียในเวลานั้นมีข้อสงสัยว่าการเผยแผ่ศาสนาของเขาจะกลายเป็นเรื่องทางการเมืองและจะมาค้านกับคำสอนของสำนักคิดวะฮะบีย์ซึ่งรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเดินตามคำสอนของสำนักคิดนี้อยู่

 

เมื่อย้อนกลับไปหาคำตอบถึงสาเหตุแห่งความตกต่ำของผู้ปกครองมุสลิมในอินเดีย เมาลานา อิลยาส รู้สึกว่า มุสลิมของอินเดียกำลังกลายเป็นผู้ที่ขาดความเข้าใจในอิสลามอย่างแท้จริง จึงเป็นภารกิจของเขาที่จะทำการไถหว่านพรวนดินให้ผืนแผ่นดินแห่งนี้ที่ชาวมุสลิมมีชีวิตอยู่ด้วยมีความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณจนเจริญงอกเงยในทางจริยธรรมได้

เมาลานา อิลยาส ได้เริ่มต้นขบวนการเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่เขาถือเป็นภารกิจสำคัญของชีวิตด้วยการทำให้ขบวนการของเขาค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นเป็นขบวนการสำคัญในหมู่ชาวมุสลิมที่แยกตัวออกมาจากการเมือง

เขาเริ่มปฏิเสธการตีความอิสลามแบบสมัยนิยม ขบวนการตับลีฆ (Tablighis) หรือขบวนการดะอ์วะฮ์ของเขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกของขบวนการมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ผู้คนที่มารวมตัวและหลับนอนเพื่อการทำความดีอยู่ในมัสญิดแห่งนี้มีที่มาจากทุกชนชั้นของสังคม

ศูนย์กลางการดะอ์วะฮ์หรือการเผยแผ่ศาสนาอิสลามของเมาลานา อิลยาส ได้กลายมาเป็นที่อยู่ของอาสาสมัครที่มารวมตัวอยู่ด้วยกันเป็นเวลา 3-4 วัน ก่อนที่จะเดินทางออกไปเผยแผ่ในที่อื่นๆ

มัดเราะซะฮ์หรือโรงเรียนสอนศาสนาที่นิซอมุดดีนก็ได้กลายเป็นที่เรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอานและหะดีษ (แบบอย่างและคำสอนของศาสดามุฮัมมัด) มาเป็นเวลายาวนานจนถึงปัจจุบัน

 

คําสอนและข้อปฏิบัติสำคัญของตับลีฆ ญะมาอัต มีดังนี้

1. กะลีมะฮ์คือคำปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์อัลลอฮ์และศาสดามุฮัมมัดนั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์

2. การละหมาด (สำหรับผู้เป็นครูและผู้เข้าร่วม)

3. อิลม์ (ความรู้จากตำราอิสลาม)

4. อิกรอม มุสลิม (การให้ความเคารพต่อชาวมุสลิม)

5. อิคลาส นิยาต (ความมุ่งมั่นอันบริสุทธิ์และจริงใจ)

6. ตัฟรีอีวักต์ (ใช้เวลาเพื่อการเดินทางออกไปเผยแผ่)

มุสลิมทุกคนเมื่อเดินทางออกไปยังดินแดนต่างๆ เพื่อการเผยแผ่จะต้องปฏิบัติตนดังต่อไปนี้

1. ปรากฏตัวด้วยการแต่งกายแบบชาวมุสลิม

2. ปฏิบัติตามแนวทางของอิสลามและปฏิเสธแนวทางที่มิได้มีอยู่ในศาสนาอิสลาม

3. อยู่แยกกับสุภาพสตรี

4. จัดการสมรสตามหลักการอิสลาม

5. สุภาพสตรีต้องแต่งกายตามหลักการของอิสลาม

6. ไม่เบี่ยงเบนไปจากความเชื่อของอิสลาม

7. ปกป้องและรักษาสิทธิของกันและกัน

8. ร่วมมือกับผู้มีความรับผิดชอบในทุกๆ การประชุมและการรวมตัวกัน

9. ปฏิญาณตนว่าจะไม่มีการสอนให้เดินตามแนวทางฆราวาสนิยมแก่เด็กๆ ก่อนที่พวกเขาจะจบการศึกษาทางศาสนา

10. ยืนหยัดต่อสู้และอุทิศตนเพื่อการเผยแผ่ศาสนา

11. ยืนหยัดที่จะปกป้องและให้ความเคารพต่อกันและกัน

12. รักษาความสะอาด

 

ตับลีฆ ญะมาอัต เป็นขบวนการที่ผู้เข้าร่วมต้องใช้เงินของตัวเองในหนทางของพระผู้เป็นเจ้า ผู้อยู่ในขบวนการนี้จะต้องสละเวลาหนึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งวัน หรือหนึ่งวันต่อหนึ่งสัปดาห์ทุกๆ เดือน หรือหนึ่งหรือสองเดือนต่อหนึ่งปีเพื่อเดินทางเป็นกลุ่มก้อนจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง และเชิญชวนชาวมุสลิมในพื้นที่ที่ตนเองเดินทางไปให้ถึงซึ่งบางครั้งอยู่ไกลถึงบราซิล แอฟริกาใต้หรือฟิจิทีเดียว

ทั้งนี้ ขบวนการหรือกลุ่มดะอ์วะฮ์จากประเทศไทยก็เดินทางไปเผยแผ่ยังประเทศต่างๆ กับผู้คนที่มารวมตัวกันที่นิซอมุดดีนในอินเดียแล้วเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนดเอาไว้หรือบินจากประเทศไทยไปสมทบยังจุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ตามที่ได้มีการกำหนดเอาไว้เช่นกัน ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยก็อาจเผยแผ่อยู่แค่ภายในประเทศ แต่โดยปกติการรวมตัวกันที่สำคัญจะอยู่ในปากีสถาน อินเดียและบังกลาเทศ

แม้เมาลานา อิลยาส จะจากไปในปี 1944 แต่สำนักงานใหญ่ของตับลีฆ ญะมาอัต ก็ยังคงอยู่ที่นิซอมุดดีน ของอินเดียจนถึงปัจจุบัน

เมาลานา อิลยาส เป็นผู้ที่ทำให้ขบวนการของเขามีความเป็นปึกแผ่นไปทั่วอนุทวีปอินเดีย โดยมีศูนย์กลางแห่งที่สองอยู่ที่ปากีสถานและบังกลาเทศ

Encyclopedia of Islam กล่าวถึง ตับลีฆ ญะมาอัต ว่าเป็นขบวนการของโลกที่สามารถขยายตัวออกไปอย่างก้าวไกล และปฏิบัติการอย่างเป็นระบบอยู่ในห้าทวีปของโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...