ทำความรู้จัก “อาร์ท-อภิรัตน์ หวานชะเอม” จากเด็ก “สถาปัตย์” สู่ นวัตกรรม
ทำความรู้จัก อาร์ท-อภิรัตน์ หวานชะเอม Chief Digital Officer บริษัท SCG Cement-Building Materials จำกัด(SCG-CBM) ผู้จบสถาปัตย์แต่ต่อปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่สหรัฐฯ ได้เล่าว่า ตนเองเริ่มเขียนโปรแกรมตั้งแต่ช่วง ม.4 ที่โรงเรียนเตรียมอุดม ซึ่งช่วงนั้น Apple Developer Tools เพิ่งออกมาใหม่ ๆ เรียกได้ว่า เขียนโปรแกรมเป็นชีวติจิตใจ จนทำให้ที่บ้านคิดว่าจะเรียนต่อที่คณะ วิศวะ-คอมฯ แน่ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่า ช่วง ม.6 กลับคิดได้ว่า ผมอยากได้ทักษะทั้งฝั่งศิลปะและวิทยาศาสตร์
“ในตอนนั้น ผมคิดว่าจะมีแต่เรื่องวิศวะกรรมไม่ได้
ตอนนั้นจำได้ว่าคุณแม่พาเดินข้ามรั้วไปที่คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ และได้ไปเจอกับเพื่อนคุณแม่
เขาแนะนำว่า ถ้าอยากรู้เรื่องศิลปะและวิทยาศาสตร์ ในยุคนั้นมีคณะเดียว คือ สถาปัตยกรรม
เลยเลือกที่จะเบนเข็มชีวิตไปเลยแบบกะทันหัน ทำเอาทะเลาะกับคุณพ่อไปเลย 6 เดือน
เพราะคุณพ่อเข้าใจว่าเด็กสถาปัตย์ ต้องผมยาว สูบบุหรี่ เป็นจิ๊กโก๋ แต่จริง ๆ
แล้วไม่ใช่” อาร์ท-อภิรัตน์ หวานชะเอม กล่าว
อาร์ท-อภิรัตน์ มองว่า ผลจากการเลือกเรียนในวัยเด็กทำให้ทุกวันนี้เข้าใจคนในตำแหน่งงานอื่น ๆ มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันส่วนนี้เรียกว่า Design Thinking คือ การเข้าใจคนและเปลี่ยนความต้องการของคนมาเป็นการออกแบบ พอหลังจากจบสถาปัตย์ ก็มีโอกาสได้ทำงานที่สหรัฐฯ เพราะ ความชอบในการเขียนโปรแกรมและความรู้ด้านสถาปัตย์ แต่ทักษะที่ได้จากการเรียนสถาปัตย์ทุกวันนี้ก็ยังได้ใช้อยู่ ทั้งการคิดนอกกรอบ การเล่าเรื่องราว และการนำเสนอ
ในยุคที่ อาร์ท-อภิรัตน์ เติบโตและทำงานในสหรัฐฯ
เป็นยุคธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ , อินเทอร์เน็ต และ ปัญญาประดิษฐ์ ทำให้เมื่อจบปริญญาที่สหรัฐมาก็ทำงานเป็นที่ปรึกษา
ก็ประยุกต์ใช้แนวคิดจากคณะสถาปัตย์มาใช้ในการทำความเข้าใจลูกค้า การนำเสนอเรื่องราวมาตลอด
ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่สหรัฐฯ
หลังจากนั้นได้มีโอกาสกลับมาทำงานที่เมืองไทยกับ รอยเตอร์ แล้วก็เปลี่ยนมาอยู่ที่ ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) ซึ่งก็ถูกส่งไปประจำอยู่ที่ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาและเป็นองค์กรไทยองค์กรแรกที่ได้ทำงานด้วย เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งตอนนั้น สมคิด จิรานันตรัตน์ ก็ชวนไปทำบริษัทนวัตกรรมใหม่ของธนาคารกสิกรไทย จนเกิดเป็น Kasikorn Business-Technology Group(KBTG) ขึ้น โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นนวัตกรรมตลอด 24 ชั่วโมงของเขา
อาร์ท-อภิรัตน์ มองว่า
ทักษะที่ได้จากการทำงานและการเรียน ทำให้เข้าใจทั้ง 3 ส่วนที่ออกมาเป็นสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
คือ เข้าใจคน เข้าใจเทคโนโลยีและเข้าใจธุรกิจ
ทำให้ในยุคนี้คนที่องค์การต้องการคือคนที่มีแนวคิดและความรู้แบบตัว “ T ” คือมีความรู้หลักเป็นแกนกลางและขยายไปอีกหลาย
ๆ ด้าน มากกว่าเป็น บุคลากรที่คิดเป็นเส้นตรงแบบตัว “ I “
"เราไม่อยากใช้คำว่าองค์กรต้องการคนเก่ง แต่เราต้องการคนที่มีความสามารถ มากกว่า 1 ด้าน แบบตัว “ T ” ที่ล้อมรอบด้วยความคิดแบบเถ้าแก่ ไม่ใช่เพราะเราอยากให้พนักงานออกไปเป็นเจ้าของกิจการ แต่ต้องการให้พนักงานทำตัวเหมือนตนเองเป็นเจ้าของกิจการเอง ทำอย่างไรให้ลูกค้าไม่หนีไปในยามที่โควิด-19 ระบาดมาเจอกันไม่ได้ ทำอย่างไรให้มีเงินไปจ่ายเงินเดือนลูกน้อง ควรประหยัดตรงไหน ถ้าเรามีแต่พนักงานที่คิดเหมือนพนักงาน ก็จะไม่สามารถทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงได้” อาร์ท-อภิรัตน์ หวานชะเอม กล่าว