โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉใช้มีดแทงช่องคลอด‘น.ศ.สาว’ บีบคอ-หมอนกดซ้ำจนสิ้นใจสยองคาม่านรูด

Khaosod

เผยแพร่ 24 ส.ค. 2560 เวลา 14.13 น.

จากคดีพบศพน.ศ.สาววัย 23 ปีเสียชีวิตในโรงแรมม่านรูด อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อตรวจสอบพบก่อนเกิดเหตุซ้อนจยย.ชายหนุ่มเข้าโรงแรม ผ่านไปครึ่งชั่วโมงฝ่ายชายขี่จยย.หนีไป ต่อมานายศรราม เผ่าเอี่ยมจีน อายุ 23 ปี หนุ่มผู้ต้องสงสัย เข้ามอบตัวกับตำรวจ ให้การว่ารู้จักหญิงสาวผ่านเฟซบุ๊กได้ 2 วัน จึงชวนไปกินข้าว ขากลับขอแวะม่านรูดหวังมีเพศสัมพันธ์ แต่ขณะมีอะไรกันผู้หญิงเกิดอาการชักเกร็งและมีเลือดทะลักออกมา จึงตกใจรีบหนี ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือลงมือฆ่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งศพไปชันสูตรพลิกศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ส.ค. พ.ต.อ.สาโรจน์ รอดมณี ผกก.สภ.บ้านแพ้ว พร้อมด้วยพ.ต.อ.พันฤทธิ์ วิไลโรจน์ ผกก.สอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ได้เข้าตรวจสอบห้องพัก ภายในโรงแรมดังกล่าวอีกครั้ง

พ.ต.อ.สาโรจน์ กล่าวว่า สำหรับชันสูตรศพน.ศ.สาว อย่างไม่เป็นทางการ ทราบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากขาดอากาศหายใจ และพบบาดแผลภายในช่องคลอด โดยอยู่ระหว่างชันสูตรว่าแผลในช่องคลอดเกิดจากสาเหตุใด จากผลการชันสูตรที่ออกมา เจ้าหน้าที่จึงชี้ชัดว่าเป็นเหตุฆาตกรรมแน่นอน เพราะถ้าบริสุทธิ์ใจ เหตุใดหลังเกิดเหตุฝ่ายชายจึงต้องขี่รถหลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย แทนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่หรือตำรวจให้ช่วยเหลือ จึงเชื่อว่ามีส่วนในการก่อเหตุฆาตกรรม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหานายศรราม ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ ส่วนข้อหาข่มขืนต้องรอผลยืนยันอีกครั้ง

“เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผู้ต้องหาได้ฆ่าน.ส.สาว โดยสันนิษฐานว่าใช้วิธีบีบคอหรือใช้หมอนกดปิดหน้าจนขาดอากาศหายใจ จากนั้นใช้อาวุธอาจเป็นมีดแทงที่อวัยวเพศเหยื่อจนเลือดนอง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...