โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข่าวบิดเบือน สารแคปไซซินในพริก เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19

สวพ.FM91

อัพเดต 05 ส.ค. 2563 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2563 เวลา 06.55 น.

ตามที่มีข้อความแนะนำในประเด็นเรื่องสารแคปไซซินในพริก เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน
กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความเรื่องสารแคปไซซินในพริก เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ชี้แจงว่า เป็นการพาดหัวข้อความที่กล่าวเกินจริง เนื่องจากยังไม่มีผลการศึกษาทางการแพทย์ที่สามารถยืนยันได้ว่า สารแคปไซซินในพริก สามารถต้านเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้ ซึ่งเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นเชื้อที่เกิดขึ้นมาใหม่ จะต้องใช้เวลาศึกษาถึงตัวยาที่จะนำมารักษา
ซึ่งมีเพียงมีข้อมูลงานวิจัย เกี่ยวกับการต้านการอักเสบ ฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบของสารแคปไซซินพบการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารแคปไซซินซึ่งเป็นสารสำคัญที่อยู่ในพืชตระกูลพริก โดยการเหนี่ยวนำให้เซลล์ THP-1 (human acute monocytic leukemia cell) macrophages เกิดการแสดงออกของยีน macrophage inflammatory protein 1 (MIP-1) และ interleukin 8 (IL-8) ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ โดยการให้เซลล์ได้รับ palmitate (กรดไขมันอิสระชนิดหนึ่ง) แล้วเปรียบเทียบผลระหว่างการที่เซลล์ได้รับและไม่ได้รับสารแคปไซซิน พบว่าสารแคปไซซินสามารถยับยั้งการแสดงออกของยีน MIP-1 และ IL-8 ในเซลล์ดังกล่าว โดยสาร capsaicin มีผลเพิ่มการแสดงออกของยีน carnitine palmitoyltransferase 1 และ β-oxidation ของ palmitate (เป็นเอนไซม์และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันในร่างกาย) นอกจากนี้สารแคปไซซินยังยับยั้งการกระตุ้น c-Jun N-terminal kinase, c-Jun และ p38 ของ palmitate อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าสารแคปไซซินมีฤทธิ์ลดการอักเสบ โดยสามารถยับยั้งการแสดงออกของยีน MIP-1 และ IL-8 ที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย palmitate
ทั้งนี้ พริกเป็นพืชพื้นเมืองของหมู่เกาะอินดิสตะวันตกและอเมริกาเขตร้อน พริกที่นำมาใช้ปรุงอาหารมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด พริกที่มีประโยชน์ทางอาหารและยาที่สำคัญ คือ พริกชี้ฟ้า, พริกขี้หนู อยู่ในวงศ์ SOLANACEAE สารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ดร้อน คือแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1.0 % แคปไซซินอยู่ในผิว ชั้นในของพริก นิยมใช้เป็นเครื่องเทศ ทำซอส ในทางยาใช้เป็นยาทำให้ระคายเคือง (Counter irritants) ใช้ผสมในยาทาถูนวด เมื่อทาแล้วทำให้เลือดมาเลี้ยงในบริเวณนั้นมาก ทำให้บรรเทาอาการปวดเมื่อย ยาภายในใช้เป็นยาธาตุขับลม แต่ต้องในขนาดน้อย กินเป็นยาเจริญอาหาร ถ้าในขนาดมากทำให้เกิดความระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร
ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th หรือโทร. 02-591-7007
หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...