โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จักรกฤษณ์ สิริริน : ทฤษฎี "หงส์ดำ" จาก Black Swan ถึง Black Swan

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 ก.ค. 2563 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 04.35 น.

You can have any color as long as it”s black ความอหังการของ Henry Ford ที่กล้าประกาศในทำนองว่า “ไม่ว่าคุณจะอยากได้รถสีอะไร แต่ฉันมีขายแค่สีดำ”

“จะซื้อหรือไม่ซื้อ” ยุคไม่ง้อลูกค้า ว่ากันมาแบบนี้

ที่เขากล้ากล่าวเช่นนั้น ก็เนื่องมาจากว่า รถยนต์ Ford ในตอนนั้นเสมือนธุรกิจผูกขาด จากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คู่แข่งล้มหายตายจาก และเขาก็ถือเทคโนโลยีชั้นสูงอยู่ในมือ

แตกต่างจากปรัชญาระดับโลกของ “เติ้งเสี่ยวผิง” ที่แม้จะเล่นกับ “สี” เหมือนกันคือ “ไม่ว่าแมวขาวหรือแมวดำ ขอเพียงจับหนูได้ก็คือแมวที่ดี”

ความหมายก็คือ “หากวิธีการใดเป็นผลดี ก็ให้ใช้วิธีการนั้น โดยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปตามสถานการณ์ ไม่ต้องมีสูตรตายตัว”

ขณะเดียวกัน Michele Wucker ก็เสนอทฤษฎีหนึ่งของเขาขึ้นมา เรียกว่า “แรดสีเทา” ผ่านหนังสือชื่อเดียวกันคือ The Gray Rhino : How to Recognize and Act on the Obvious Dangers We Ignore

Michele Wucker ชี้ว่า “เดิมทีแรดมี 2 สี คือขาวกับดำ แต่แรดสีเทา คือสถานการณ์ที่ผู้นำมองหายนะที่จะเกิดขึ้นข้างหน้าไม่ออก บอกไม่ถูกว่านั่นคือแรดขาวหรือแรดดำ”

นี่คือที่มาของทฤษฎี “แรดสีเทา” Michele Wucker กระชุ่น

 

คําเปรียบเปรยต่างๆ นานา นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น “รถสีดำ” ของ Henry Ford หรือทฤษฎีสิงสาราสัตว์อย่าง “แมวขาวแมวดำ” ของ “เติ้งเสี่ยวผิง” และ “แรดสีเทา” ของ Michele Wucker

ถูกยกขึ้นมาใช้อธิบายเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม โดยเฉพาะในตลาดหุ้นก็มีการใช้ “กระทิง” และ “หมี” โดย “กระทิง” หรือ Bull Market ใช้แทน “ตลาดขาขึ้น” ส่วน “ตลาดขาลง” เรียกว่า “หมี” หรือ Bear Market

โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามนำเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง

นั่นคือ “ทฤษฎีหงส์ดำ”

 

“ทฤษฎีหงส์ดำ” มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Black Swan Theory หรือ Black Swan Events มีที่มาจากชื่อหนังสือ The Black Swan : The Impact of the Highly Improbable ของ Nassim Nicholas Taleb

นักเขียนชาวเลบานอนที่โด่งดังผู้นี้ พื้นเพคือนักคณิตศาสตร์ ก่อนที่จะหันมาประกอบอาชีพ Trader และนักวิเคราะห์ความเสี่ยงตลาดทุน ซึ่งต่อมาได้ผันตัวมาเป็นนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย และที่สำคัญที่สุดก็คือนักเขียน

เช่นเดียวกับทฤษฎี “แรดสีเทา” Nassim Nicholas Taleb ได้ยกเอา “หงส์” เป็นอุปมาอุปไมย “เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด” เฉกเช่นการค้นพบ “หงส์ดำ”

ทั้งนี้เนื่องเพราะก่อนหน้าที่โลกจะรู้จักกับ “หงส์ดำ” นั้น เราทุกคนต่างพากันเข้าใจว่า “หงส์ทุกตัว” ในจักรวาลนั้นคือ “หงส์ขาว”

เพียงเพราะไม่มีใครเคยเห็น “หงส์ดำ” มาก่อน?

กระทั่งถึงปี ค.ศ.1697 ที่โลกได้รู้จักกับ “หงส์ดำ” เป็นครั้งแรก พลันเมื่อ Willem Hesselsz de Vlamingh นักสำรวจชาวดัตช์ ได้ค้นพบ “หงส์ดำ” ที่ประเทศออสเตรเลีย

 

Nassim Nicholas Taleb จัดแจงขุดรากประวัติศาสตร์นี้ขึ้นมาในปี ค.ศ.2007 เพื่อใช้อธิบายชุดความคิดของเขาที่มีต่อวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลก

Highlight สำคัญของหนังสือ The Black Swan คือคำกล่าวที่ว่า “หากมีใครบอกคุณว่าหงส์มีสีดำ ก็กรุณาอย่าไปต่อว่าต่อขานเขา” Nassim Nicholas Taleb กระชุ่น

เพราะ “หงส์ดำ” ไม่ใช่เรื่องผิดธรรมชาติ “หงส์ดำ” มิใช่การผ่าเหล่า แต่มันเป็นสมาชิกตัวหนึ่งในฝูงมานานแล้ว มนุษย์นั่นเองที่พร่ำสอนต่อๆ กันมาว่า “หงส์มีแต่สีขาว” เขากล่าว และว่า

แม้ “หงส์ดำ” จะไม่ใช่อุบัติเหตุโดยตัวของมันเอง ทว่ามันก็คือปรากฏการณ์พิเศษที่เหนือความคาดหมาย อาจเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก เหมือนกับที่ อยู่ๆ Willem Hesselsz de Vlamingh ก็ค้นพบ “หงส์ดำ” ในปี 1697

Nassim Nicholas Taleb ชี้ว่า “สารสนเทศไม่ใช่ความรู้”

“การอ่านหนังสือมาก หรือสร้างห้องสมุดไว้สะสมหนังสือ ไม่มีประโยชน์ หากคุณไม่สามารถถอดรหัส และนำความรู้เหล่านี้มาสร้างให้เกิดคุณค่าได้ ในบางครั้งยิ่งมีข้อมูลมากก็รังแต่จะทำให้สับสนมากขึ้น” เขากล่าว และว่า

“บางคนอ่านหนังสือดีๆ เพียงแค่เล่มเดียวก็ประสบความสำเร็จได้ ถ้าอ่านอย่างลึกซึ้ง และรู้จักสังเคราะห์มาประยุกต์ใช้” Nassim Nicholas Taleb สรุป

เพราะใน “ทฤษฎีหงส์ดำ” นั้น แม้ว่าเราจะมีทั้งสารสนเทศ และมีทั้งความรู้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามนุษยชาติจะสามารถคาดการณ์หายนะครั้งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า หรือ Black Swan Events ได้!

“หงส์ดำ” จึงเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ และไม่มีข้อมูลในอดีตใดๆ ที่จะบ่งชี้สถานการณ์ที่จะนำไปสู่ภัยพิบัติดังกล่าวได้” Nassim Nicholas Taleb ทิ้งท้าย

 

นอกจากหนังสือ The Black Swan : The Impact of the Highly Improbable แล้ว ในห้วงเวลาไล่เลี่ยกันก็มีภาพยนตร์ชื่อ Black Swan ออกฉาย

ผลงานการกำกับฯ ของ Darren Aronofsky นำแสดงโดย Natalie Portman ซึ่งบทนี้ส่งให้เธอคว้าออสการ์ดารานำหญิงไปครองได้เป็นผลสำเร็จ

ภาพยนตร์เรื่อง Black Swan นำเสนอเรื่องราวชีวิตของ Nina Sayers (Natalie Portman) ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เต้นเป็น The Swan Queen ในการแสดงบัลเล่ต์ชุด Swan Lake

Swan Lake เป็นงานอมตะของ Pyotr Tchaikovsky ที่นักดูบัลเล่ต์ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง “รู้จักกันทั่วโลก”

เรื่องราวของเจ้าหญิง Odette (White Swan หรือ “หงส์ขาว”) ที่ถูกพ่อมดสาปให้กลายร่างเป็น “หงส์” ในตอนกลางวัน และเป็นมนุษย์ในตอนกลางคืน

เธอได้ตกหลุมรักเจ้าชายชื่อ Siegfried ที่เดินทางมาล่าหงส์ และได้ทราบความจริงของ Odette

ขณะที่ Siegfried ตั้งใจจะสารภาพรักต่อ Odette ทว่าเธอกลับถูกพ่อมดหลอกให้เจ้าชายไปสารภาพรักกับ Black Swan หรือ “หงส์ดำ”

แต่สุดท้าย เจ้าชาย Siegfried ได้ต่อสู้กับพ่อมดเพื่อล้างคำสาป แต่ไม่สำเร็จ เขาถูกฆ่าตาย เมื่อเจ้าหญิง Odette รู้ข่าวก็เลยตรอมใจจนฆ่าตัวตายตาม

 

ภาพยนตร์ต่อยอดผลงานของ Tchaikovsky ด้วยการนำเสนอด้านมืดหรือ “หงส์ดำ” ในจิตใจ Nina ซึ่งในทางจิตวิทยาเรียกว่า id

ในที่นี้ id ก็คือ Black Swan หรือ “หงส์ดำ” ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในมนุษย์ ซึ่ง Nina ได้ปลดปล่อย id ของเธออย่างไร้การควบคุม นำมาสู่โศกนาฏกรรมในท้ายเรื่อง

ตามทฤษฎีของ Sigmund Freud ที่ได้แบ่ง Ego ออกเป็น 2 ฝ่าย คือ id ที่หมายถึงสัญชาตญาณดิบ และ Superego ที่หมายถึงสำนึกผิดชอบชั่วดี

id จึงเปรียบได้กับ “หงส์ดำ” ที่ไม่ควรปล่อยให้ปรากฏบ่อยๆ เหมือนที่หนังสือ The Black Swan ของ Nassim Nicholas Taleb ได้กล่าวไว้นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...