โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคยไหม? ตากระตุก ตาเขม่น เป็นแค่ลางร้าย หรือเป็นปัญหาสุขภาพ?

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 12.42 น. • Bright Today

อาการ ตากระตุก ตาเขม่น หลายคนอาจคิดว่าเป็นลางบอกเหตุ แต่ที่จริงแล่ว อาการตากระตุก อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาพของคุณกำลังมีปัญหาซึ่งคุณไม่ควรละเลย

ตากระตุกคืออะไร?
ตากระตุก หรือ หนังตากระตุก (eyelid twitch) ที่หลายคนเรียก “ตาเขม่น” นั้น ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะกล้ามเนื้อหนังตากระตุก (Blepharospasm) เกิดจากการส่งกระแสประสาทมาหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อออบิคูลารีสออรีส (orbicularis oris muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่เรียงอยู่รอบเปลือกตาหรือหนังตาบนและล่างมากเกินไป ทำให้เปลือกตากระตุกเองแบบไม่สามารถควบคุมได้ มักเกิดกับเปลือกตาบน และเป็นที่ตาข้างเดียว โดยเปลือกตาจะกระตุกยิบๆ ต่อเนื่องเป็นพักๆ ส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่บางคนอาจมีอาการยาวนานเป็นปี

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะ ตากระตุก อาการตากระตุกส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพร้ายแรง และมักมาจากสิ่งกระตุ้นเหล่านี้

  • ความเครียดและความวิตกกังวล
  • ความเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย
  • อาการตาล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการตาล้าที่เกิดจากการจ้องหน้าจอเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน
  • สภาพแวดล้อม เช่น ลม แสงสว่าง แสงแดด มลภาวะทางอากาศ
  • การอดนอน
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ น้ำอัดลม
  • อาการภูมิแพ้ขึ้นตา
  • การขาดสารอาหารบางชนิด เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม วิตามินบี 12 วิตามินดี
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคลมชัก ยารักษาอาการวิกลจริต

แต่หากตาของคุณกระตุกไม่หายและมีอาการอื่นร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพ ดังนี้

ปัญหาสุขภาพตา เช่น

  • เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis)
  • กระจกตาถลอก (Corneal abrasion)
  • ภาวะตาแห้ง
  • ภาวะหนังตาม้วนเข้าใน
  • โรคต้อหิน

ความผิดปกติทางระบบประสาทและสมอง เช่น

  • ภาวะกล้ามเนื้อคอเกร็งตัว
  • ภาวะกล้ามเนื้อเต้นกระตุกชนิดธรรมดา (Benign Fasciculation Syndrome / BFS)
  • ภาวะกล้ามเนื้อบิดเกร็งกระตุก (dystonia)
  • โรคอัมพาตใบหน้า
  • โรคปลอกประสาทอักเสบชนิดเอ็มเอส (multiple sclerosis / MS)
  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (Amyotrophic Lateral Sclerosis / ALS) หรือที่เรียกว่า โรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม (Motor neurone disease / MND)

ทำอย่างไรตาจึงจะหายกระตุก? ตากระตุกส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน หรือบางรายอาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ แต่หากทำตามคำแนะนำเหล่านี้อาจช่วยให้อาการตากระตุกของคุณดีขึ้นได้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ประคบตาด้วยผ้าอุ่นเพื่อบรรเทาอาการตาล้า
  • ทำกิจกรรมคลายเครียด เช่น เล่นโยคะ ฟังเพลง นั่งสมาธิ ฝึกควบคุมลมหายใจ ใช้เวลากับเพื่อน หรือสัตว์เลี้ยง
  • ลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ ชอกโกแลต น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ด้วย
  • หากต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ควรใช้กฎ 20-20-20 นั่นคือ จ้องหน้าจอ 20 นาที มองไปที่ไกลๆ อย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาทีหรือนานกว่านั้น
  • หยอดน้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาเพื่อให้ตาชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • หากคุณสงสัยว่าอาการตากระตุกที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยาบางชนิดที่กินอยู่ ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ทันที
  • อย่ากังวลเกินเหตุ เพราะภาวะตากระตุกส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง หากกังวลมากไปอาจทำให้อาการยิ่งแย่ลง

ที่มา : hellokhunmor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...