โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังเฟดประกาศเปลี่ยน "นโยบายการเงิน" แบบใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2563 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2563 เวลา 11.20 น.
REUTERS/Jo Yong-Hak/File Photo

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (24/8) ที่ระดับ 31.54/ บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 31.52/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้เคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์หลังจากคืนวันจันทร์ (24/8) ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการพัฒนาการรักษาไวรัสโควิด-19 ว่าขณะนี้สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convalescent plasma) ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แล้ว ซึ่งพลาสมาเหล่านี้ได้รับการบริจาคจากประชาชนผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคโควิด-19 และได้รับการรักษาจนหายดี

โดยนายทรัมป์เปิดเผยว่า การรักษาโดยใช้พลาสมาจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้ถึง 35% ส่วนความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้าของสหรัฐและจีนที่ได้มีการจัดการเจรจาทางโทรศัพท์เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา (24/8) เพื่อประเมินความคืบหน้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟส 1 โดยผู้เข้าเจรจาดังกล่าวประกอบด้วย นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนและตัวแทนในการเจรจาการค้าและเศรษฐกิจกับสหรัฐ (USTR) นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ

ซึ่งนักข่าวซินหัวได้รายงานว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในหลายประเด็น อาทิ การเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาค และการบังคับใช้ข้อตกลงการค้าและเศรษฐกิจเฟสแรกระหว่างจีนและสหรัฐ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะสร้างภาวะและบรรยากาศที่สร้างสรรค์ เพื่อผลักดันให้การดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเฟสแรกเดินหน้าต่อไปและประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ USTA ยังระบุด้วยว่า ในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ นายหลิว, นายไลท์ไฮเซอร์ และนายมนูชิน ต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า ข้อตกลงการค้าเฟสแรกมีความคืบหน้าไปด้วยดี และทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นว่าจะดำเนินการในขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อรับประกันความสำเร็จของข้อตกลงทางการค้าดังกล่าว

สำหรับการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮลในวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ ในคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27/8) นายพาวเวลได้มีการประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินครั้งสำคัญ โดยเฟดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยจะใช้เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อมีความยืดหยุ่น และสามารถดีดตัวขึ้นเหนือ 2% จากเป้าหมายเดิมที่เคยกำหนดไว้ อีกทั้งจะเป็นการเปิดโอกาสให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิม เพื่อสนับสนุนตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐ

ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินดังกล่าว ส่งผลให้เฟดมีแนวโน้มน้อยลงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อไม่ได้ดีดตัวขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ เฟดมีความเชื่อว่าอัตราว่างงานต่ำจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจนถึงขีดอันตราย จึงทำให้เฟดดำเนินการล่วงหน้าด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อาจก่อตัวขึ้น

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐที่ได้เปิดเผยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบด้วยตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ประจำเดือนกรกฎาคมได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.9% สู่ระดับ 901,000 ยูโร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2549 และสูงกว่าที่นักวิเราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 785,000 ยูนิต ซึ่งเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 36.3% ในเดือนกรกฎาคม

อีกทั้งยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ ได้ปรับตัวพุ่งขึ้น 11.2% ในเดือนกรกฎาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.3% หลังจากดีดตัวขึ้น 7.6% ในเดือนมิถุนายน และสำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนกรกฎาคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากพุ่งขึ้น 4.3% ในเดือนมิถุนายน

แต่อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ Conference Board ได้เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ได้ร่วงลงสู่ระดับ 84.8 ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 91.7 ในเดือนกรกฎาคม และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 93.0 โดยดัชนีความเชื่อมั่นร่วงลงเป็นเดือนที่ 2 จากการที่ผู้บริโภคมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้งผลตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐ ประจำไตรมาส 2 ปี 2563 ก็ได้ปรับตัวลดลง 31.7% ซึ่งเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ที่สหรัฐเริ่มมีการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2490 หรือกว่า 70 ปีก่อนหน้านี้ หลังจากหดตัว 5% ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับ GDP ประจำไตรมาส 2 ปี 2563 ดังกล่าว นั้นดีกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระบุว่าเศรษฐิจหดตัวลง 32.9% และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะหดตัวลง 34.7% ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.16-31.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (28/8) ที่ระดับ 31.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ (24/8) ที่ระดับ 1.1802/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 1.1814/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้ปรับตัวอ่อนค่าในช่วงต้นสัปดาห์จากความไม่แน่นอนของการเจรจา Brexit หลังจาก นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป ได้กล่าวว่า การเจรจาระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับอังกฤษเกี่ยวกับข้อตกลงต่าง ๆ หลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) นั้นยังคงไม่มีความคืบหน้า แม้การเจรจาจะดำเนินไปถึง 7 รอบแล้วก็ตาม

โดยนายบาร์นิเยร์ได้กล่าวตำหนิอังกฤษที่ไม่ได้แสดงความเต็มใจที่จะผลักดันความคืบหน้าของประเด็นที่มีความสำคัญด้านพื้นฐานต่อ EU โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการค้า การประมง การบังคับใช้กฎหมาย แม้มีความคืบหน้าในความร่วมมือด้านพลังงานและการป้องกันการฟอกเงิน แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากมีการเปิดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเยอรมนี ที่ได้ปรับตัวลดลง 9.7% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 10.1%

อีกทั้งดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนีจากสถาบัน Ifo ประจำเดือนสิงหาคมได้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 92.6 มากกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 92.2 ซึ่งดัชนีดังกล่าวได้ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 92.2 ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1762-1.1908 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (28/8) ที่ระดับ 1.1906/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (24/8) ที่ระดับ 105.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/8) ที่ระดับ 105.47/459 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนได้ปรับตัวออนค่าลงเล็กน้อย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการเปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนาการรักษาไวรัสโควิด-19 ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งจากปัจจัยความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้าระห่างสหรัฐ และจีนที่มีแนวโน้มที่ดี

นอกจากนี้ในช่วงท้ายสัปดาห์ สำนักข่าวเกียวโดได้มีรายงานว่า นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เตรียมประกาศลาออกจากตำแหน่งในการประชุมพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพ หลังจากที่ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายครั้งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นสุขภาพของนายอาเบะถือเป็นเรื่องที่ชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจมาโดยตลอด หลังจากที่เขาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันในปี 2550 ขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เพียง 1 ปี โดยนายอาเบะอ้างถึงอาการป่วยจากโรคลำไส้

ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.69-106.11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (28/8) ที่ระดับ 105.86/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...