โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"ยาถ่านคาร์บอน" คือยาอะไร กินอย่างไรให้ถูกวิธี?

JS100 - Post&Share

อัพเดต 03 มี.ค. 2564 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 08.17 น. • JS100:จส.100
“ยาถ่านคาร์บอน” คือยาอะไร กินอย่างไรให้ถูกวิธี?

            เมื่อเกิดอาการท้องเสียขึ้นมาเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินว่าให้เลือกซื้อ “ยาถ่านคาร์บอน” มากิน ทว่ายาชนิดที่จะช่วยทำให้เราหายท้องเสียได้จริงๆ หรือ? ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ออกมาอธิบายสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยาถ่ายคาร์บอน สร้างความเข้าใจใช้งานถูกวิธี

             ยาถ่ายคาร์บอนคืออะไร?
             ยาคาร์บอน (Activated Carbon) เป็นยาที่อาจใช้ดูดซับสารพิษเพื่อบรรเทาอาการท้องเสียได้ แต่ยาตัวนี้ไม่ได้มีผลฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย และไม่สามารถใช้เป็นยาหยุดถ่าย จากผลของฤทธิ์ในเรื่องของการดูดซับจึงทำให้การกินยานี้อาจไปดูดซับและส่งผลต่อระดับยาอื่นๆ ที่กินอยู่

             แล้วจะกินยาถ่ายคาร์บอนอย่างไรไม่ทำให้ส่งผลต่อการออกฤทธิ์ยาอื่น
             อาการท้องเสีย คือ การที่ถ่ายอุจจาระเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเป็นมูกเลือดตั้งแต่ 1 ครั้งขึ้นไป ภายใน 24 ชั่วโมง โดยทั่วไปแล้วหากมีอาการท้องเสีย แนะนำให้ผู้ที่เป็นค่อยๆ จิบสารละลายเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts, ORS) เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ และเกลือแร่ที่เสียไป หรือหากบางคนต้องการกินยาถ่านคาร์บอน (Activated Carbon) ควรเว้นระยะห่าง 2 ชั่วโมงจากการรับประทานยาชนิดอื่น  เพราะหากไม่เว้นระยะห่าง ยาถ่านคาร์บอนอาจไปรบกวนการดูดซึมยาตัวอื่น ทำให้ยาตัวอื่นที่เรากินเข้าไปออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ หรือไม่มีผลในการรักษาเลยก็เป็นได้

            นอกจากการกินยาเพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย ยังอยากแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ย่อยง่าย และรสไม่จัด รวมถึงกินอาหารปรุงสุก แต่หากผู้ที่เป็นมีอาการอุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติคล้ายหัวกุ้งเน่า คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการนานกว่า 48 ชั่วโมง แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยามากินเอง

ข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...