โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อาการปวดหัวข้างขวา ปวดหัวข้างเดียว เกิดจากอะไร ใช่ไมเกรนมั้ย รักษายังไงดี?

GedGoodLife

อัพเดต 17 ต.ค. 2566 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2564 เวลา 12.10 น. • GED good life ชีวิตดีดี

ปวดหัว ปวดศีรษะ อาการทั่วไปที่ทุกคนต้องเคยเจอกันบ้าง อาการแสดงในแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป บางคนปวดจี๊ด ๆ แปล้บ ๆ เป็นพัก ๆ บางคนก็ปวดหนัก ปวดตุบ ๆ กันเลยทีเดียว! วันนี้ GedGoodLife จะขอพูดถึง อาการปวดหัวข้างขวา ที่หลายคนเป็นกัน ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และควรรักษายังไงดี มาติดตามกันเลย!

ดีคอลเจน ชนิดเม็ด (Decolgen tablets) บรรเทาหวัด น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ และเป็นไข้

อาการปวดหัวข้างขวา เกิดจากอะไร?

อาการปวดหัวข้างขวา อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

ไลฟ์สไตล์ / การใช้ชีวิตประจำวัน (Lifestyle)

  • เครียดจากการทำงาน เรื่องส่วนตัว
  • ความเหนื่อยล้า
  • นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การอดอาหาร / ข้ามมื้ออาหาร / กินอาหารไม่เป็นเวลา
  • กล้ามเนื้อบริเวณคอมีปัญหา
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

การติดเชื้อ และ ภูมิแพ้ต่าง ๆ (Infections and allergies)

  • ไซนัสอักเสบ และ ภูมิแพ้ต่าง ๆ ก็เป็นต้นเหตุของอาการ ปวดหัวข้างขวา ได้เช่นกัน
  • ปวดศีรษะ ปวดขมับ ปวดแก้ม ปวดท้ายทอย หนักหัว คืออาการปวดหัวจากไซนัสอักเสบ

การใช้ยาเกินกำหนด (Medication overuse)

การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวเกินคำแนะนำของแพทย์ หรือเภสัชกร สามารถเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน

อาการทางระบบประสาท และสมอง (Neurological causes)

เช่น ปวดหัวจากปลายเส้นประสาทอักเสบ ปวดจากอาการในสมอง เลือดออกในสมอง หลอดเลือดดำในสมองอุดตัน เป็นต้น

สาเหตุอื่น ๆ (Other causes)

นอกจากปัญหาที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่อาจทำให้ปวดศีรษะข้างเดียวได้ เช่น

  • การบาดเจ็บ
  • การอุดตัน และโป่งพองของหลอดเลือด
  • เนื้องอกชนิดต่าง ๆ

จะเห็นได้ว่าอาการ ปวดหัวข้างขวา หรือ ปวดหัวข้างเดียวนั้น มีอยู่หลายสาเหตุ ผู้ป่วยจึงควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยว่าอาการ ปวดหัวข้างขวา เกิดจากอะไร และรักษาอย่างถูกวิธี

อาการปวดหัว 3 ประเภท ที่นำไปสู่ อาการปวดหัวข้างขวา

รู้หรือไม่… อาการปวดหัวนั้นมีอยู่หลายประเภทเลยทีเดียว แต่จะมีอยู่ 3 ประเภทที่มักทำให้ผู้ป่วยเกิด อาการปวดหัวข้างขวา ได้แก่

1. ไมเกรน (Migraine headache)

ไมเกรนพบได้ประมาณร้อยละ 10-20 ของคนทั่วไป เริ่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่วัยรุ่น และมีโอกาสกำเริบเป็นครั้งคราวไปจนหลังอายุ 55 ปี ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย 8 ต่อ 1 อาการปวดเฉลี่ย 1 ถึง 2 ครั้งต่อเดือน ระยะที่เป็นจะอยู่ประมาณหลายชั่วโมง แต่ไม่เกิน 1 ถึง 2 วัน

การปวดจะเป็นไปในลักษณะปวดหัวจี๊ด ๆ ตุบ ๆ ตามชีพจร ตลอดเวลา และมีอาการอื่นร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็น อาการคลื่นไส้อาเจียน หรือหากมีอาการหนักมากอาจจะมีอาการผิดปกติ อาทิ มองเห็นแสงจ้า, วูบวาบ, พร่ามัว การมองเห็นไม่ชัด, ไวต่อการรับเสียง, หน้ามืด หรือเป็นลมวูบได้ ในที่สุด

* ผู้ป่วยที่มี อาการปวดหัวข้างขวา หรือปวดหัวข้างเดียว มักจะคิดไปเองว่าตัวเองต้องเป็นไมเกรนแน่ ๆ แต่ในความจริงแล้ว อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้เช่นกัน ฉะนั้น จึงควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

2. ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension headaches)

เป็นอาการปวดศีรษะที่พบบ่อยที่สุด เกิดขึ้นได้ 75% ในผู้ใหญ่ การปวดศีรษะชนิดนี้อาจพบร่วมกับการปวดศีรษะไมเกรนได้ พบบ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาการปวดจะพบได้ขณะที่คร่ำเคร่งงานมาก ขณะหิวข้าว มีเรื่องให้คิด วิตกกังวลเยอะ ซึมเศร้า หรือนอนไม่หลับ และถึงแม้จะพบว่าอาการปวดเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 ข้าง แต่ก็สามารถเกิดได้ข้างเดียวเช่นกัน

ลักษณะเฉพาะของโรคนี้คือ ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดตื้อ ๆ หนัก ๆ ที่ขมับ หน้าผาก กลางศีรษะ หรือท้ายทอยทั้ง 2 ข้าง หรือทั่วศีรษะ หรือปวดรอบศีรษะคล้ายเข็มขัดรัด ต่อเนื่องกันนานครั้งละ 30 นาทีถึง 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะไม่มีไข้ ไม่เป็นหวัด ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือตาพร่าตาลาย

3. ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache)

การปวดศีรษะชนิดนี้พบได้น้อย มีประมาณร้อยละ 1 ของประชากร พบได้ทุกช่วงอายุ พบในชายมากกว่าหญิง อายุสูงสุดที่มีอาการคือ อายุ 40 ปี และ 60 ปี ทั้งในเพศชาย และเพศหญิง

ลักษณะของอาการ คือ มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวอย่างรุนแรงแบบเป็นระลอก หรือเป็นชุด มีลักษณะการปวดตุบ ๆ บริเวณขมับ รอบตา หรือกระบอกตาข้างใดข้างหนึ่ง ปวดนานประมาณ 15 -180 นาที ถ้าไม่ได้ให้การรักษา อาการปวดเป็นขึ้นทันทีไม่มีอาการเตือน และมักปวดในช่วงเวลาเดิม ซึงมักปวดช่วงเช้าตรู่ และช่วงเริ่มต้นของเวลาบ่าย

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวเป็นประจำทุกวัน ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะเป็นโรคร้ายแรง หรือเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที

  • การมองเห็นเปลี่ยนไป มองไม่ชัด เบลอ
  • มีอาการสับสน
  • มีไข้สูงร่วมด้วย
  • มีอาการบาดเจ็บทางศีรษะ
  • มีความรู้สึกเจ็บเมื่อขยับตัว
  • คอแข็ง และมีอาการชา
  • มีผื่นคัน
  • พัฒนาการทางสมองช้าลง
  • ความผิดปกติด้านการนอน
  • พูดไม่ชัดลิ้นแข็ง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

9 ทิปส์ดีดี แก้อาการปวดหัวได้ด้วยตัวเอง

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และงีบหลับในระหว่างวันบ้าง

2. ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ควรลุกเดินรีแล็กซ์ พักสายตาบ้าง

3. ลดความเครียด อาจด้วยวิธีดูรายการตลก หรือหากิจกรรมคลายเครียดทำ

4. เอาผ้าเย็นเช็ดรอบ ๆ ศีรษะ และคอ บีบนวดขมับ และกล้ามเนื้อคอให้ คลายเกร็ง

5. งด ละ เลิก อาหารที่ผสมผงชูรส และเครื่องดื่มคาเฟอีน, แอลกอฮอล์

6. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอวันละ 8 แก้ว/วัน

7. ไม่รวบผมตึงจนเกินไป

8. อาจไปรับบริการนวด คอ บ่า ไหล่ โดยหมอนวดแผนโบราณที่มีประสบการณ์

9. รับประทานยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (ควรพบแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา)

Ask Expert : ถาม-ตอบ คำถามสุขภาพจากทางบ้าน

อาการปวดหัว เป็นอาการที่ผู้ป่วยสอบถามเข้ามามากในบอร์ด Ask Expert : ถาม-ตอบ ปัญหาสุขภาพ แต่ละคนก็จะมีอาการแตกต่างกันออกไป ใครที่มีอาการปวดหัวเช่นกัน สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ประจำบอร์ด Ask Expert ได้เลย! —> ถามเลยที่นี่ คลิก

อาการปวดหัวข้างขวา

คำถามที่ 1 : มีอาการปวดหัวจี๊ดๆ เป็นระยะๆ บริเวณศรีษะด้านขวา อันตรายไหมครับ ?

ผมมีอาการปวดหัวจี๊ดๆ บริเวณซีกขวา อาการปวดจะมาเป็นระยะๆ แต่ไม่ปวดนานครับ การปวดจะเป็นแบบเจ็บจี๊ดๆ แป๊บเดียวแล้วก็หายไป อีกสักพักก็จะเป็นอีก ไม่แน่ใจว่าเป็นอันตรายหรือไม่ หรือเกิดจากสาเหตุใดครับ

ไม่มีโรคประจำตัวครับ เคยมีวัดความดันค่อนไปทางสูงแต่ไม่ทุกครั้งครับ

ตอบ : คนไข้ต้องลองสังเกตตัวเองดูค่ะว่าจะเป็นตอนไหน และเป็นถี่ขนาดไหน เพราะอาการปวดหัวลักษณะนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การทำงานมาก ๆ แล้วเกิดอาการออฟฟิศซินโดรม ความเครียด หรือ อาจจะเป็นลักษณะของเส้นประสาทก็ได้ ลองสังเกตตัวเองก่อนค่ะ แล้วลองเข้าไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกาย และ วินิจฉันอย่างละเอียดอีกครั้งค่ะ

คำถามที่ 2 : ปวดหัวตอนตื่นนอน บางครั้งต้องตื่นมากลางดึก

หนูชอบปวดหัวตอนตื่นนอนค่ะบางครั้งปวดจนต้องตื่นมากลางดึกก็มี จะปวดช่วงท้ายทอยกับกระหม่อมค่ะ ส่วนมากจะปวดอย่างเดียว แต่จะมี 2 ใน 10 ครั้งที่จะมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว เหมือนจะอาเจียนร่วมด้วย ตอนปวดถ้าได้นวดหัวนวดไหล่หรือลุกขึ้นมานั่งสักพัก อาการมันจะดีขึ้นค่ะดี จนบางครั้งแทบรู้สึกเหมือนไม่เคยปวดหัวมาก่อนหน้านี้เลย

เวลาปวดอย่าง 2 วันนี้ตื่นมาปวดหัว หายไปสัก 5-6 วันที่ตื่นมาปกติไม่ปวดไม่เวียน พอวันที่ 7 ดันกลับมาปวดอีก 10 วัน คือไม่ได้ปวดทุกวัน แต่พอปวดก็จะปวดไปอีกหลายวันคะ

ตอนนี้หนูน้ำหนัก 110 แล้วคะ อายุ 25 ปี เคยกินยาน้ำในหูไม่เท่ากัน อย่างนี้หนูเป็นอะไรร้ายแรงไหมค่ะ รบกวนด้วยนะคะ… ขอบคุณคะ

ตอบ : ปวดศีรษะมากสัมพันธ์กับความเครียด และพักผ่อนไม่พอนะครับ อนึ่งการไปออกกำลังกายก็จะทำให้น้ำหนักดีขึ้น และสุขภาพโดยรวมดีขึ้นครับ

คำถามที่ 3 : รู้สึกปวดหัว และหนัก ๆ หัว

รู้สึกปวดหัว และหนัก ๆ หัว เวียนหัว ร่างกายอ่อนเพลีย ตัวร้อน ไม่มีอาการน้ำมูกไหล หรือว่าไอ

วันที่1 : ปวดหัว และหนักหัว นอนทั้งวันลุกไม่ไหว รู้สึกตัวร้อน ปวดตา พอกินยาช่วงเย็นก็รู้สึกดีขึ้นแต่ไม่มาก

วันที่2 : อาการดีขึ้นแต่ก็ยังมีอาการปวดหัว และหนักหัวอยู่ ไม่มาก อาการปวดตาก็ยังมีอยู่บ้าง

อยากรู้ว่าเป็นอะไรคับ หรือแค่พักผ่อนไม่เพียงพอหรือเป็นเพราะอากาศคับ ตอนนี้อากาศเปลี่ยนด้วย รบกวนด้วยนะคับ

ตอบ : อาการปวดหัว ตัวร้อน หรืออาการไข้ ในเบื้องต้นสามารถใช้ยาแก้ปวด ลดไข้ เพื่อบรรเทาอาการได้นะคะ ร่วมกับการนอนหลับ พักผ่อนมากๆ ลดภาวะเครียด ผ่อนคลายมากขึ้น ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ค่ะ โดยอาการปวดหัว ปวดตา อาจจะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเกิดจากภาวะเครียด กังวลมากเกินไป ก็เป็นได้เช่นเดียวกันค่ะ

คำถามที่ 4 : ปวดหัวติดต่อกันหลายวันกินยาไม่หาย

ปวดหัวติดต่อกันหลายวันแล้วค่ะ กินยาก็ไม่หาย อยากทราบว่าอาการมันจะรุนแรงขึ้นมั้ยคะ?

ตอบ : อาการปวดหัวจะมีหลายประเภท และสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ หรือมักเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอค่ะ ซึ่งหากมีเพียงอาการปวดหัวโดยไม่มีอาการอื่นร่วม และมีการรับประทานยาบรรเทาอาการปวดเบื้องต้นแล้ว ยังมีการอยู่เป็นระยะเวลานาน และไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และสอบถามอาการเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด และรักษาจากสาเหตุค่ะ

คำถามที่ 5 : ปวดหัวติดต่อกันหลายวันกินยาไม่หาย

ปวดหัวติดต่อกันหลายวันแล้วค่ะ กินยาก็ไม่หาย อยากทราบว่าอาการมันจะรุนแรงขึ้นมั้ยคะ?

ตอบ : อาการปวดหัวจะมีหลายประเภท และสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ หรือมักเกิดจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอค่ะ ซึ่งหากมีเพียงอาการปวดหัวโดยไม่มีอาการอื่นร่วม และมีการรับประทานยาบรรเทาอาการปวดเบื้องต้นแล้ว ยังมีการอยู่เป็นระยะเวลานาน และไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และสอบถามอาการเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด และรักษาจากสาเหตุค่ะ

ลิงก์อ้างอิงบทความ :
1. healthline 2. medicalnewstoday 3. theworldmedicalcenter 4. mukinter 5. neurosci.kku.ac.th

ลิงก์อ้างอิงคำถามจากทางบ้าน : คำถามที่ 1 / 2 / 3 / 4 / 5

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...