โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หวัดนี้หายเองได้ หรือต้องหาหมอ เช็ก 5 สีน้ำมูก บอกระดับความรุนแรงของหวัด

UndubZapp

เผยแพร่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 13.15 น. • อันดับแซ่บ
โรคไข้หวัด ส่วนใหญ่ถ้ารักษาสุขภาพดีๆ ก็สามารถหายได้เอง แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการหวัดของเรานั้นหายเองได้ หรืออันตรายต้องหาหมอ ลองเช็กได้จากสีน้ำมูกค่ะ

ไม่ใช่ว่าการเป็นหวัดทุกครั้งจะต้องหาหมอ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่เป็นหวัดจะหายได้เองเช่นกัน ดังนั้น ถือเป็นเรื่องยากพอสมควรในการจะตัดสินใจว่าอาการหวัดที่เราเป็นอยู่นี้ อยู่ในระดับที่ควรให้หมอรักษาหรือควรปล่อยให้หายเอง ซึ่งนอกจากอาการที่สังเกตได้อย่างการเป็นไข้สูงที่ต้องรีบพบแพทย์แล้ว สีของเสมหะและน้ำมูกก็อาจบ่งบอกได้ถึงระดับความรุนแรงของโรคหวัดได้เช่นกัน ส่วนน้ำมูกสีต่างๆ จะส่งสัญญาณอะไรได้บ้างนั้น UndubZapp มีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านหูคอจมูกจาก The Massachusetts Eye and Ear Infirmary จากบอสตันมาฝากกันค่ะ

1. น้ำมูกใส

น้ำมูกที่มีลักษณะใสแจ๋วนั้น ไม่ได้เป็นสัญญาณของโรคแต่อย่างใด เพราะโดยปกติแล้วร่างกายจะมีการผลิตน้ำมูกใสออกมาเพื่อชำละล้างฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกมาจากจมูก เว้นแต่ว่าคุณจะมีน้ำมูกใสออกมามากกว่าปกติ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสัญญาณของโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆ ซึ่งก็ต้องหาสาเหตุของการแพ้เพื่อแก้ไขให้ตรงจุด

2. น้ำมูกสีขาวขุ่น

น้ำมูกที่มีลักษณะสีขาวขุ่นนั้น มักเกิดขึ้นจากการที่มีน้ำมูกขังอยู่ภายในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการที่โพรงจมูกบวมจากการอักเสบหรืออาจเกิดจากการขาดน้ำซึ่งทำให้น้ำมูกมีลักษณะข้นเหนียวมากกว่าปกติ ซึ่งอาการนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการดื่มน้ำให้มากขึ้น และออกกำลังกายเพื่อให้สามารถหายใจได้โล่งขึ้นค่ะ

3. น้ำมูกสีเหลือง

หากน้ำมูกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใสหรือเหลืองข้นนั้น ย่อมหมายถึงเริ่มมีการติดเชื้อในโพรงจมูกและโพรงไซนัส ซึ่งการติดเชื้อดังกล่าวจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายส่งเซลล์ในการต่อต้านเชื้อโรค เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาทำลายเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทั้งเซลล์เม็ดเลือดและแบคทีเรียจะทำให้น้ำมูกมีลักษณะเป็นสีเหลืองได้ โดยเราอาจรักษาอาการหวัดได้ด้วยการดื่มน้ำให้มากและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น ยกเว้นว่าอาการน้ำมูกเหลืองนั้นจะเป็นต่อเนื่องกันนานเกิน 7-10 วันก็ถึงเวลาต้องเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อรับยารักษาค่ะ

4. น้ำมูกสีเขียว

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าน้ำมูกเขียวนั้นหมายถึงระยะที่ใกล้หายหวัด แต่แท้จริงแล้วน้ำมูกสีเขียวคือระดับของอาการที่แย่กว่าน้ำมูกเหลืองค่ะ ซึ่งนั่นหมายความว่าการติดเชื้อในโพรงจมูกนั้นมีการกำเริบมากขึ้นและอาจเป็นมานานกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งแน่นอนว่าการปรึกษาแพทย์น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

5. น้ำมูกสีแดงหรือมีเลือดปน

ถึงแม้ว่าการสั่งน้ำมูกเป็นเลือดจะดูน่ากลัว แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตกซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการระคายเคืองหรือบาดเจ็บบริเวณจมูก การอักเสบในโพรงจมูก เนื้องอก โรคของหลอดเลือดชนิดต่างๆ หรือแม้แต่การที่เยื่อบุจมูกแห้ง นอกจากนี้ยังอาจเกิดขึ้นได้จากการสั่งน้ำมูกแรง ซึ่งการจะตัดสินใจไปพบแพทย์หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการค่ะ หากคุณมีเลือดออกทางจมูกบ่อยๆ หรือมีเลือดออกจำนวนมาก ก็ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนเช่นกันค่ะ

สีของน้ำมูกนั้น ถือเป็นเพียงหนึ่งในสัญญาณที่สามารถบ่งบอกความรุนแรงของไข้หวัดได้ แต่การจะตัดสินใจว่าต้องไปหาหมอหรือไม่อาจต้องดูอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง ท้องเสีย หรือการปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งถือเป็นอาการของโรคที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาค่ะ

*กดติดตาม ADD Line @UndubZapp *

แซ่บกันต่อ…

>> ล้างจมูก สูดไอน้ำร้อน! 6 วิธีแก้หวัด หายใจโล่ง ตรงจุดไม่อ้อมค้อม

>> นอนตะแคงซ้าย อาหารไม่ย่อย! 5 ท่านอนสุดฮิต มีข้อดี ข้อเสียต่อสุขภาพ

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...