โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีใส่ เสื้อชูชีพ ให้รอดจากการจมน้ำ หลายคนมองข้าม เพราะน่ารำคาญ !?

Khaosod

อัพเดต 06 ก.ค. 2561 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2561 เวลา 15.13 น.
วิธีใส่ เสื้อชูชีพ ให้รอดจากการจมน้ำ

วิธีใส่ เสื้อชูชีพ ให้รอดจากการจมน้ำ หลายคนมองข้าม เพราะน่ารำคาญ !?

วิธีใส่ เสื้อชูชีพ / จากกรณี เรือนักท่องเที่ยวล่ม ที่บริเวณทะเล จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา ทำให้นักท่องเที่ยวและลูกเรือลอยคอ 138 ราย เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้ขึ้นมาได้บางส่วน และยังออกค้นหาผู้สูญหายนั้น

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ค. เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มลอยไปติดอยู่บริเวณเกาะ เหลือสูญหายอีกหลายราย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงระดมค้นหาผู้สูญหายที่เหลือในทะเล นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกับกองทัพเรือนำเรือหลวงหัวหิน โดยพบศพผู้เสียชีวิต ในจำนวนนี้รวมถึงร่างไร้วิญญาณของเด็กชายชาวจีน อายุประมาณ 10 ขวบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงศพทั้งหมดส่งตรวจชันสูตรตามขั้นตอน พร้อมยังระดมค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออย่างไม่ลดละ

โดยกรมเจ้าท่ารายงานว่า เจ้าหน้าที่พบซากเรือฟีนิกซ์จมอยู่ก้นทะเล พร้อมพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 26 ศพ ทำให้ตอนนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 40 ศพ

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ Kalthanat Suksirisun ได้โพสต์เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการใส่เสื้อชูชีพให้ถูกวิธี ระบุว่า ใส่ชูชีพทำไมเสียชีวิต คุณรู้หรือไม่ หลักการใส่ใช้เสื้อชูชีพ จุดรัดมีกี่จุดคุณต้องใช้ให้หมดดึงสายให้แน่ และมีบางจุดที่มันอาจจะไม่สบายกับน้องชายน้องสาวคุณก็ตาม(รัดเป้า)แต่จุดนี่แหละที่จะทำให้คุณรอดตาย

เสื้อชูชีพ ถ้าคุณรัดแต่จุดบนเวลาคุณตกน้ำเสื้อมันจะไหลออกจากตัวคุณ ถ้าคุณตกใจคลื่นแรงไม่รอดแน่ เส้นล่างนั้นแหละครับสำคัญมากคนส่วนใหญ่ไม่ใช้ เพราะมันน่ารำคาญ ไม่เชื่อลองดูได้ เส้นนี้สำคัญหรือไม่ นั้นคือชีวิตคุณครับ มีใช้จงใช้มันให้ครบมันออกแบบมาแล้วรัดให้แน่เชื่อผมคุณรอดแน่ถ้าตกน้ำ

ที่มา Kalthanat Suksirisun

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...