โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจภรรยา “จ่าแซม” กับชีวิตที่ยังคงต้องร้องไห้

TheHippoThai.com

อัพเดต 26 ก.ค. 2561 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2561 เวลา 13.00 น.

เปิดใจภรรยา “จ่าแซม” กับชีวิตที่ยังคงต้องร้องไห้

จากคนรักสู่คนที่ทุกคนรัก ร่วมพูดคุยกับ “คุณเหมี่ยว” ภรรยาของ “จ่าแซม” สุดยอดฮีโร่ผู้ล่วงลับ ถึงความรัก ความคิดถึง และกำลังใจจากทุกคนที่เป็นพลังให้เธอได้ก้าวต่อไปได้

“เขาบอกว่าเขาอยากตายแบบมีธงชาติกลบหน้า”

อย่างที่ทุกคนได้ทราบข่าวถึงการสูญเสีย “จ่าแซม” ในภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว แต่คุณเหมี่ยวก็กล่าวว่าเธอนั้นภูมิใจที่สามีของเธอได้จากไปอย่างมีคุณค่าและจากไปอย่างที่มีคนจดจำ

“ก่อนหน้านั้นเขาเคยพูดกับเรานะ ว่าเขาอยากตายแบบไหน เขาบอกว่าเขาอยากตายแบบมีธงชาติกลบหน้า มันจะได้สมกับการเป็นชายชาติทหารของเขา พอเขาเห็นเราหน้าซีเรียสปุ๊บ เขาก็พาคุยเรื่องอื่นเลย”

เธอยังเล่าต่อไปว่าสามีของเธอได้กล่าวเชิงปลอบใจไว้ว่า “คนเราเกิดมาก็ต้องตาย มันอยู่ที่หนูกับพี่ใครจะตายก่อนกัน แต่การตายของเรามันจะไม่เหมือนกัน ตายยังไงให้ภูมิใจที่สุด ตัวเรามันแค่สังขาร แต่สิ่งที่อยู่คือความดี”

“เหมือน “ดิ่งลงเหว” ไม่รู้จะอยู่ต่อไปอีกทำไม”

ทันทีที่ทราบข่าวการจากไปโดยไม่บอกกล่าว คุณเหมี่ยว เปรียบความรู้สึกของเธอนั้นเหมือน “ดิ่งลงเหว” และเธอยอมรับว่าไม่รู้จะอยู่ต่อไปอีกทำไม

“เราเคยมีกันและกัน ไปไหนด้วยกันตลอดเป็นแพ็คคู่ แต่พอวันหนึ่งไม่มีเขา แล้วเราจะไปต่ออย่างไรเพราะเหลือแค่ตัวคนเดียวแล้ว เหมือนไม้ตะเกียบที่ไม่มีคู่จะคีบกินยังไง”

“สภาพเราเหมือนที่เห็นวันแรกเลยค่ะ เราไม่คิดอะไร ไม่สนอะไรทั้งนั้น เราจะเอาคนนี้คนเดียว อยากได้เขากลับคืนมาคนเดียว จนน้องข้างบ้านปลอบเราว่า ‘ใจเย็นๆ พี่ไม่ต้องกลัว พวกหนูอยู่ข้างพี่และจะเดินข้างพี่’ มันก็เป็นกำลังใจให้เรานะ” 

“เราถามตัวเองว่า นั่นใช่คนของเราเหรอ”

แต่แม้ว่ากำลังใจที่ได้มาตอนนั้นจะขนาดไหนก็ตาม แต่ความรู้สึกคนเรามันไม่ใช่เรื่องที่จะห้ามกันได้ง่ายๆ “ตอนไปรับศพก็ค่อยๆ ทำใจ ไปหลุดอีกทีตอนที่เครื่องบินเปิดแล้วเห็นโลงศพเขา เราหลุดเลย เราถามตัวเองว่า นั่นใช่คนของเราเหรอ”

“เราเคยพูดกันแล้วว่าพี่ทำอะไรพี่ต้องเซฟ หนูบอกเลยว่าถ้าวันหนึ่งหนูไม่มีพี่ พี่คิดไหมว่าหนูจะอยู่ยังไง เขาก็บอกว่า หนูก็ต้องอยู่ให้ได้สิ ต้องเดินต่อถ้าวันหนึ่งไม่มีพี่”

 “บางคนที่เราไม่รู้จักกันมาก่อนมายืนร้องไห้อยู่หน้าศพ” 

แต่หลังจากนั้น ด้วยความกล้าหาญและความเสียสละของ พี่แซมของคุณเหมี่ยว ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เธอไม่ได้เสียใจคนเดียว แต่มีคนที่เธอไม่ได้เคยได้รู้จักมาก่อนเลยในชีวิต ที่ร่วมเสียใจไปกับเธอด้วยเหมือนที่เธอบอกว่า “เราไม่ได้เสียใจคนเดียว มีคนเสียใจเหมือนเราทั้งประเทศ”

“ดีใจและเป็นกำลังใจให้กับเรามากๆ ถ้าเป็นคนธรรมดาที่เสียชีวิต ก็จะมีแค่ญาติพี่น้องหรือเพื่อนเสียใจ…แต่พี่แซมไม่ใช่ บางคนที่เราไม่รู้จักกันมาก่อนมายืนร้องไห้อยู่หน้าศพ บางคนมาร้องไห้กับเรา คือญาติเองก็งงว่าโห…เขารักพี่แซมกันมากขนาดนี้ เขารักจริงๆ” คนเยอะทุกวัน ครบทุกวัน ตั้งแต่วันแรกที่ถึงสัตหีบจนถึงวันเผา

 “พี่เขาขับรถตามมาที่ร้อยเอ็ดตั้งแต่วันแรกที่พี่แซมมาถึง” 

จากพี่แซมที่เป็นที่รักของเธอ กลับกลายเป็นคนที่ทั้งประเทศรัก จนบางคนถึงกับขับรถจากภาคใต้ขึ้นมางานศพถึงร้อยเอ็ด “พี่เขาขับรถตามมาที่ร้อยเอ็ดตั้งแต่วันแรกที่พี่แซมมาถึง มาถึงก็ดึกแล้ว ญาติก็งงว่าคือใคร”

“พอมาถึง เขากับลูกสองคนก็เดินเข้ามาแนะนำตัวว่า ‘ไม่รู้จักพี่แซมเป็นการส่วนตัวนะครับ แต่ผมน่ะชอบแกและชื่นชม’ แกมาไกลมาก มาปุ๊บเขาก็ไปไหว้ศพ มาทำบุญกับพี่แซม ขอถ่ายรูป ขอน้ำสองขวดให้ลูกเขาสองคนแล้วเขาก็ตีรถกลับเลย เขาอยากมา มาด้วยใจจริงๆ”

“ภารกิจพี่แซมจบลงแล้ว แต่ของเราเป็นหน้าที่ที่ต้องทำต่อไป”

หลังจากที่เสียหลักไปกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต คุณเหมี่ยวก็สามารถดึงตัวเองกลับมาเข้มแข็งได้ เพราะการจากไปของคนหนึ่งคน ทำให้เธอต้องเข้มแข็งต่อเพื่อคนที่ยังอยู่

“เราคิดว่าเราจะเดินต่อยังไงเพราะเราไม่มีเป้าหมายอะไรเลย เพราะเราไม่ได้มีลูก จุดโฟกัสเลยไปอยู่ที่เขาคนเดียว เหนื่อยแค่ไหนกลับมาบ้านแค่เราเห็นเขาเราก็หายเหนื่อย แต่พอวันหนึ่งเราไม่มีเขา มันก็ไม่จำเป็นที่เราต้องสู้อะไรต่อแล้ว”

“แต่หน้าที่ที่เราต้องทำต่อจากนั้นจริงๆ คือดูแลพ่อกับแม่พี่แซมต่อจากนั้น หน้าที่ของเรามันต่างกับภารกิจพี่แซม ของพี่แซมเขาทำตรงนั้นจบก็คือจบ แต่ของเราเป็นหน้าที่ที่ต้องทำต่อไปเพื่อเขาแม้เขาจะไม่อยู่แล้ว และหน้าที่จะหมดลงตอนที่เราหมดลมหายใจค่ะ” คุณเหมี่ยวกล่าวทิ้งท้ายถึงเหตุผลที่เธอกลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง และเธอจะยังคงสานต่อความรักของสามีผู้ล่วงลับต่อไปจนกว่าเธอจะหาไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...