โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เราแค่รู้สึกชอบ...หรือมัน(คง)เป็นความรัก มาหาคำตอบจากทฤษฎีนี้กัน!

Health Addict

อัพเดต 05 ก.ย 2562 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2562 เวลา 11.06 น. • Health Addict
ทำไมรู้สึกดีกับคนนี้จัง สิ่งที่เกิดขึ้นจะเรียกว่ารักได้หรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วเราแค่ชื่นชอบเขาเท่านั้น ถ้าอยากค้นหาคำตอบของความรู้สึกนี้ นี่คือทฤษฎีทางจิตวิทยาที่จะช่วยอธิบายความรู้สึกของคุณ

  วันก่อนเพิ่งเฮิร์ทมาหมาดๆ แบบแผลยังไม่ทันตกสะเก็ด แต่วันนี้จู่ๆ กลับรู้สึกดีกับคนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว อ่ะ! ใครที่เคยตกอยู่ในวังวนแบบนี้จนอดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า “ความรู้สึกที่เกิดขึ้น…มันจะใช่ความรักจริงๆ หรือเปล่า” และเพื่อไม่ให้ต้องพลาดรถไฟขบวนสุดท้าย เราเลยขอยกทฤษฎีของนักจิตวิทยามาอธิบายความรู้สึกของคุณ!!   รู้ได้ยังไง? ว่าจริงๆ แล้ว…นี่คือรักหรือแค่ชอบ Zick Rubin นักจิตวิทยาเชื่อว่า การที่เรารู้สึกชื่นชมคนๆ นึงแบบมากมาย สนุกกับการได้ใช้เวลาร่วมกับเขาคนนั้น และอยากอยู่รอบๆ ตัวเขาแทบตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้คือความรู้สึกที่เรียกว่า “ชอบ” ไม่ใช่ความรัก เพราะรักที่แสนจะโรแมนติกนั้น…ควรประกอบไปด้วย 3 สิ่งนี้

  • ความผูกพัน…ที่คาบเกี่ยวเส้นบางๆ กับความยึดติด เพราะเราจะอยากโยงตัวเราเข้ากับเขาตลอดเวลานั่นเอง

  • ความเอาใจใส่ดูแล…ไม่ว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับปัญหาอุปสรรคอะไร เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือตลอดเวลา

  • ความใกล้ชิดสนิทสนม…เพราะเมื่อเรารักใครซักคน เราจะอยากแชร์ทุกๆ เรื่องราวของเราให้กับเขา   รักแท้หรือแค่หลงใหลไม่ผูกมัด…มาลองหาคำตอบจากทฤษฎีวงล้อสี  ไม่เพียงแค่ความต่างของความรู้สึกรักกับชอบที่เราต้องแยกออกจากกัน แต่ความรักก็ยังมีอีกหลายๆ รูปแบบ ซึ่งเราอยากจะพูดถึงทฤษฎีของ John Lee นักจิตวิทยาที่เขียนเปรียบเทียบรูปแบบของความรักกับวงล้อสีลงในหนังสือ The Colors of Love เพราะในวงล้อสีจะมีแม่สีอยู่ด้วยกัน 3 สี เช่นเดียวกับรูปแบบของความรักที่แยกออกเป็น 3 รูปแบบ คือ…

  • Erosภาษากรีกที่มีความหมายว่า “หลงใหล” ซึ่งลีได้อธิบายว่าความรักในรูปแบบนี้ คือความรักที่เกี่ยวข้องกับความรักทางกายและอารมณ์

  • Ludos คำภาษากรีกที่มีความหมายว่า “เกม” ซึ่งลีได้อธิบายว่าความรักในรูปแบบนี้ ก็เปรียบเสมือนการเล่นเกมที่รู้สึกถึงความสนุกสนาน…ที่ไม่ต้องจริงจัง หรือจะให้นิยามง่ายๆ ก็คือความรักรูปแบบนี้ คือรูปแบบของคนที่ยังไม่พร้อมจะมีความรักแบบผูกมัดนั่นเอง

  • Storge อีกหนึ่งคำจากภาษากรีกที่มีความหมายคล้ายกับ “ความรักที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ” ซึ่งความรักรูปแบบนี้จะพบได้ในความรักแบบครอบครัว พ่อรักลูก ลูกรักแม่ พี่น้อง หรือเครือญาติ  

Photo Credit: https://en.wikipedia.org
  สำหรับใครที่สับสนว่าตัวเองกำลังอยู่ในโหมดความรักรูปแบบไหน เราอยากจะบอกว่า ลีไม่ได้นิยามรูปแบบความรักไว้แค่ 3 รูปแบบเท่านั้น แต่ลียังเชื่อว่าความรักทั้ง 3 รูปแบบนี้สามารถผสมผสานจนได้ความรักรูปแบบอื่น…เหมือนกับการผสมแม่สีในวงล้อสีนั่นเอง
และนี่คือความรัก 3 รูปแบบ(รอง)ที่เกิดจากการผสมกันของ 3 รูปแบบหลัก

  • Mania (Eros + Ludos) = ความรักที่หลงใหลเหมือนถูกครอบงำ เป็นความสัมพันธ์ที่ราวกับคุณกำลังเล่น roller coaster เพราะมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบสุดขั้ว คุณจะรู้สึกถึงความต้องการอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรียกร้องความรักจากอีกคนอย่างมากมาย 
  • Pragma (Ludos + Storge) = ความรักที่สมจริงและแท้จริง เป็นความสัมพันธ์ที่มีเหตุผลเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าแค่อารมณ์ สำหรับคนที่มีความรักในรูปแบบนี้ การศึกษา ความสามารถทางการเงิน ความเชื่อทางศาสนา และสถานภาพทางสังคม ล้วนมีบทบาทสำหรับเขาอย่างยิ่ง
  • Agape (Eros + Storge) = ความรักที่เสียสละ เป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วย "การให้" ให้โดยเต็มใจและไม่คิดหวังสิ่งตอบแทน เป็นความรักที่บริสุทธิ์ เป็นความรักที่พร้อมซัพพอร์ตคนรักในทุกๆ ด้านอย่างไม่มีเงื่อนไข และเรียกได้ว่า…เป็นรักในเทพนิยายที่หลายคนฝันถึงเลยล่ะ   ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับเขาคนนั้นจะคืออะไร เราอยากให้คุณนึกถึงทฤษฎีนึงที่มีชื่อว่า two-factor theory of love ที่นักจิตวิทยาได้บอกไว้ว่า คนเราจะเลือกสานสัมพันธ์กับคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรง! ทั้งที่จริงๆ แล้ว “พลังสปาร์ค” ที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อถือไม่ได้เสมอไป บางทีเขาก็อาจจะไม่ใช่คนในฝันที่คุณตามหาอยู่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะเซย์เยส…ก็อย่าลืมเช็คให้ดีว่าคนนี้ใช่สำหรับคุณจริงหรือเปล่า
       
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...