โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กลยุทธ์ถัง 3 ใบ เตรียมพร้อมชีวิตหลังเกษียณ

เด็กการเงิน DekFinance

เผยแพร่ 26 ก.ย 2564 เวลา 10.00 น.

ติดตามบทความการเงิน การลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Blockdit

เราเคยคิดกันบ้างไหม ว่าหลังเกษียณแล้ว เราควรบริหารพอร์ตเราแบบไหนกัน แน่นอนว่ามันมีหลายวิธี แต่วันนี้ #เด็กการเงิน ขอยก concept “3 bucket strategy” หรือกลยุทธ์ถังสามใบ

เราจะแบ่งถังออกเป็น 3 ใบ คือ

ถังที่1 จะเป็นถังเน้นสภาพคล่องและความเสี่ยงต่ำ

ผลตอบแทนคาดหวัง: 0-1%

สินทรัพย์ที่ลงทุน: เงินฝากธนาคาร หรือ กองทุนตลาดเงิน

หลักคิด: คิดเงินเดือนที่เราต้องการใช้ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 ปี เช่น ต้องการใช้เงินเดือนละ 30,000 บาทต่อปี ตอนเกษียณ นั่นหมายความว่จะต้องใช้ 360,000 บาทต่อปี (30,000x12) หรือ 720,000 บาทสำหรับ 2 ปี ซึ่งถังนี้ต้องมี เพื่อให้เพียงพอใช้สองปีแรกหลังเกษียณ

ถังที่ 2 จะเป็นถังที่สร้างกระแสเงินสด

ผลตอบแทนคาดหวัง: 2-4%

สินทรัพย์ที่ลงทุน: ลงทุนใน REIT กองทุนปันผล หรือ ประกันชีวิตแบบบำนาญ

หลักคิด: ต้องหาเงินเดือนที่เราต้องการใช้ในปีที่ 3 - 7 หรือรวมกัน 5 ปี สมมติยังใช้เท่าเดิมเดือนละ 30,000 บาท เหมือนตอนคิดถัง 1 ก็หลักคิดเดียวกันกับถัง 1 คือ 30,000x12x5 = 1,800,000 บาท ก็ถังนี้จะใช้สร้างกระแสเงินสด โดยดอกเบี้ยที่ได้ถังนี้คงประมาณ 36,000 บาท

ถังที่ 3 ความเสี่ยงสูง เน้นสร้างผลตอบแทนให้งอกเงย

ผลตอบแทนคาดหวัง: 7-10%

สินทรัพย์ที่ลงทุน: หุ้น กองทุนปันผล

หลักคิด: คิดเงินเดือนที่ใช้ทั้งปีมาก่อน ในกรณีเราใช้ 30,000 ต่อเดือน ก็ประมาณ 360,000 บาทต่อปี นำมาลบกับ ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากถัง 2 หรือประมาณ 36,000 บาท ที่เราคิดกันมา ก็จะเป็น 360,000-36,000 บาท แล้วมา x100 จากนั้นมาหาร 7 เพื่อดูว่าเงินที่เราควรมีคือกี่บาท ในผลตอบแทน 7% เพื่อที่จะมาเติมถัง 2 ด้วย ได้เท่ากับ 4,628,571 บาท คิดมาจาก (360,000-36,000) x 100 / 7 (หรือหารอื่นก็ได้ตามผลตอบแทนที่คาดว่าจะทำได้)

จริงๆ แล้ววิธีคิดอีกอย่างคือ สมมติอายุ 60 เกษียณ แล้วมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท การที่เราคิดถัง 1-2 มาแล้ว เงินที่เหลือก็มาอยู่ถัง 3 ไปเลย

หลักการคือเรามีเงินเพียงพอแล้วสองปีแรกจากถัง 1 ขณะที่ก็มีเงินพออีก 5 ปี สำหรับถัง 2 โดยถัง 3 เป็นเพื่อทำเงินให้งอกเงย โดยถัง 2 จะมาเติมถัง 1 และถัง 3 จะมาเติม ถัง 2 และ 1 ได้ตามการ rebalance เมื่อเงินถัง 1 หมด ก็มาเติมถัง 1 ก่อนและเติมถัง 2 ให้เท่าเดิม เงินมันก็จะหมุนไปเรื่อย

ข้อเสียอย่างนึงของกลยุทธ์สามถังคือ เงินส่วนใหญ่จะหนักอยู่ที่ถัง 3 ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูง ถือในพวกหุ้นเป็นหลัก เท่ากับว่าเรากำลังมีหุ้น 70% ถังที่ 2 เสี่ยงกลาง 25% และถังที่ 3 เทียบเท่าเงินสด 5% (สัดส่วนทั้งสามเป็นแบบคร่าวๆ) ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อเราเกษียณแล้ว เราคงอยากปกป้องเงินเรามากขึ้น รับความเสี่ยงได้น้อยลง ฉะนั้น ถัง 2 อาจจะต้องเป็นถังที่มีสัดส่วนเยอะที่สุด อาจจะสูงถึง 50% และถังที่ 3 อาจจะมีเพียง 20-30% ที่เหลือก็จะเป็นถังที่ 1

ส่วนตัวคิดว่ากลยุทธ์สามถัง ไว้ใช้สำหรับคนที่มีเงินเก็บไม่เยอะมาก อาจจะไม่ได้เก็บมาเพียงพอจะใช้หลังเกษียณ ทำให้อาจจะต้องใช้วิธีนี้ เพื่อให้เงินมันเพียงพอมากกว่า

จริงๆ การคิดวางแผนลงทุนหรือใช้เงินหลังเกษียณควรเลือกแผนที่เหมาะกับตัวเราด้วยเหมือนกัน บางทีก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จสักทีเดียว ถ้าให้ง่ายคือเราควรคิดวางแผนเงินเก็บให้เพียงพอก่อน (รวมคิดเงินเฟ้อแล้วด้วยและสมมติฐานว่าจะลงทุนต่อ) แล้วก็ลงทุนต่อให้ได้สัก 5% ต่อปี มีถอนมาใช้ด้วย และยังชนะเงินเฟ้ออีก แค่นี้บางทีก็อาจจะเพียงพอแล้ว

ติดตามบทความการเงิน การลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Blockdit

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...