โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมองอีกด้าน "เด็กวิทย์ใจศิลป์" ! เมื่อใจไม่ไปทางวิทย์ ศิลป์ในมหา'ลัยคือคำตอบ

Dek-D.com

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2565 เวลา 09.01 น. • DEK-D.com
เหตุผลส่วนหนึ่งของคนที่เลือกเรียนสายวิทย์ตอนมัธยมปลาย พร้อมคำแนะนำและแรงบันดาลใจดีๆ จากรุ่นพี่สายวิทย์หัวใจศิลป์

สวัสดีค่ะทุกคน ประเด็นที่จะมาพูดถึงในวันนี้ขอเอาใจน้องๆ ที่จบจากแผนการเรียนวิทย์-คณิต แต่อยากเข้าคณะสายศิลป์กันบ้าง เคยได้ยินประโยคทำนองนี้จากคนรอบข้างไหมคะว่า “คณะสายศิลป์เสี่ยงตกงานมากกว่าคณะสายวิทย์” แล้วเคยหวั่นไหวกับคำกล่าวนี้กันบ้างหรือเปล่า?

ในวันนี้พี่โบว์เลยจะมาเล่าค่ะว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เด็กสายวิทย์-คณิตเลือกเข้าคณะสายศิลป์ นอกจากนี้ยังได้พารุ่นพี่สายวิทย์หัวใจศิลป์ที่กล้าก้าวออกจากกรอบของเด็กห้องวิทย์-คณิต และใช้คำพูดของคนรอบข้างเป็นแรงผลักดันในการสอบเข้ามาแชร์ประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งพี่รับรองเลยว่าเรื่องราวในวันนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับน้องๆ ได้อย่างแน่นอนค่ะ

เปิดมุมมอง "เด็กวิทย์ใจศิลป์" ! เมื่อใจไม่ไปทางวิทย์ ศิลป์ในมหา'ลัยคือคำตอบ พร้อมแรงใจดีๆ จากรุ่นพี่สายวิทย์หัวใจศิลป์

เหตุผลส่วนหนึ่งของคนที่เลือกเรียนสายวิทย์ตอนมัธยมปลาย แต่สมัครเข้าคณะสายศิลป์

1. เลือกเรียนสายวิทย์เพราะสมัครเข้าศึกษาต่อได้ทุกคณะ

เกณฑ์การสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่เอื้อให้เด็กที่จบจากแผนการเรียนวิทย์-คณิตสามารถเลือกคณะได้มากกว่า ในขณะที่คณะสายวิทย์ของบางสถาบันจำกัดให้สมัครได้เฉพาะเด็กสายวิทย์-คณิตเท่านั้น ทำให้เด็กสายศิลป์มีตัวเลือกที่น้อยกว่า และอีกเหตุผลหนึ่งคือเรายังไม่รู้ว่าเราชอบเรียนอะไร อยากเข้าคณะอะไร และอยากทำอาชีพอะไรในอนาคต การเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตจะช่วยลดความเสี่ยงในการสมัครเข้าศึกษาต่อ ทำให้ตัดสินใจเลือกแผนการเรียนนี้ในระดับมัธยมปลายโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะชอบหรือเปล่า

2. เลือกเรียนสายวิทย์แล้วรู้สึกเรียนไม่ไหว/รู้สึกไม่ได้อยากเรียนอีกต่อไป

พอเข้ามาเรียนแล้วเราถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเราอาจจะไม่ได้เหมาะกับแผนการเรียนนี้ หรือบางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าเนื้อหามันหนักเกินไปสำหรับเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกิดมาจากความไม่ชอบและไม่ใช่ทางของตัวเองนั่นแหละ ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่าเรารู้สึกกระตือรือร้นกับการเรียนวิชาไหนมากกว่า ถ้าชอบพวกวิชาภาษาหรือสังคมมากกว่าพวกวิชาคณิตหรือวิทย์ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะไปทางคณะสายศิลป์ได้ดีกว่า

3. เลือกเรียนสายวิทย์จากเสียงของคนรอบข้างและคนในสังคมบางส่วน

เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนบางส่วนเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตตอนมัธยมปลายคือคำพูดและการแสดงออกที่แตกต่างกันต่อเด็กแต่ละแผนการเรียนของคุณครูบางท่าน ซึ่งเรามักจะได้ยินคำพูดในทำนองที่ว่า “เด็กสายวิทย์เรียนหนักกว่าสายศิลป์” “เด็กสายวิทย์เก่งกว่าสายศิลป์” “เด็กสายวิทย์ตั้งใจเรียนกว่าสายศิลป์” อยู่เรื่อยๆ ซึ่งมุมมองเหล่านี้ก็ไม่ได้มีแค่ที่โรงเรียนค่ะ ทั้งคนในครอบครัว ญาติผู้ใหญ่บางท่าน หรือแม้แต่คนรอบข้าง เช่น เพื่อนบ้าน ก็ดูจะให้การยอมรับกับเด็กสายวิทย์มากกว่า

ตัวอย่างคณะสายศิลป์ที่เด็กแผนการเรียนวิทย์-คณิตสมัครได้

1. คณะครุศาสตร์/คณะศึกษาศาสตร์

2. คณะนิติศาสตร์

3. คณะรัฐศาสตร์

4. คณะอักษรศาสตร์/คณะศิลปศาสตร์/คณะมนุษยศาสตร์

5. คณะสังคมศาสตร์/คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

6. คณะนิเทศศาสตร์/คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน/คณะการสื่อสารมวลชน

7. คณะศิลปกรรมศาสตร์

มาพบกับรุ่นพี่ที่จะมาส่งต่อแรงใจและคำแนะนำดีๆ ให้เด็กสายวิทย์หัวใจศิลป์

แนะนำตัวให้น้องๆ ได้รู้จักนิดนึงค่ะ

สวัสดีค่า เอยนะคะ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ค่ะ

เห็นว่าเป็นเด็กที่เรียนสายวิทย์-คณิตมาก่อน ทำไมถึงได้ตัดสินใจเลือกมาเข้าคณะนี้

เอยเป็นหนึ่งคนที่เรียนจากวิทย์-คณิตมาก่อนแล้วก็เลือกที่จะเปลี่ยนสาย เพราะเราได้รู้ตัวแล้วว่าสายนี้ไม่ใช่ทางเรา แล้วที่เรียนตอนนั้นเนี่ยก็เป็นเป็นห้อง Gifted ที่เค้ามีชื่อเรียกห้องคือ Science Math and Technology (SMT) ก็คืออัดแน่นไปด้วยความรู้ทางสายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เหมาะสำหรับเด็กที่อยากจะไปเป็นหมอ ไปทางสายสุขภาพ หรือสายวิศวะอะไรอย่างนี้ ถามว่าเรียนได้ไหม ก็เรียนได้นะคะ ด้วยความพยายามนั่นแหละค่ะ แต่ว่าผลการเรียนที่ออกมามันก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขในการเรียน ผลการเรียนไม่ได้ตกต่ำนะ แต่ว่าเราไม่ได้ดีใจกับเกรดที่ได้มา ก็เพราะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ เราก็เลยเลือกที่จะเปลี่ยนสาย

เปลี่ยนสายแบบนี้ เตรียมตัวสอบยังไงบ้าง

ตอนเปลี่ยนสายก็เตรียมตัวนะคะ ตอนสอบเราไม่ได้อ่านวิทยาศาสตร์เลยค่ะ คือเราไม่ลงสอบในวิชาที่เป็นวิทยาศาสตร์เลย เน้นสายสังคมสายภาษาอะไรอย่างนี้ แบบ 9 วิชาสามัญก็จะเป็นสังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ แต่ก็เก็บคณิตเอาไว้นะคะเพราะว่าบางมหา’ลัยก็ยังต้องใช้คะแนนคณิตศาสตร์ในการยื่นเข้า ตอนนั้นแบบไม่เอาวิทย์เลยตอนสอบ คือเรารู้สึกว่าเราเหนื่อยกับการเรียนมาแล้ว 3 ปี แล้วตอนสอบเราต้องมานั่งสอบแบบทั้งเคมี ฟิสิกส์ ชีวะอย่างนี้อีกหรอ แบบในเมื่อเราจะไม่ไปแล้วเราก็เท แล้วก็มาทิ้งตัวในสายศิลป์

เคยถูกถามไหมว่าทำไมถึงเลือกเรียนคณะสายนี้

ตอนนั้นก็ถูกถามค่ะว่าทำไมถึงเรียนเอกภาษาไทย คือมีผู้ใหญ่บางท่านเค้าก็พูดว่าเรียนทำไม ทุกคนเรียนได้ในสาขานี้ ทุกคนเป็นคนไทยแล้วก็สามารถพูดภาษาไทยได้ ใครๆ ก็เรียนได้ มันไม่มีงานทำหรอก เราก็ทำการรีเสิร์ช มีทั้งเสียงที่เค้าบอกว่าไม่มีงานทำ งานก็ไม่ได้ก้าวหน้าอะไรอย่างนี้นะคะ กับมีอีกเสียงหนึ่งที่บอกว่ามีงานทำ แล้วก็มีอาชีพการงานที่ดี เราก็ชั่งน้ำหนักว่ามันจะเป็นตามที่ผู้ใหญ่เค้าพูดกันไหมว่ามันจะตกงาน แต่ว่าเอยก็ไม่ได้ตอบคำพูดเหล่านั้นด้วยการอธิบายหรือการพูดอะไร เราก็ตอบแค่ว่า “ค่ะ” เรารับฟังทุกอย่าง แล้วเราก็เชื่อว่าพอเราตัดสินใจเลือกแล้วอะค่ะ เราจะสามารถพิสูจน์ตัวเอง คือเราไม่ต้องตอบคำถามในวันนั้นก็ได้ แต่วันหนึ่งที่เราก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก้าวออกจากคณะนี้สาขานี้แล้วอะ ชีวิตของเราจะสามารถพิสูจน์ตัวเราเองให้กับคนอื่นเห็นได้ว่า นี่แหละสิ่งที่ฉันเลือก มันคือสิ่งที่ถูกต้อง มันคือสิ่งที่ฉันชอบวันนี้มันก็อาจจะยังไม่ได้เห็นแบบทันควัน แต่เอยก็เชื่อว่าวันนึงความสำเร็จเหล่านี้มันจะเป็นคำตอบให้กับคำถามเหล่านั้นที่เคยถามมา

แล้วพอได้เรียนจริงรู้สึกยังไงบ้าง ชอบไหม

ชอบนะคะ ชอบแบบเลือกมาด้วยความชอบก็ยิ่งรู้สึกชอบมากขึ้น พอเอยมาเรียนเหมือนเปิดโลกใหม่อะ มันไม่ใช่มัธยมเรียน นี่มันคือลึกกว่า แล้วพอมีความอยากรู้อะค่ะ เราก็ยิ่งสนุกกับการเรียน มันก็ทำให้เราตื่นเต้นกับทุกอย่างที่เป็นความรู้ใหม่ อย่างรายวิชาหนึ่งแล้วกัน เอยมีโอกาสลงวิชาภาษาเขมรในภาษาไทย ก็เลือกเรียนวิชานี้เพราะว่าเราอยากรู้ว่าเค้าจะเรียนอะไร คือในภาษาไทยอะค่ะมันมีคำยืมจากภาษาเขมรมาเยอะเนอะ แล้วเราเชื่อว่าถ้าเราเรียนวิชานี้มันต้องมีประโยชน์ในการใช้ภาษาไทยให้เรา แต่ว่าพอเราลงเรียนไปอะค่ะกลายเป็นว่าเราตกหลุมรักในภาษาเขมร ตอนนี้ก็เลยเรียนภาษาเขมรเป็นภาษาที่ 3 อยู่ ก็กำลังฝึกฝนอยู่ เดี๋ยวเทอมหน้าลงอีกแน่นอนในภาษาเขมรนะคะ

พอเราโตขึ้นเราก็มีหลายอย่างที่ให้คิด ชีวิตของเราก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นเนอะ คือพอโตแล้วเราต้องก้าวเป็นผู้ใหญ่ให้ได้ และความทุกข์มันอาจจะเข้ามาในใจเราหลายเรื่อง แต่ว่าเอยพูดได้อย่างเต็มปากเลยนะคะว่าการเรียนเนี่ยยังเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและสนุกกับมันอยู่ แม้ว่างานอาจจะเยอะไปนิดนึง (ล้อเล่นนะคะ)

ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะตัดสินใจยังไงดีหน่อย

ก็อยากฝากถึงน้องๆ นะคะว่า ในการเรียนแต่ละสายอะมีข้อดีที่แตกต่างกัน แล้วก็ถ้าน้องเป็นคนนึงที่ได้รับเสียงว่าเรียนสายวิทย์สิ เพราะว่ามันจะมีการงานที่มั่นคงกว่านะ มันเรียนเยอะกว่านะ มันได้รับความรู้มากกว่าสายศิลป์ วันนี้อยากให้เสียงเหล่านั้นอะค่ะเป็นแค่เสียงเฉยๆ ที่จะผ่านหูแต่ไม่เข้ามาในใจของเรา แต่วันนี้เราต้องถามใจเรามากกว่าว่าเราชอบทางสายไหน ถ้าวันนี้เรากำลังเรียนสายวิทย์อยู่ แล้วมันไม่มีความสุขเลย ลองเปลี่ยนสายดูค่ะ ชีวิตของเราก็แค่ลองอะค่ะ เริ่มต้นใหม่

ตัวเอยเองนะคะเชื่อว่าเมื่อเราเลือกตามสิ่งที่ชอบอะค่ะ เราจะมีแรงกระตุ้นที่ทำให้พยายามฝึกฝนตัวเองให้มากขึ้นในสายที่เราเลือก เราลองเลือกในสิ่งที่ชอบ แล้วทำมันให้ดีที่สุดให้เต็มกำลัง เอยเชื่อว่ามันจะได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ตอบแทนความพยายามและความชอบของเราอย่างแน่นอน จะดีกว่าไหมถ้าเราจะเลือกสายที่เราชอบและมีความสุขกับมันในสังคมนี้ที่เราจะต้องอยู่รอดกันให้ได้ ยิ่งสังคมมันไม่ได้เอื้ออำนวยให้เรามีความสุข แล้วเรายังต้องเลือกในสิ่งที่เราไม่มีความสุขอีกอะ มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากนะคะ ถ้าเราคิดจะเปลี่ยนสาย ถามใจของเราว่า ใช่หรือเปล่า? พร้อมหรือเปล่า? แล้วอย่ากลัวที่จะก้าวออกมานะคะ เพราะว่าถ้าเราไม่กล้าที่จะก้าว เราจะไม่เดินไปข้างหน้า ลองดูนะคะ ลองศึกษา แล้วก็ลองทำมันดูนะคะ อย่าฝืนที่จะเป็นตัวเอง เพราะการเป็นตัวเองนั่นแหละค่ะมีความสุขที่สุดนะคะ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนค่า

เรียกได้ว่าได้รับคำแนะนำและแรงบันดาลใจดีๆ มาจากพี่เอยอย่างท่วมท้นเลยนะคะ ถ้าน้องๆ คนไหนยังลังเลอยู่ว่าจะเข้าคณะอะไรดี หรือไม่แน่ใจว่าคณะนั้นจะเหมาะกับเราจริงหรือเปล่า ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ พี่โบว์ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนได้เข้าคณะตามที่ตัวเองอยากเข้านะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...