หลอกขายอะไหล่รถยนต์ตามกลุ่มเฟซบุ๊ก หาเงินเล่นพนันออนไลน์!!
พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาล นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน 5 จี กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมตัว นายณฐพล (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี
โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อตำรวจได้สืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย ใช้เฟซบุ๊กบัญชี ชื่อ Karin Thakhonyang ทำการโพสต์หลอกลวงขายอะไหล่รถยนต์ตามกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ ซึ่งตามพฤติการณ์การก่อเหตุน่าจะมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ต่อมาจากการสืบสวนของ สืบสวน 5 จี สามารถสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ คือผู้ต้องหารายนี้ ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่อาคารแห่งหนึ่ง ในซอยอินทามาระ 47-49 เขตดินแดง กรุงเทพฯ จึงได้วางแผน ก่อนสามารถเข้าทำการจับกุมไว้ได้ พร้อมของกลางกว่า 36 รายการ
จากการสอบสวน นายณฐพล ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า เริ่มก่อเหตุครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2563 ครั้งนั้นเริ่มใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี Ant Nattapol ซึ่งเป็นบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวทำการโพสต์หลอกขายอะไหล่รถยนต์ และล้อรถยนต์ ในมาร์เก็ตเพลสของเฟซบุ๊ก เนื่องจากพ่อเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ จึงพอมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์อยู่บ้าง เมื่อมีลูกค้ามาติดต่อซื้อสินค้า นายณฐพล ก็จะใช้บัญชีธนาคารชื่อของตัวเองรับโอนเงิน โดยมีการส่งของให้กับลูกค้าบ้าง ไม่ส่งของให้บ้าง หรือคืนเงินให้ลูกค้าบ้าง เมื่อมีการทวงถาม หรือมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี เนื่องจากต้องนำเงินไปหมุนในชีวิตประจำวันก่อน เพราะช่วงนั้นติดการเล่นพนันออนไลน์
ต่อมาเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน ปี 2564 ผู้ต้องหาได้พัฒนาแผนประทุษกรรม โดยเริ่มหาซื้อบัญชีเฟซบุ๊กซึ่งมีบุคคลทั่วไปประกาศขายในกลุ่มซื้อขายบัญชีเฟซบุ๊กนำมาเปลี่ยนชื่อเพื่อใช้หลอกลวง เนื่องจากเป็นเฟซบุ๊กเก่า ที่มีประวัติการใช้งานซึ่งมีความน่าเชื่อถือ จำนวน 4 บัญชี
สำหรับพฤติการณ์การก่อเหตุหลังมีการพัฒนาแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหานั้น จะมีการใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อบัญชี Karin Thakhonyang ทำการโพสต์หลอกลวงขายอะไหล่รถยนต์ตามกลุ่มเฟสบุ๊คต่างๆ กว่า 300 กลุ่ม โดยจะทำการโพสต์หลอกขายสินค้าวันละ ประมาณ 20 กลุ่ม เมื่อมีผู้สนใจก็จะติดต่อผ่านการสนทนาทางข้อความเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อสั่งสินค้า ผู้ต้องหาจะทำทีแพ็คสินค้าถ่ายรูป และออกใบเสร็จการส่งสินค้า ที่ผู้ต้องหาได้ทำปลอมขึ้นมาเองส่งให้ลูกค้าดูเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือพร้อมกับแจ้งเลขบัญชีธนาคารเพื่อให้ลูกค้าโอนเงิน จากนั้นผู้ต้องหาจะขี่รถจักรยานยนต์ไปรอที่หน้าตู้กดเงิน เมื่อลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีก็จะรีบทำการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในทันที
เบื้องต้นแจ้งข้อหา 'ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท' ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป