รวบหนุ่มนครปฐม ลวงสาวเปิดแอปฯ ปลอมปล่อยเงินกู้ เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปกว่า 6 แสนบาท
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 02.43 น. • Chiang Mai Newsรวบหนุ่มนครปฐม ลวงสาวเปิดแอปฯ ปลอมปล่อยเงินกู้ เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปกว่า 6 แสน ก่อนชิ่งบล็อคหนี พบประวัติติดตัวหมายจับกว่า 10 คดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายชัยณรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ชาว จ.นครปฐม
สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ นางสาวธัญณิชา ผู้เสียหาย มีความประสงค์ที่จะกู้เงิน จึงได้ค้นหาข้อมูลในสื่อออนไลน์ จนกระทั่งพบกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ครายหนึ่ง ประกาศให้กู้เงินในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊คในลักษณะเป็นสาธารณะ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อไปเพื่อสอบถามรายละเอียด โดยผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คดังกล่าวได้ให้ติดต่อกับผู้ใช้บัญชีไลน์ ชื่อ “ผ.จ.ก.สินเชื่อบุคคล” ซึ่งผู้ใช้บัญชีไลน์ดังกล่าวได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน โดยอ้างว่าการกู้เงินนี้จะมีค่าดำเนินการต่างๆ เป็นเหตุให้ผู้แจ้งหลงเชื่อและได้โอนเงินไปให้บุคคลดังกล่าวผ่านบัญชีธนาคารหนึ่ง จำนวน 31 ครั้ง ช่วงตั้งแต่วันที่ 2-30 ต.ค.68 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 629,310 บาท แต่ต่อมาผู้เสียหายได้ปรึกษากับบุคคลข้างเคียงจึงได้ทราบว่าถูกหลอกลวง จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย
โดยภายหลังจากที่ได้รับแจ้ง เจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารดังกล่าว พบว่าภายหลังจากที่ได้รับโอนเงินจากผู้เสียหายแล้ว มีการทำธุรกรรมถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนหลายครั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อทราบดังนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ขอตรวจสอบภาพหน้าตู้เบิกถอนเงินสด (ATM) ธนาคารที่สาขาเมญ่า-เชียงใหม่ และ สาขาเซ็นทรัล เชียงใหม่ ซึ่งมีการทำรายการถอนเงินจากบัญชีพบว่าผู้ที่มาทำธุรกรรมถอนเงินเป็นชายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด สวมใส่หน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า ลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงกัน จึงเชื่อว่าบุคคลที่ได้มาทำธุรกรรมถอนเงินในแต่ละครั้งเป็นบุคคลคนเดียวกัน
เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจได้ลงพื้นที่เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าบริเวณที่ตู้เบิกถอนเงินสด (ATM) ซึ่งเป็นเวลาที่มีรายการถอนเงินจากบัญชี จำนวน 20,000 บาท นั้น ได้พบว่ามีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด สวมใส่เสื้อลายขวาง กางเกงขาสั้นสีดำ สวมใส่หน้ากากอนามัย ลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงกันกับบุคคลตามภาพถ่ายหน้าตู้เบิกถอนเงินสด (ATM) ข้างต้น เป็นผู้เข้ามาทำธุรกรรม และจากการสืบสวนทางเทคนิค ประกอบกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และคำให้การพยาน ทราบภายหลังว่า ผู้ก่อเหตุ คือนายชัยณรงค์
จากการตรวจสอบข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของ นายชัยณรงค์ พบประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน จำนวนทั้งสิ้น 14 คดี และมีหมายจับที่มีผลบังคับใช้ทั้งสิ้น รวม 8 หมายจับ เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั้งหมดทั่วประเทศเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องและหมายค้นสถานที่ที่เชื่อว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่
จนล่าสุดวันนี้ (24 พ.ย.68) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าค้นห้องพักคอนโดแห่งหนึ่งย่านเจ็ดยอด ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ พบ นายชัยณรงค์ รับว่าตนเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อนจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมในความผิดฐาน “ตัวการฟอกเงิน, ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พร้อมตรวจยึดของกลาง คอมพิวเคอร์โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ บัตรกดเงินสด และสมุดบัญชีธนาคาร รวม 22 รายการ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป