โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

บึ้ม!ปั๊ม11จุด/นราฯเคอร์ฟิว

ไทยโพสต์

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 7.16 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

3 จังหวัดชายแดนใต้ป่วนหนัก! บึ้ม-เผาปั๊ม ปตท. รวม 11 จุด เจ็บ 4 ราย "มทภ.4" สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด พร้อมเผชิญเหตุ 24 ชม. เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดี เชื่อมุ่งทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้น ไม่ตัดประเด็นการเมือง จ่อทบทวนข้อตกลงพูดคุยสันติสุข "นราธิวาส" ประกาศเคอร์ฟิว 3 ทุ่มถึงตี 5 ปิดชายแดนเข้า-ออก "นายกฯ" ชี้ไม่ใช่ก่อการร้าย แต่ส่งสัญญาณรับเลือกตั้งท้องถิ่น "พิพัฒน์" ยันเยียวยาผู้เสียหาย 100% กวักมือเรียกโจรใต้เจรจา "สมช." ประท้วงบีอาร์เอ็นผ่านมาเลย์ “พลังงาน” กำชับสำรองน้ำมันให้เพียงพอ

เมื่อวันที่ 11 มกราคม เวลาประมาณ 01.00 น. และเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 จุด ดังนี้ 1.นราธิวาส 5 จุด ได้แก่ ปั๊ม ปตท. หมู่ 4 บ.โคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง, ปั๊ม ปตท. ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ, ปั๊ม ปตท. อ.ระแงะ, ปั๊ม ปตท. อ.แว้ง และปั๊ม ปตท. อ.สุไหงโก-ลก 2.ปัตตานี 2 จุด ได้แก่ ปั๊ม ปตท. อ.เมืองฯ และปั๊ม ปตท. อ.กะพ้อ 3.ยะลา 4 จุด ได้แก่ ปั๊ม ปตท. อ.กาบัง, ปั๊ม ปตท. อ.บันนังสตา, ปั๊ม ปตท. 418 ขาเข้า อ.เมืองฯ และปั๊ม ปตท.บ้านบูเกะคละ ต.บุดี อ.เมืองฯ

ภายหลังเกิดเหตุ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทราบว่า มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดก่อกวนในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์และกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ยกระดับคุมเข้มความปลอดภัยสูงสุด พร้อมเผชิญเหตุทุกสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป

จากนั้น เวลา 10.30 น. แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดปั๊ม ปตท. ขาเข้าเมืองยะลา ถนนเส้น 418 พร้อมเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ (ผบ.ฉก.) และผู้บัญชาการกองกำลัง (ผบ.กกล.) ในพื้นที่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ปั๊ม ปตท.ที่เกิดเหตุ รวมถึงจุดตรวจ จุดสกัด ให้ยกระดับความปลอดภัยในระดับสูงสุดเช่นกัน รวมทั้งกองร้อยป้องกันชายแดนทุกจุด ให้ปิดทางเข้า-ออกชายแดนทั้งหมด ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งได้จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับทางศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ในการตรวจเข้มคนเข้า-ออกตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เศรษฐกิจนั้น พล.ท.นรธิปกล่าวว่า เรื่องนี้คิดอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ม.ค. หลายพื้นที่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ผู้ปกครองพาเด็กออกมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดยะลา ประมาณ 50,000 คน ปัตตานีประมาณ 15,000 คน นราธิวาสประมาณ 13,000 คน เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนได้ออกมาทำกิจกรรม ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ทันข้ามคืนเกิดการก่อเหตุ ถือว่าเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในวันเดียวกันนี้ว่า ได้แจ้ง ผบ.ฉก.จังหวัดเข้มงวดมาตรการควบคุมความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดชุดในการดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว

ไม่ตัดประเด็นการเมือง

สำหรับกลุ่มก่อเหตุซึ่งกระทำในทุกจุดคล้ายกันนั้น พล.ท.นรธิปกล่าวว่า เรายังไม่ทิ้งประเด็น โดยทุกประเด็นได้รวบรวมมาเป็นข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งในวันนี้ และเหตุที่เกิดเมื่อคืน รวมถึงการเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ จะเป็นการข่มขู่พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิหรือไม่ ซึ่งมีการประชุมเพื่อสรุปเพื่อลงรายละเอียดอีกครั้ง

“เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ เราก็ต้องคุยกับคณะพูดคุยสันติสุขใหม่ สิ่งที่เห็นพ้องต้องกันก่อนหน้านี้ ระหว่างผู้ก่อความรุนแรง (ผกร.) กับคณะพูดคุยฯ ในระดับเทคนิค คือทุกคนจะต้องยุติเหตุรุนแรง แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงอย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องมาคุยกันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร” แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ

ขณะที่ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 29/2569 เรื่อง การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.2569 เป็นต้นไป มีสาระสำคัญ อาทิ เพิ่มมาตรการจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเข้มงวดการผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะทุกประเภท และการเดินทางผ่านเข้า-ออกของประชาชน การค้าขายสินค้าทุกประเภท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ, ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-05.00 น.
ทางด้านความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.จ.ปัตตานี) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก. สภ.เมืองปัตตานี และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแรก ที่ปั๊ม ปตท.บานา ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊ม ปตท.บานา เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2565

ต่อมา เวลา 11.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (คบฉ.) และรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วยนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่ปั๊ม ปตท.บานา และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนสอบสวน และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่

นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการเยียวยาทางจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลผู้เสียหาย 100% ดังนั้นขอให้ผู้เสียหายสบายใจได้ในเรื่องนี้ พร้อมขอให้กำลังใจผู้เสียหายให้สู้ต่อ ทั้งนี้ ได้ฝากไปถึงผู้ก่อเหตุว่า มีอะไรขอให้มาเจรจากับรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจาหารือ

ชวนโจรใต้นั่งเจรจา

“ขอความกรุณาเพื่อนๆ ที่อาจจะมีอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็สามารถส่งจดหมายหรือประสานมายังรัฐบาลได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หรือผม ก็พร้อมที่จะมานั่งพูดคุยกับทุกฝ่าย เพราะเราเป็นรัฐบาลที่เปิดกว้าง เราต้องการความสงบ สิ่งต่างๆ ที่เป็นความผิดพลาดในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยเจรจากันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด ตามเป้าหมายที่ฝ่ายต้องการ จะได้ช่วยกันทำพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของเราให้เศรษฐกิจดีขึ้น และเกิดความเจริญยิ่งขึ้น" นายพิพัฒน์ระบุ

ที่ตลาด อ.ต.ก. กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า รับทราบรายงานเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดขายแดนภาคใต้แล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณให้สอดรับกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มุ่งหวังก่อการร้าย แต่ต้องกำชับไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ โดยประสานไปกองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้เข้าไปแก้ปัญหา

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มผู้ก่อเหตุหยุดการกระทำดังกล่าวในทันที เนื่องจากการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่ เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่มีความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ สมช.สนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว นอกจากนี้ สมช.ยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในแนวทางสันติวิธีผ่านกระบวนการพูดคุยสันติสุข

"ในช่วงเช้าของวันที่ 11 ม.ค.2569 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ สมช.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ ได้สื่อสารไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็นในฐานะคู่พูดคุยฯ โดยผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเชียถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงที่บั่นทอนการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการในกระบวนการสันติภาพ และความสำเร็จของการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง" สมช.ระบุ

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และสนับสนุนให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยด่วน พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นกระบวนการที่จงใจละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม และส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนอย่างกว้างขวาง

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เร่งสืบสวนสอบสวนเหตุดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนและตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สวป.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ที่เข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน สาขาตันหยงมัส ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐสั่งการให้ดูแลด้านการรักษาพยาบาลและสวัสดิการอย่างเต็มที่

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งพลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของพนักงานประจำสถานีและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...