บึ้ม!ปั๊ม11จุด/นราฯเคอร์ฟิว
3 จังหวัดชายแดนใต้ป่วนหนัก! บึ้ม-เผาปั๊ม ปตท. รวม 11 จุด เจ็บ 4 ราย "มทภ.4" สั่งยกระดับคุมเข้มสูงสุด พร้อมเผชิญเหตุ 24 ชม. เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดี เชื่อมุ่งทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้น ไม่ตัดประเด็นการเมือง จ่อทบทวนข้อตกลงพูดคุยสันติสุข "นราธิวาส" ประกาศเคอร์ฟิว 3 ทุ่มถึงตี 5 ปิดชายแดนเข้า-ออก "นายกฯ" ชี้ไม่ใช่ก่อการร้าย แต่ส่งสัญญาณรับเลือกตั้งท้องถิ่น "พิพัฒน์" ยันเยียวยาผู้เสียหาย 100% กวักมือเรียกโจรใต้เจรจา "สมช." ประท้วงบีอาร์เอ็นผ่านมาเลย์ “พลังงาน” กำชับสำรองน้ำมันให้เพียงพอ
เมื่อวันที่ 11 มกราคม เวลาประมาณ 01.00 น. และเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 จุด ดังนี้ 1.นราธิวาส 5 จุด ได้แก่ ปั๊ม ปตท. หมู่ 4 บ.โคก ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง, ปั๊ม ปตท. ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ, ปั๊ม ปตท. อ.ระแงะ, ปั๊ม ปตท. อ.แว้ง และปั๊ม ปตท. อ.สุไหงโก-ลก 2.ปัตตานี 2 จุด ได้แก่ ปั๊ม ปตท. อ.เมืองฯ และปั๊ม ปตท. อ.กะพ้อ 3.ยะลา 4 จุด ได้แก่ ปั๊ม ปตท. อ.กาบัง, ปั๊ม ปตท. อ.บันนังสตา, ปั๊ม ปตท. 418 ขาเข้า อ.เมืองฯ และปั๊ม ปตท.บ้านบูเกะคละ ต.บุดี อ.เมืองฯ
ภายหลังเกิดเหตุ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทราบว่า มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบวางระเบิดก่อกวนในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันหลายจุด โดยเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงนำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์และกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด นอกจากนี้ขอความร่วมมือประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ยกระดับคุมเข้มความปลอดภัยสูงสุด พร้อมเผชิญเหตุทุกสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป
จากนั้น เวลา 10.30 น. แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดปั๊ม ปตท. ขาเข้าเมืองยะลา ถนนเส้น 418 พร้อมเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ (ผบ.ฉก.) และผู้บัญชาการกองกำลัง (ผบ.กกล.) ในพื้นที่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ปั๊ม ปตท.ที่เกิดเหตุ รวมถึงจุดตรวจ จุดสกัด ให้ยกระดับความปลอดภัยในระดับสูงสุดเช่นกัน รวมทั้งกองร้อยป้องกันชายแดนทุกจุด ให้ปิดทางเข้า-ออกชายแดนทั้งหมด ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งได้จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับทางศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ในการตรวจเข้มคนเข้า-ออกตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เศรษฐกิจนั้น พล.ท.นรธิปกล่าวว่า เรื่องนี้คิดอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ม.ค. หลายพื้นที่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ผู้ปกครองพาเด็กออกมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดยะลา ประมาณ 50,000 คน ปัตตานีประมาณ 15,000 คน นราธิวาสประมาณ 13,000 คน เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนได้ออกมาทำกิจกรรม ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ทันข้ามคืนเกิดการก่อเหตุ ถือว่าเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในวันเดียวกันนี้ว่า ได้แจ้ง ผบ.ฉก.จังหวัดเข้มงวดมาตรการควบคุมความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดชุดในการดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว
ไม่ตัดประเด็นการเมือง
สำหรับกลุ่มก่อเหตุซึ่งกระทำในทุกจุดคล้ายกันนั้น พล.ท.นรธิปกล่าวว่า เรายังไม่ทิ้งประเด็น โดยทุกประเด็นได้รวบรวมมาเป็นข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งในวันนี้ และเหตุที่เกิดเมื่อคืน รวมถึงการเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ จะเป็นการข่มขู่พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิหรือไม่ ซึ่งมีการประชุมเพื่อสรุปเพื่อลงรายละเอียดอีกครั้ง
“เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ เราก็ต้องคุยกับคณะพูดคุยสันติสุขใหม่ สิ่งที่เห็นพ้องต้องกันก่อนหน้านี้ ระหว่างผู้ก่อความรุนแรง (ผกร.) กับคณะพูดคุยฯ ในระดับเทคนิค คือทุกคนจะต้องยุติเหตุรุนแรง แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงอย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องมาคุยกันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร” แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ
ขณะที่ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 29/2569 เรื่อง การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.2569 เป็นต้นไป มีสาระสำคัญ อาทิ เพิ่มมาตรการจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเข้มงวดการผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะทุกประเภท และการเดินทางผ่านเข้า-ออกของประชาชน การค้าขายสินค้าทุกประเภท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ, ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-05.00 น.
ทางด้านความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.จ.ปัตตานี) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก. สภ.เมืองปัตตานี และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแรก ที่ปั๊ม ปตท.บานา ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊ม ปตท.บานา เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2565
ต่อมา เวลา 11.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (คบฉ.) และรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วยนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่ปั๊ม ปตท.บานา และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนสอบสวน และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการเยียวยาทางจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลผู้เสียหาย 100% ดังนั้นขอให้ผู้เสียหายสบายใจได้ในเรื่องนี้ พร้อมขอให้กำลังใจผู้เสียหายให้สู้ต่อ ทั้งนี้ ได้ฝากไปถึงผู้ก่อเหตุว่า มีอะไรขอให้มาเจรจากับรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจาหารือ
ชวนโจรใต้นั่งเจรจา
“ขอความกรุณาเพื่อนๆ ที่อาจจะมีอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ก็สามารถส่งจดหมายหรือประสานมายังรัฐบาลได้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หรือผม ก็พร้อมที่จะมานั่งพูดคุยกับทุกฝ่าย เพราะเราเป็นรัฐบาลที่เปิดกว้าง เราต้องการความสงบ สิ่งต่างๆ ที่เป็นความผิดพลาดในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา อยากให้ทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยเจรจากันเพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด ตามเป้าหมายที่ฝ่ายต้องการ จะได้ช่วยกันทำพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของเราให้เศรษฐกิจดีขึ้น และเกิดความเจริญยิ่งขึ้น" นายพิพัฒน์ระบุ
ที่ตลาด อ.ต.ก. กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า รับทราบรายงานเหตุการณ์ใน 3 จังหวัดขายแดนภาคใต้แล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณให้สอดรับกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มุ่งหวังก่อการร้าย แต่ต้องกำชับไม่ให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ โดยประสานไปกองทัพภาคที่ 4 และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้เข้าไปแก้ปัญหา
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มผู้ก่อเหตุหยุดการกระทำดังกล่าวในทันที เนื่องจากการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่ เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่มีความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ สมช.สนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว นอกจากนี้ สมช.ยังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในแนวทางสันติวิธีผ่านกระบวนการพูดคุยสันติสุข
"ในช่วงเช้าของวันที่ 11 ม.ค.2569 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ สมช.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขฯ ได้สื่อสารไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็นในฐานะคู่พูดคุยฯ โดยผ่านผู้อำนวยความสะดวกมาเลเชียถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงที่บั่นทอนการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการในกระบวนการสันติภาพ และความสำเร็จของการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง" สมช.ระบุ
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และสนับสนุนให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยด่วน พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นกระบวนการที่จงใจละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ไร้ซึ่งมนุษยธรรม และส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนอย่างกว้างขวาง
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เร่งสืบสวนสอบสวนเหตุดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนและตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 ราย
ทั้งนี้ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สวป.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ที่เข้าไปตรวจสอบเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน สาขาตันหยงมัส ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐสั่งการให้ดูแลด้านการรักษาพยาบาลและสวัสดิการอย่างเต็มที่
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งพลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของพนักงานประจำสถานีและประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ.