“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับสัญญาณเฟดอาจลดดอกเบี้ย จับตาความตึงเครียดอิหร่าน
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก รับสัญญาณเฟดอาจลดดอกเบี้ย จับตาความตึงเครียดอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบราคาพลังงานและเสถียรภาพตลาดโลก
วันที่ 12 มกราคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนบวกในวันนี้ (12 ม.ค.) ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ม.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอกว่าคาด ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเอเชียเริ่มผ่อนคลายลง
*ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน เปิดที่ระดับ 4,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 14.46 จุด หรือ +0.35% ขณะที่ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ระดับ 26,376.84 จุด เพิ่มขึ้น 145.05 จุด หรือ +0.55% สะท้อนแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงิน ขณะที่ ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวขึ้น 0.71% และ ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ บวก 0.83% ส่วน ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวันบรรลุนิติภาวะ (Coming of Age Day)*
ปัจจัยหลักที่หนุนตลาดมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 66,000 ตำแหน่ง แม้อัตราการว่างงานจะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.4% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 4.5% แต่ภาพรวมตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัวลง ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าความตึงตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังคลี่คลาย และเปิดทางให้เฟดมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น
นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าที่ลดลงในระยะสั้น หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรที่ประกาศใช้ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของภาคธุรกิจและนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในอิหร่าน โดยข้อมูลจากหน่วยข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วง 490 ราย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 48 ราย อีกทั้งยังมีผู้ถูกจับกุมกว่า 10,600 ราย นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์
การชุมนุมดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568 ในย่านศูนย์การค้ากรุงเตหะราน จากความไม่พอใจของประชาชนต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินเรียลและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง
สถานการณ์ดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจเข้าแทรกแซงทางทหาร หากรัฐบาลอิหร่านใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง และอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานและตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป