โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับสัญญาณเฟดอาจลดดอกเบี้ย จับตาความตึงเครียดอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 02.47 น.

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก รับสัญญาณเฟดอาจลดดอกเบี้ย จับตาความตึงเครียดอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบราคาพลังงานและเสถียรภาพตลาดโลก

วันที่ 12 มกราคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนบวกในวันนี้ (12 ม.ค.) ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ม.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอกว่าคาด ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเอเชียเริ่มผ่อนคลายลง

*ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน เปิดที่ระดับ 4,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 14.46 จุด หรือ +0.35% ขณะที่ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ระดับ 26,376.84 จุด เพิ่มขึ้น 145.05 จุด หรือ +0.55% สะท้อนแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการเงิน ขณะที่ ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวขึ้น 0.71% และ ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ บวก 0.83% ส่วน ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวันบรรลุนิติภาวะ (Coming of Age Day)*

ปัจจัยหลักที่หนุนตลาดมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 66,000 ตำแหน่ง แม้อัตราการว่างงานจะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.4% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 4.5% แต่ภาพรวมตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัวลง ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าความตึงตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังคลี่คลาย และเปิดทางให้เฟดมีพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น

นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าที่ลดลงในระยะสั้น หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรที่ประกาศใช้ในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลของภาคธุรกิจและนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในอิหร่าน โดยข้อมูลจากหน่วยข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วง 490 ราย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 48 ราย อีกทั้งยังมีผู้ถูกจับกุมกว่า 10,600 ราย นับตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์

การชุมนุมดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2568 ในย่านศูนย์การค้ากรุงเตหะราน จากความไม่พอใจของประชาชนต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินเรียลและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

สถานการณ์ดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่า สหรัฐฯ อาจเข้าแทรกแซงทางทหาร หากรัฐบาลอิหร่านใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง และอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานและตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...