“ธรรมนัส” ฟาด “อภิสิทธิ์” อย่าพูดเอาหล่อ แต่ไม่มีผลงาน
“ธรรมนัส” ฟาด “อภิสิทธิ์” อย่าพูดเอาหล่อ แต่ไม่มีผลงาน ส่วนหลายพรรคบอก ไม่เอา กธ.-ภท. นายกฯหนู บอก ก็อยู่ด้วยกันสิ จะไปยากอะไร ชี้ ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ย้ำ เป็นคนชัดเจนไม่ดัดจริต มอง เป็นการเสียมารยาททางการเมือง เผย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่มาประกาศจับมือกับใคร ควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ
วันที่ 24 ธ.ค. 2568 ที่ พรรคกล้าธรรม ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างรายการ ดีเบตอีกสักตั้ง ไทยรัฐเลือกตั้ง 69 มีช่วงหนึ่งระบุว่า “พรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกับพรรคกล้าธรรมได้ครับ“
ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเข้ามาทำงานการเมืองโดยมีพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง และไม่ใช่ลักษณะของนักการเมืองอาชีพที่มุ่งเน้นแต่การสร้างประเด็นความขัดแย้งในสังคม โดยเน้นย้ำว่าพรรคกล้าธรรมมีจุดยืนที่ชัดเจนคือ "ทำมากกว่าพูด"และมุ่งเน้นการสร้างผลงานที่จับต้องได้จริงมากกว่าการขายฝันด้วยวาทกรรม
ส่วนที่มีบางพรรคการเมืองออกมาประกาศจุดยืนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม หรือไม่สนับสนุนตนเองนั้น ร.อ. ธรรมนัส มองว่าเป็นการเสียมารยาททางการเมือง และยังไม่ใช่เวลาที่จะมาประกาศว่าจะจับมือกับใคร เพราะควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในวันเลือกตั้งเสียก่อน พร้อมระบุว่าหากพรรคใดมี สส. ในมือเกิน 25 คนค่อยมาหารือกัน
เมื่อถามว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์แต่เมื่อเช้าที่ผ่านมาทางด้านของพรรคประชาชนได้มีการประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม และจะไม่ยอมให้ ร.อ.ธรรมนัส ขานชื่อโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนอย่างตนไม่เคยขานชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี และคนอย่างตน ชัดเจนไม่ต้องดัดจริต คนเราจะแต่งงานกับใครเขาไม่แต่งกับเรา เราจะไปบังคับเขาได้อย่างไร ตนก็เห็นพูดแบบนี้ก็เสร็จทุกราย จบไม่สวยสักราย ตนไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะเวรกรรมจะตามสนองเอง
“ ผมสวดมนต์ทุกเช้า สวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน แผ่เมตตาไปหาพวกคุณแล้ว แต่ละคนก็เห็นจบไม่สวยสักราย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
นอกจากนี้ ร.อ. ธรรมนัส ยังได้ตอบโต้พรรคการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ตนเอง โดยยกบทเรียนจากพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ประสบปัญหาภายในจนเกิดความวิบัติจากการไม่รักษาคำพูดของผู้นำ พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงผลงานในอดีตของบางพรรคที่สร้างปัญหาทิ้งไว้ เช่น โครงการโรงพัก 396 แห่ง หรือนโยบายเกษตรที่ผิดพลาดในอดีต
“อย่าพูดเอาหล่อแล้วทำไม่ได้ พอเป็นรัฐมนตรีก็สร้างความเสียหายให้ลูกหลานจนถึงปัจจุบัน ถ้าเป็นอย่างนั้นอย่ามาเล่นการเมืองดีกว่า และตนไม่ได้ประกาศว่าไม่จับมือกับใคร หรือใครไม่จับมือกับผม ก็เป็นเรื่องของคุณ ผมไม่เล่นการเมืองแบบนั้น พรรคเราชัดเจน ในเรื่อง 112 ไม่แตะเด็ดขาด พรรคไหนแตะเราไม่เอา ต้องชัดเจน ผมจบโรงเรียนเตรียมทหาร ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ คุณอย่าตัดสินใจแทนประชาชน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
พร้อมเปิดเผยว่าเมื่อคืนตนได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีว่าตอนที่มีคนประกาศว่า “ ไม่เอาท่านไม่เอาผม”เราเอายังไง นายกฯก็บอกว่าเราก็อยู่ด้วยกันสิ จะไปยากอะไร
ร.อ. ธรรมนัส ได้ชูผลงานในการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนต้องมีการจำหน่ายไข่ไก่แบบชั่งกิโลกรัมขาย และการยึดคืนที่ดิน สปก. จากกลุ่มทุนเพื่อนำมาปฏิรูปให้เกิดประโยชน์ต่อรัฐ รวมถึงการลงพื้นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในจังหวัดมหาสารคาม และการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษในกลุ่มจังหวัดอันดามันเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
ส่วนกรณีที่มีภาพถ่ายคู่กับ เบน สมิธ ร.อ. ธรรมนัส ระบุว่า เป็นการเหมารวมที่ไม่เป็นธรรม เพราะถ้าเอารูปมากางบนโต๊ะ กลุ่มชนชั้นนำและข้าราชการระดับสูงเกือบครึ่งประเทศต่างก็เคยถ่ายภาพร่วมกับคนนี้และตั้งคำถามว่า แสดงว่าประเทศไทยไม่มีคนดีเลย พร้อมเตือนกลุ่มการเมืองรุ่นใหม่ที่ออกมาให้ร้ายตนเองว่าให้ระวังคำพูดและรักษาตัวให้ดี เล่นการเมืองต้องรู้จักแยกแยะ น้องหลายคนฟันน้ำนมยังไม่หลุดออกจากปาก อนาตคอีกไกลรักษาตั้งเองให้ดี บางคนปากกล้าพูดไปเรื่อย ผมก็แจ้งความไปต่างกรรมต่างวาระ หลายคนบอกทำไมต้องแจ้งความ ตนก็บอกว่าถ้าคนดี ๆ ใครจะไปแจ้ง
เมื่อถามต่อว่าหลังจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะมีโอกาสไปขึ้นดีเบต การเมืองช่วงเลือกตั้งบ้างหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่าตนได้ปรึกษากับคนในรัฐบาลว่าถ้าเป็นเวทีดีเบตที่สร้างสรรค์ ตนก็จะไปแต่หากไม่สร้างสรรค์ไปยุให้คนทะเลาะกันตนไม่ไปเพราะตนเป็นคนที่อุณหภูมิเดือดไว อาจจะส่งน.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมไปแทน