ครม. เศรษฐกิจ เห็นชอบ “TISA” กำหนดเพดานลดหย่อนภาษีไม่เกินปีละ 8 แสนบาท
ครม. เศรษฐกิจ เห็นชอบหลักการ บัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ TISA ให้ประชาชนผู้เสียภาษีเลือกลงทุนได้เอง กำหนดเพดานลดหย่อนภาษีไม่เกินปีละ 8 แสนบาท ชง ครม. 9 ธ.ค. 68
8 ธ.ค. 2568 รายงานข่าวจาก ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการและรับทราบการดำเนินมาตรการ “Quick Big Win” ด้านการเพิ่มโอกาสการออมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน ได้แก่ โครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ Thailand Individual Saving Account (TISA) โดยกระทรวงการคลังจะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค. 2568)
“มาตรการเพื่อเพิ่มโอกาสการออมและความมั่นคงทางการเงินของประชาชนดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการออมที่หลากหลายและสะดวกมากขึ้น ประชาชนมีแรงจูงใจในการออม กระตุ้นให้ผู้ที่มีรายได้ปานกลางและมีรายได้น้อยมีการออมเพิ่มขึ้น มีภาวะทางการเงินที่ดี (Financial Well-being) มีรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพยามเกษียณอายุ และภาครัฐสามารถบรรเทาภาระงบประมาณด้านสวัสดิการกรณีชราภาพในการดูแลผู้ที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้”
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมการออมดังกล่าว จะใช้แนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ศึกษาไว้โดยกำหนดที่ให้ผู้เสียภาษีสามารถเลือกที่จะลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ พันธบัตร หรืออื่นๆตามความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้
ขณะที่กระทรวงการคลังมีข้อเสนอการกำหนดเพดานค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารวมทุกรายการ อาทิ บัญชี ISA กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF กองทุนรวมเพื่อการออมหรือ SSF ประกันชีวิตประกันสุขภาพ ดอกเบี้ยบ้าน เป็นต้นรวมกันไว้ที่ไม่เกิน 800,000 บาท ต่อปี