โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธ.ทิสโก้ เปิดสูตรลดหย่อนภาษี ฉบับมนุษย์เงินเดือน วางแผนเกษียณ

ทันหุ้น

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 07.58 น.

#ทันหุ้น – มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ ! TISCO Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ เปิดวิธีวางแผนลดหย่อนภาษีตามช่วงอายุตั้งแต่วัย 30 – 50ปี แถมมีเงินใช้ยามเกษียณได้อย่างเพียงพอตามความต้องการ

นายณัฐกฤติเหล่าทวีทรัพย์Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของปีเป็นช่วงที่ผู้มีเงินได้เริ่มมองหาวิธีลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาให้คุ้มค่า ผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) และประกันต่างๆ รวมทั้ง การบริจาคและมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” มาตรการใหม่ของรัฐบาลที่ใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท เป็นต้น โดยธนาคารทิสโก้ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการวางแผนลดหย่อนภาษี สามารถใช้โปรแกรม TISCO My Goal ช่วยคำนวณภาษีได้ฟรี เพียงคลิก https://link.tisco.co.th/cBCHMU

อย่างไรก็ตาม เทคนิคการวางแผนลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่านั้น ไม่ควรคิดถึงการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีให้เต็มเพดานสิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรคิดถึงสภาพคล่อง ความสามารถในการออมต่อเนื่อง ความเสี่ยงในการลงทุนที่ยอมรับได้ รวมไปถึงเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว เพื่อให้การลดหย่อนเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่เคร่งครัดจนเกินไปและไม่ลดหย่อนน้อยจนเสียสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้การลดหย่อนภาษีวางแผนการเงินให้ชีวิต เตรียมพร้อมค่าใช้จ่ายหลังเกษียณให้เพียงพอรับสังคมสูงอายุซึ่งคนไทยมีโอกาสอายุยืนมากกว่าในอดีตได้ด้วย

นายณัฐกฤติ กล่าวอีกว่า เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นธนาคารทิสโก้ได้จัดทำแบบจำลองการวางแผนลดหย่อนภาษีตามช่วงอายุโดยเป็นแผนที่สามารถวางแผนเกษียณไปได้พร้อมกัน โดยกรณีตัวอย่างนี้คำนวณบนพื้นฐานที่กลุ่มตัวอย่างไม่มีประกันสังคม ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ไม่เคยออมเงินเพื่อการเกษียณมาก่อน และรับความเสี่ยงการลงทุนได้ในระดับปานกลางถึงสูง ดังนี้

  • พนักงานบริษัทเอกชนอายุ30 ปีสถานะโสดเงินเดือน40,000 บาทโบนัสเฉลี่ย3 เดือนต่อปีตั้งเป้าหมายเกษียณเมื่ออายุ60 ปีโดยคาดว่าหลังเกษียณอายุจะใช้เงิน25,000 บาทต่อเดือนและคาดว่าจะมีอายุถึง90 ปี

หากต้องการลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าพร้อมกับมีเงินใช้หลังเกษียณตามความต้องการ ควรออมเงินจากเงินเดือนและโบนัสประมาณ 20% หรือปีละประมาณ 120,000 บาท เพื่อให้อายุ 60 ปี มีเงินสำหรับใช้หลังเกษียณประมาณ 7.85 ล้านบาท (สมมติฐานอัตราผลตอบแทนการลงทุนหลังเกษียณปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ เท่ากับ 0.97%) เน้นลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายสินทรัพย์เสี่ยงสูงได้ โดยมีอัตราผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนประมาณ 6-10%

ธนาคารทิสโก้แนะนำให้นำเงินออมแต่ละปีไปลงทุนหรือซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี ดังนี้

1) ผลิตภัณฑ์ลงทุนเพื่อบริหารจัดการภาษี เช่น RMF และ Thai ESG วงเงินประมาณ 100,000 บาท เนื่องจากยังมีเวลาลงทุนยาวนาน โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้ในสัดส่วนราว 70-80% เช่น

a) ซื้อ RMF 80,000 บาท ซึ่งอาจจะเน้นเป็นกองทุนหุ้นกลุ่มเติบโตอย่าง Megatrends ที่เป็นธีมการลงทุนแห่งอนาคต เช่น AI , Healthcare หรือประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็ว เช่น อินเดีย จีน และเวียดนาม
b) ซื้อกองทุน Thai ESG ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นกลุ่มปันผล 20,000 บาท

2) ปิดความเสี่ยงด้วยประกันวงเงิน 20,000 บาท เช่น ซื้อประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง

• ผู้จัดการบริษัทเอกชน อายุ 40 ปี แต่งงานแล้ว เงินเดือน 70,000 บาท โบนัสเฉลี่ย 3 เดือนต่อปี ตั้งเป้าหมายเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี คาดว่าหลังเกษียณอายุจะใช้เงิน 30,000 บาทต่อเดือน และคาดว่าจะมีอายุถึง 80 ปี

หากต้องการลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าพร้อมกับมีเงินใช้หลังเกษียณตามความต้องการ ควรออมเงินจากเงินเดือนและโบนัสประมาณ 30% หรือปีละประมาณ 300,000 บาท เพื่อให้อายุ 60 ปี มีเงินสำหรับใช้หลังเกษียณประมาณ 6.57 ล้านบาท (สมมติฐานอัตราผลตอบแทนการลงทุนหลังเกษียณปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ เท่ากับ 0.97%) โดยเน้นลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายสินทรัพย์เสี่ยงปานกลางถึงสูงได้ โดยมีอัตราผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนประมาณ 6-8%

หากต้องการลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าพร้อมกับมีเงินใช้หลังเกษียณตามความต้องการ ควรออมเงินจากเงินเดือนและโบนัสประมาณ 30% หรือปีละประมาณ 300,000 บาท เพื่อให้อายุ 60 ปี มีเงินสำหรับใช้หลังเกษียณประมาณ 6.57 ล้านบาท (สมมติฐานอัตราผลตอบแทนการลงทุนหลังเกษียณปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ เท่ากับ 0.97%) โดยเน้นลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายสินทรัพย์เสี่ยงปานกลางถึงสูงได้ โดยมีอัตราผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนประมาณ 6-8%
ธนาคารทิสโก้แนะนำให้นำเงินออมแต่ละปีไปลงทุนหรือซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี ดังนี้

1) ผลิตภัณฑ์ลงทุนเพื่อบริหารจัดการภาษี เช่น RMF และ Thai ESG วงเงินประมาณ 200,000 บาท โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้ในสัดส่วนราว 60-70% เช่น
a) ซื้อ RMF 150,000 บาท ซึ่งอาจจะเน้นกระจายการลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นโลกคุณภาพ หุ้นกลุ่มเติบโตบางส่วน และตราสารหนี้
b) ซื้อกองทุน THAI ESG ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นกลุ่มปันผล 50,000 บาท

2) ปิดความเสี่ยงด้วยประกันวงเงิน 100,000 บาท แนะนำให้ปิดความเสี่ยงด้วยประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันโรคร้ายแรง และประกันบำนาญ

• ผู้บริหารบริษัทเอกชน อายุ 50 ปี แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน เงินเดือน 150,000 บาท โบนัสเฉลี่ย 3 เดือนต่อปี ตั้งเป้าหมายเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี โดยคาดว่าหลังเกษียณอายุจะใช้เงิน 40,000 บาทต่อเดือน และคาดว่าจะมีอายุถึง 80 ปี
หากต้องการลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าพร้อมกับมีเงินใช้หลังเกษียณตามความต้องการ ควรออมเงินจากเงินเดือนและโบนัสประมาณ 40% หรือปีละประมาณ 900,0000 บาท เนื่องจากมีเวลาออมเพียง 10 ปีก่อนเกษียณทำให้ต้องเก็บเงินเยอะขึ้นมากกว่าช่วงอายุอื่นๆ เพื่อให้อายุ 60 ปี มีเงินสำหรับใช้หลังเกษียณประมาณ 8.77 ล้านบาท (สมมติฐานอัตราผลตอบแทนการลงทุนหลังเกษียณปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ เท่ากับ 0.97%) เน้นลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายสินทรัพย์เสี่ยงปานกลาง โดยมีอัตราผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนประมาณ 6-7%

ธนาคารทิสโก้แนะนำให้นำเงินออมแต่ละปีไปลงทุนหรือซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี ดังนี้

1) ผลิตภัณฑ์ลงทุนเพื่อบริหารจัดการภาษี เช่น RMF และ Thai ESG วงเงินประมาณ 675,000 บาท โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้ในสัดส่วนราว 50% เช่น
a) ซื้อ RMF 475,000 บาท ซึ่งอาจจะเน้นกองทุนผสมเชิงรุกที่มีนโยบายการลงทุนแบบเชิงรุกกระจายลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ โดยผู้จัดการกองทุนมีปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตามสภาวะตลาด คุมความเสี่ยงจากความผันผวน
b) ซื้อกองทุน Thai ESG ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นกลุ่มปันผล 200,000 บาท

2) เงินส่วนที่เหลือ 225,000 บาท ควรนำมาปิดความเสี่ยงด้วยประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันโรคร้ายแรง และประกันบำนาญ

ทั้งนี้ จากตัวอย่าง 3 กรณีข้างต้นธนาคารทิสโก้แนะนำให้ปรับพอร์ตตามช่วงอายุ รวมทั้งสามารถปรับพอร์ตตามความต้องการทางการเงินตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพื่อความเหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตทั้งก่อนและหลังเกษียณ

“ในแต่ละปีคนส่วนใหญ่มักจะคำนึงถึงการวางแผนลดหย่อนภาษี แต่กลับละเลยการวางแผนเพื่อการเกษียณเพราะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ธนาคารทิสโก้จึงอยากให้ผู้มีเงินได้ทุกคนมองว่าการวางแผนทั้งสองอย่างนี้สามารถทำควบคู่กันไปได้ เพราะยุค Longevity ที่ชีวิตหลังเกษียณอาจยาวนานถึง 30–40 ปี การ “ไม่วางแผน” กลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด เพราะอาจต้องเผชิญภาวะ “เงินหมดก่อนอายุขัย” ดังนั้น การเริ่มวางแผนภาษีโดยใช้สิทธิลดหย่อนจากภาครัฐ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการแยก “เงินใช้วันนี้” ออกจาก “เงินเพื่ออนาคต” ที่เป็นเป้าหมายทางการเงินระยะยาว ช่วยให้มีเงินเกษียณเพียงพอและยังได้ลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีอีกด้วย ” นายณัฐกฤติกล่าว

ทั้งนี้ หากต้องการปรึกษาการวางแผนภาษีควบคู่กับการวางแผนเกษียณที่คุ้มค่า รวมทั้งวางแผนการเงินแบบองค์รวม หรือ Holistic Advisory

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...