โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปอศ. ทลายเครือข่ายแอปฯเงินกู้เถื่อน ก๊วนจีนเทา รวมกว่า 30 แอปฯ ดอกเบี้ยพุ่งร้อยละ 3,000 ต่อปี หากไม่จ่ายถูกประจาน

สวพ.FM91

อัพเดต 22 พ.ย. 2568 เวลา 22.02 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 16.58 น.

ปอศ. ทลายเครือข่ายแอปฯเงินกู้เถื่อน ก๊วนจีนเทา รวมกว่า 30 แอปฯ ดอกเบี้ยพุ่งร้อยละ 3,000 ต่อปี หากไม่จ่ายถูกประจาน
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.
เข้าตรวจค้น 2 จุด 1.บ้านแห่งหนึ่ง ภายในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร และ 2.บ้านแห่งหนึ่ง ภายในอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 13 หมายจับ ผู้ต้องหา 10 ราย พร้อมตรวจยึด ของกลางโทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง , สมุดบัญชีธนาคาร 3 บัญชี , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และบัตร ATM 1 ใบ ผู้ต้องหารายที่ 1-7 จะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด”
และในส่วนของผู้ต้องหารายที่ 8-10 จะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ร่วมกันทวงถามหนี้ในลักษณะการข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น ร่วมกันทวงถามหนี้โดยใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น ร่วมกันทวงถามหนี้โดยแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้”
สืบเนื่องจากในช่วงปี 2568 ได้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. กรณีกู้เงินมาจากแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบชื่อ vita shelf , ทรัพย์พลัส และสินเชื่อมือโปร รวมถึงแอปพลิเคชันอื่นที่เกี่ยวข้อง อีกกว่า 30 แอปพลิเคชัน โดยเรียกดอกเบี้ยโหดกว่าร้อยละ 3,000 ต่อปี นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์ข่มขู่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกหนี้ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหาย และมีการข่มขู่คุกคามผู้กู้ให้ได้รับความเดือดร้อน

ต่อมาจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมข้อมูล พบว่ากลุ่มปล่อยเงินกู้ดังกล่าวเป็นเครือข่ายลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านแอปพลิเคชันชื่อ vita shelf ,ทรัพย์พลัส และสินเชื่อมือโปร รวมถึงแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกว่า 30 แอปพลิเคชัน ซึ่งมีพฤติการณ์ในการปล่อยเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ทวงถามหนี้โดยส่งข้อความข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มทุนชาวจีนอยู่เบื้องหลัง โดยเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน และสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้หลายราย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 2 จุด ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และ อุดรธานี ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 13 หมายจับ ผู้ต้องหา 10 ราย จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าแอปพลิเคชัน vita shelf ,ทรัพย์พลัส และสินเชื่อมือโปร มีลักษณะคล้ายกันโดยเมื่อดาวน์โหลดแอปพลิชันแล้ว จะพบว่าภายในแอปพลิชันดังกล่าวมีแอปพลิเคชันย่อยแอบแฝงอยู่กว่า 30 แอปพลิเคชัน ซึ่งลูกหนี้สามารถเลือกกู้เงินได้ โดยมีการคิดค่าบริการร้อยละ 40 ของยอดเงินกู้ ต่อ 7 วัน หรือคิดดอกเบี้ยกว่า ร้อยละ 3,000 ต่อปี เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา ก็จะโทรศัพท์และส่งข้อความมาทวงถาม ในลักษณะข่มขู่คุกคามว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือนายทุนชาวจีนที่เป็นผู้รับผลประโยชน์และเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับแอปพลิเคชันดังกล่าว

โดยในส่วนของแอปพลิเคชัน “vita shelf” “ทรัพย์พลัส” “สินเชื่อมือโปร” จากการตรวจสอบพบว่าไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับแต่อย่างใด โดยภายในระยะเวลา 1 ปี ทั้ง 3 แอปพลิเคชัน มีกลุ่มคนร้ายใช้บัญชีธนาคารกว่า 10 บัญชี ในการกระทำความผิด และมียอดเงินหมุนเวียนรวมทั้ง 3 แอปพลิเคชัน รวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 ล้านบาท เมื่อแอปพลิเคชันได้กำไรจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบแล้ว ทั้งสามแอปพลิเคชันมีการนำกำไรดังกล่าว โอนต่อไปยังผู้รับผลประโยชน์เป็นชาวต่างชาติ (คนจีน) และหมุนเวียนใช้จ่ายเป็นการซื้อเหรียญคริปโตเคอเรนซี, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, สินค้า และบริการต่างๆ เพื่อให้ยากต่อการถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อในการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือและไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งยังเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการอนุญาตให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลทางช่องทางต่างๆ เช่น การอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...