โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อาณาจักร Prince Group สั่นสะเทือน! สหรัฐ-อังกฤษคว่ำบาตร “เฉิน จื้อ”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 พ.ย. 2568 เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2568 เวลา 08.24 น.

จากนักธุรกิจหนุ่มผู้สร้างภาพลักษณ์ใจบุญในกัมพูชา สู่ผู้ถูกกล่าวหาว่าก่อตั้งเครือข่ายสแกมระดับโลก “เฉิน จื้อ” ประธาน Prince Group ถูกสหรัฐ-อังกฤษคว่ำบาตร หลังพบหลักฐานฟอกเงินและใช้แรงงานบังคับ

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า 3 ปีก่อน สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในขณะนั้น เคยมอบนาฬิกาข้อมือหรูที่ผลิตในประเทศ ให้แก่ผู้นำระดับโลกหลายคน รวมถึง โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่กรุงพนมเปญ

นาฬิกาแบรนด์ Lotus Tourbillon แต่ละเรือนประดับด้วยเพชร 25 เม็ด และสลักตราโลโก้รูปมงกุฎของกลุ่มทุนใหญ่ Prince Holding Group ลงบนกลไกภายใน หลังรับมอบของขวัญดังกล่าว ไบเดนได้ส่งมอบนาฬิกาให้กับคลังเก็บเอกสารแห่งชาติของสหรัฐ พร้อมของที่ระลึกรวมมูลค่า 1,790 ดอลลาร์

ของขวัญเหล่านี้ซึ่งออกแบบและประกอบโดยโรงเรียนผลิตนาฬิกาของ Prince Group แสดงให้เห็นว่า เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ประธานวัย 37 ปีชาวจีนของกลุ่มทุนนี้ สามารถก้าวเข้าสู่แวดวงอิทธิพลระดับโลกได้อย่างแนบเนียน เขาสร้างภาพลักษณ์ของนักธุรกิจผู้ใจบุญ มีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญและองค์กรต่าง ๆ และครอบครองทรัพย์สินหรูหราตั้งแต่ตึกสำนักงานในลอนดอน อพาร์ตเมนต์ในสิงคโปร์และไต้หวัน ไปจนถึงกิจการในปาเลาและฮ่องกง

แต่ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เครือข่ายอิทธิพลของเขากลับเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว หลังทางการสหรัฐและสหราชอาณาจักรกล่าวหาว่าเฉิน จื้อ และเครือข่ายของเขาเป็นผู้ดำเนินการองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่บริหารศูนย์สแกมเมอร์ใช้แรงงานบังคับและฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลในเครือ Prince Group รวม 146 ราย รวมถึงเฉินด้วย

ทางการยังได้อายัด บิตคอยน์มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ และเปิดเผยว่าเฉิน จื้อ สามารถดำเนินกิจการได้โดยแทบไม่ถูกตรวจสอบมานานกว่าทศวรรษ สื่อท้องถิ่นในสิงคโปร์และกัมพูชายังยกย่องความสำเร็จทางธุรกิจของเขา ขณะที่บริษัทเอกชนหลายแห่งก็ยังคงทำธุรกิจกับเครือ Prince แม้จะมีข่าวลือเชื่อมโยงกับอาชญากรรม

เจค็อบ ซิมส์ นักวิจัยจากศูนย์เอเชีย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า“Prince Group เจริญเติบโตได้เพราะอาศัยความเปิดกว้างและการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีของศูนย์กลางการเงินอย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งชุมชนระหว่างประเทศเองก็มีส่วนในความละเลยนี้”

แม้บริษัทจะออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินและอาชญากรรมอื่น ๆ แต่ได้ลบข้อความดังกล่าวออกจากเว็บไซต์แล้ว ส่วนเฉิน จื้อ ยังคง หลบหนีการจับกุม และไม่สามารถติดต่อได้

เครือข่ายเงินในสิงคโปร์

ตำรวจสิงคโปร์เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าได้ดำเนินการบุกตรวจและยึดทรัพย์สินของเฉินและเครือข่าย รวมมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเรือยอชต์ รถยนต์หรู 11 คัน และสุราหลายร้อยขวด

เฉิน จื้อ เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน เมื่อปี 1987 เดิมทำธุรกิจศูนย์เกมในเมืองฝูโจว ก่อนจะสละสัญชาติจีน และได้รับสัญชาติไซปรัส วานูอาตู และกัมพูชา ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐ เขาเริ่มลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กัมพูชาตั้งแต่ปี 2554 และก่อตั้ง Prince Group ซึ่งขยายไปยังธุรกิจบันเทิง การเงิน และสายการบิน

เฉิน จื้อ ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา โดยเป็นที่ปรึกษาของฮุน เซน และต่อมาของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ลูกชายของฮุน เซน

ในปี 2565 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พนมเปญ นาฬิกาของ Prince Group ถูกมอบให้ผู้นำประเทศอื่น ๆ เช่น จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา และ แอนโธนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งทั้งคู่ได้นำของขวัญไปมอบให้ทางการตามระเบียบ

อัยการสหรัฐกล่าวหาว่า เฉิน จื้อ ใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อปกป้องเครือข่ายสแกม จากการบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศ โดยมีการมอบสินบนและของขวัญหรูแก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อแลกกับการคุ้มครอง

อาณาจักรฟอกเงินในเอเชีย

เฉิน จื้อ ใช้สิงคโปร์เป็นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เปิดบริษัท DW Capital Holdings ในปี 2561 โดยอ้างว่าบริหารสินทรัพย์กว่า 60 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และตั้งบริษัทลูกชื่อ Skyline Investment Management ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ รวมถึงเช่าสถานที่จัดกิจกรรมกับนักการทูตต่างชาติ

เขาใช้ชีวิตหรูหราด้วยรถ Mercedes-Maybach ป้ายทะเบียน 5555 และเรือยอชต์ยาว 53 เมตรชื่อ NONNI II ที่มักจอดอยู่บนเกาะรีสอร์ตเซ็นโตซา พร้อมจัดปาร์ตี้และสังสรรค์เป็นประจำ

นอกจากนี้เฉิน จื้อ ยังมีทรัพย์สินในลอนดอน มูลค่ากว่า 100 ล้านปอนด์ รวมถึงตึกสำนักงานกลางกรุงลอนดอนและคฤหาสน์หรู ในไต้หวันเขาซื้ออสังหาริมทรัพย์กว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในฮ่องกง เขาครอบครองทรัพย์สินและหุ้นบริษัทจดทะเบียนรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัทในเครือของเขา 2 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง Geotech Holdings และ Khoon Group ถูกสหรัฐขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเช่นกัน

ศูนย์กลางอิทธิพลที่พังทลาย

ในกัมพูชา เฉิน จื้อ เป็นผู้พัฒนาโครงการ Ream City เมืองใหม่ริมชายฝั่งสีหนุวิลล์ มูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์ แต่หลังถูกคว่ำบาตร โครงการดังกล่าวเริ่มสูญเสียพันธมิตรหลัก เช่น Ascott Group และ Radisson Hotel ที่ประกาศยุติสัญญาร่วมพัฒนา

นักวิเคราะห์จากฮาร์วาร์ดระบุว่ากรณีนี้สะท้อนความล้มเหลวของกระบวนการตรวจสอบ (due diligence) ของบริษัทต่างชาติที่ยังคงทำธุรกิจกับ Prince Group แม้จะมีสัญญาณเตือนชัดเจนมาหลายปี

“นี่เป็นเครื่องเตือนว่า บริษัทจำนวนมากทั่วโลกยังพึ่งพารัฐบาลให้ช่วยคัดกรองความเสี่ยงแทนตนเอง”

อ้างอิง : bloomberg.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...