SINO เปิดแผนสู้บาทแข็ง ปี 69 ธุรกิจ Air Freight โตแรง
#SINO #ทันหุ้น – SINO รับมือบาทแข็ง ด้วยฟอร์ตเวิร์ดค่าเงิน มองภาพปี 2569 มีความท้าทายต่อทั้งปัจจัยเศรษฐกิจโลก-ภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศเป็นดาวเด่นผลดีเข้าลงทุน ‘เอ.เอส. โลจิสติคส์’ มีโอกาสโตต่อ หนุนผลดำเนินงานโตต่อ
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่ารวดเร็วยอมรับในเชิงธุรกิจย่อมมีความเสี่ยงกับผู้ส่งออกรวมถึง SINO ในฐานะผู้ให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ค่าเงินบาทอยู่ที่ 32-33 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันเคลื่อนไหวล่าสุดใกล้เคียง 31.50 บาท ดังนั้นออเดอร์ที่เคยได้รับจึงมีมูลค่าลดลงเมื่อแปลงเป็นรูปเงินบาทไทย
@บริหารความเสี่ยงFX
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ลดความเสี่ยงค่าเงินด้วยวิธีซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Forward) อัตราแลกเปลี่ยนไว้แล้ว ช่วยลดผลกระทบโดยรวมได้ในระดับหนึ่ง ในขณะที่ภาคการส่งสินค้าระหว่างประเทศในช่วงปลายปีสถานการณ์โดยรวมมีทิศทางดีขึ้น ส่วนระดับค่าบาทที่ประเมินผู้ประกอบการจะมีปัญหาธุรกิจที่ชัดเจนคือ การแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ โดยเบื้องต้นคาดหวังว่าเงินบาทจะไม่แข็งขึ้นไปอยู่ในระดับดังกล่าว
“ตอนนี้ค่าบาทเป็นประเด็น และทำให้เรายังไม่ประเมินการเติบโตปี 2569 ที่ชัดเจน แต่ถ้าไม่นับเรื่องนี้ อย่างไรปีหน้าผลงานก็ควรจะเติบโตมากกว่าปีนี้ได้อย่างแน่นอนครับ” นายนันท์มนัส กล่าว
อนึ่งสำหรับปี 2568 บริษัทเคยตั้งเป้าหมายรายได้เท่ากับ 4,300 ล้านบาท คิดเป็นการขยายตัว 12% จากทั้งธุรกิจขนส่งและการขยายบริการใหม่ๆ
@ชี้ภาพอนาคต
สำหรับการวางแผนธุรกิจสำหรับปีถัดไป สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเพื่อรับมือยังคงเป็นผลกระทบจากเรื่องภาษีของทรัมป์ และปัจจัยแวดล้อมเชิงเศรษฐกิจมหภาคจากต่างประเทศอื่นๆ ส่วนปัจจัยภายในอุตสาหกรรมขนส่งอาจมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการที่สายการเดินเรือนำเรือใหม่ลงน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน (Supply) เกินกว่าที่มีอยู่เดิม
ทั้งนี้บริษัทยังมั่นใจความแข็งแรงของบริษัท พร้อมยังมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศครบวงจรระดับภูมิภาค และในระยะ 3-5 ปีจะค่อยๆ ปรับพอร์ตรายได้ของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจบริการ Sea Freight (ขนส่งสินค้าทางทะเล) ให้เป็นสัดส่วนรายได้ 90% จากปัจจุบัน 93% 2. กลุ่มธุรกิจบริการ Air Freight (ขนส่งสินค้าทางอากาศ) ให้มีสัดส่วนรายได้เป็น 5% จากปัจจุบัน 1% และ 3. กลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ ให้มีสัดส่วนรายได้เป็น 5% จากปัจจุบัน 6%
@เดินหน้าลงทุน
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ยังเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า หลังจาก SINO ได้เข้าลงทุน บริษัท เอ.เอส. โลจิสติคส์ จำกัด ซึ่งให้บริการ Air Freight Forwarder ไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมา จะส่งผลรายได้กลุ่มธุรกิจ Air Freight ขยายตัวเร็วคาดปี 2569 จะอยู่ที่ 200 ล้านบาท อีกทั้งคาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศปีรับแต่ 2568 ไปถึง 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของธุรกิจการบินและการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศซึ่งส่งผลดีต่อพื้นที่ระวางสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ตลอด 3-5 ปีจากนี้ กำหนดงบลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท เน้นขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติมทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยเฉพาะที่อินโดนีเซียบริษัทพบโอกาสจากปริมาณสินค้าที่ส่งจากอินโดนีเซียไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้นชัดเจน