โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลูกชาย “อองซานซูจี” หวั่นแม่เสียชีวิตแล้ว ถูกตัดขาดโลกภายนอก 2 ปี ไร้ข่าวคราว

Thaiger

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 15.33 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

ลูกชาย “อองซานซูจี” เปิดใจหวั่นแม่เสียชีวิตในคุก หลังถูกรัฐบาลทหารเมียนมา คุมขังและตัดขาดจากโลกภายนอก นานกว่า 2 ปี

นายคิม อริส บุตรชายของนางอองซานซูจี อดีตผู้นำเมียนมาและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อชะตากรรมของมารดาวัย 80 ปี โดยระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่มารดาของตนอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครได้รับข่าวคราวหรือได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมเลย แม้กระทั่งทีมกฎหมายส่วนตัวก็ถูกกีดกันไม่ให้พบหน้า

คิม อริส เปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศ ระหว่างการเดินทางไปรณรงค์เรียกร้องอิสรภาพให้มารดาที่ประเทศญี่ปุ่นว่า นางซูจีมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังรุมเร้าตามวัย ทั้งโรคหัวใจและอาการเจ็บป่วยอื่นๆ แต่กลับถูกคุมขังเดี่ยวในสภาพที่โหดร้ายและขาดการดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม เขาได้รับเพียงข้อมูลบอกเล่าที่กระจัดกระจายและไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ จึงเกรงว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดอาจเกิดขึ้นกับเธอแล้วภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร

คิม อาริส บุตรชายคนเล็กของออง ซาน ซู จี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยของเมียนมาร์ กล่าวในการแถลงข่าวที่สโมสรนักข่าวแห่งชาติญี่ปุ่น เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2025 ในกรุงโตเกียว (ภาพถ่ายโดย AP/Eugene Hoshiko)

นายอริส ยังได้วิพากษ์วิจารณ์แผนการจัดการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมา ที่จะมีขึ้นในปลายเดือนธันวาคมนี้ว่า เป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อสืบทอดอำนาจและขาดความชอบธรรม แต่เขาก็ยังหวังลึกๆ ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร อาจใช้โอกาสนี้ในการปล่อยตัวหรือย้ายมารดาของเขาไปกักบริเวณที่บ้านพัก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและลดแรงกดดันจากนานาชาติ

สำหรับสถานการณ์ของนางซูจี เธอถูกกองทัพเมียนมาควบคุมตัวทันทีหลังการรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และถูกตัดสินจำคุกรวม 33 ปี ในข้อหาต่างๆ ที่ถูกมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง แม้ในอดีตเธอจะเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเวทีโลกจากกรณีโรฮิงญา แต่อริสยืนยันว่ามารดาของเขาไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องให้ประชาคมโลกกลับมาให้ความสนใจชะตากรรมของเธอและประชาชนชาวเมียนมาอีกครั้ง

ที่มา: Independent

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...