“จีน” ยกระดับตอบโต้ “ญี่ปุ่น” ระงับนำเข้าอาหารทะเล-หยุดอนุมัติหนังใหม่
"จีน" ยกระดับตอบโต้ "ญี่ปุ่น" ระงับนำเข้าอาหารทะเล-หยุดอนุมัติหนังใหม่ หลังนายกฯกล่าวเชื่อมโยงวิกฤตไต้หวันกับบทบาทกองกำลังญี่ปุ่น
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.02 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนยกระดับมาตรการตอบโต้ญี่ปุ่นอีกครั้ง ด้วยการระงับการนำเข้าสินค้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น และหยุดการอนุมัติภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่องใหม่ เป็นสัญญาณล่าสุดที่สะท้อนว่าความขัดแย้งทางการทูตระหว่างสองประเทศยังห่างไกลจากการยุติ
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ญี่ปุ่นยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการกลับมาส่งออกอาหารทะเล ทำให้การระงับนำเข้ามีผลตามรายงานของสื่อญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจีนเพิ่งยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าในลักษณะเดียวกัน
เหมา หนิง เตือนว่าหากญี่ปุ่นยังไม่ถอนถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ เกี่ยวกับไต้หวัน ซึ่งทำให้จีนไม่พอใจ จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้ที่รุนแรง
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่ำแย่ลง หลังทาคาอิชิเป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกในรอบหลายทศวรรษที่เชื่อมโยงวิกฤตช่องแคบไต้หวันเข้ากับความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะส่งกองกำลังเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้ปักกิ่งตอบโต้ทันทีและเตือนว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมตามมา
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่าจีนยังระงับการหารือเกี่ยวกับการกลับมานำเข้าเนื้อวัวจากญี่ปุ่น นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลของจีนยังหยุดการอนุมัติภาพยนตร์ญี่ปุ่นใหม่ และสั่งระงับภาพยนตร์อีก 6 เรื่องที่ได้รับอนุมัติไปแล้วและมีกำหนดฉาย
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นหลังการประชุมเพื่อลดความตึงเครียดซึ่งดูเหมือนจะไม่คืบหน้าเลย หลิว จิ้นซง อธิบดีกรมกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า เขาไม่พอใจผลการเจรจากับมาซาอากิ คานาอิ นักการทูตอาวุโสของญี่ปุ่น เมื่อวันอังคาร
ฝั่งญี่ปุ่นระบุว่า คานาอิยืนยันเกี่ยวกับไต้หวันที่เหมือนเดิม และได้ประท้วงต่อคำกล่าวที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งของเซว เจี้ยน กงสุลใหญ่จีนประจำโอซาก้า ซึ่งเคยโพสต์ขู่ตัดคอทาคาอิชิในบนแพลตฟอร์ม X ก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าว คานาอิต้องการให้จีนดำเนินการทางวินัยอย่างเร่งด่วน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
การนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นของจีนลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี 2567 หลังจีนห้ามนำเข้า ต่อเมื่อจีนผ่อนคลายข้อห้ามส่วนใหญ่เมื่อต้นปีนี้ ปริมาณการนำเข้าจึงเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยตั้งแต่เดือนกันยายน แต่รวม 9 เดือนแรกของปี การนำเข้าปลา กุ้ง และอาหารทะเลจากญี่ปุ่นยังอยู่ที่เพียง 500,000 ดอลลาร์เท่านั้น ตามข้อมูลศุลกากรจีน
ข่าวการระงับนำเข้ารอบใหม่ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอาหารทะเลญี่ปุ่นร่วงลง โดย Kyokuyo Co. ลดลงถึง 2.7% และ Nissui Corp. ร่วง 3.1% ในทางตรงกันข้าม หุ้นบริษัทอาหารทะเลของจีนพุ่งขึ้น โดย Zhanjiang Guolian Aquatic Products Co. เพิ่มขึ้นกว่า 20% และ Dahu Health Industry Co. บวก 10%
จีนยังเตือนพลเมืองของตนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น ส่งผลให้บริษัทท่องเที่ยวของรัฐ 2 แห่งยกเลิกทัวร์ญี่ปุ่นที่จองไว้ล่วงหน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีกของญี่ปุ่นร่วงหนักก่อนจะฟื้นตัวบางส่วน
แหล่งข่าวระบุว่ารัฐวิสาหกิจจีนหลายแห่งได้ออกประกาศให้พนักงานหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่มบริษัทการลงทุน ธนาคาร และโบรกเกอร์
ทั้งนี้มีความกังวลว่าจีนอาจใช้นโยบายการค้ากดดันญี่ปุ่นอีกครั้ง เช่นเดียวกับในอดีตที่เคยกดดันญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในกรณีพิพาทอาณาเขตเมื่อกว่า 10 ปีก่อนที่จีนเคยระงับการส่งออกแร่หายาก
ประธานสภาการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น ทัตสึโอะ ยาซุนางะ กล่าวเมื่อวันพุธว่า “เราไม่สามารถมองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะขาดแคลนแร่หายากรอบใหม่ได้” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการที่เหมาะสม
ปฏิกิริยาจากหน่วยงานความมั่นคงของจีน
กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (MSS) โพสต์ข้อความระบุว่า ทาคาอิชิกำลังเล่นกับไฟ พร้อมขู่ผลลัพธ์ที่ไม่ระบุ หากเธอไม่ถอนถ้อยแถลง นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนพบคดีจารกรรมที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นหลายกรณี โดยยืนยันว่าจะปกป้องความมั่นคงของชาติ
ด้านโฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน จู้ เฟิงเหลียน ระบุว่า คำกล่าวของทาคาอิชิเป็นความพยายามรื้อฟื้นลัทธิทหารนิยมที่ละเมิดความยุติธรรมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นหยุดแทรกแซงกิจการภายในของจีนทันที
มุมมองนักวิเคราะห์
เจเรมี ชาน นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Eurasia Group และอดีตนักการทูตสหรัฐ กล่าวว่า “จีนกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่พร้อมปล่อยให้ความขัดแย้งนี้จบลง และยังย้ำข้อเรียกร้องสูงสุดคือให้ทาคาอิชิถอนถ้อยแถลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอทำไม่ได้ ทำให้ไม่มีทางลดความตึงเครียดได้ในเร็ว ๆ นี้”
ประเด็นทางสัญลักษณ์ยังถูกจับตา โดยสื่อจีนรายงานว่า ชุดสูทแบบจีนโบราณที่หลิว จิ้นซงใส่ มีลักษณะคล้ายชุดของนักศึกษาในขบวนการ 4 พฤษภาคม ปี 1919 ซึ่งต่อต้านอิทธิพลญี่ปุ่นและเรียกร้องการคว่ำบาตรสินค้า งานแต่งกายของเขาจึงถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง แม้ไม่ชัดเจนว่าจงใจหรือไม่
อ้างอิง : www.bloomberg.com