โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SSP ชูผลงานปี 69 แกร่ง รับรู้ LE02 เต็มปี-กำลังผลิตดัน

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 13.49 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 06.47 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - SSP มั่นผลงานปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง รับรู้รายได้โครงการ LEO 2 เต็มปี และกลับมาเดินเครื่องโครงการโรงไฟฟ้า SPN เต็มกำลัง พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตแตะ 385 เมกะวัตต์ (MW) ด้านแผนระยะยาวปักธงกำลังการผลิต มุ่งสู่ 1,000 MW ในปี 2575 ส่วนแนวโน้มผลงานไตรมาส 4/2568 คาดทำนิวไฮ

นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทมั่นใจว่ารายได้และกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง จากปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้โครงการ LEO 2 เต็มปี การที่โรงไฟฟ้า SPN กลับมาผลิตได้เต็มกำลังหลังการ Repowering รวมถึงการที่ปีหน้าจะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่เหมือนในปีนี้ ทำให้ภาพรวมการดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน

ปักธงปี 2573 (ค.ศ.2030) ดันกำลังผลิตแตะ 790 MW

บริษัทฯ เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว มุ่งสู่เป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้ง (Installed Capacity) 790 MW ภายในปี 2573 จากปัจจุบัน (ไตรมาส 3/2568) อยู่ที่ 343 MW โดยมีแผนการเติบโตอย่างชัดเจนในแต่ละปี ดังนี้

• ปี 2568 เพิ่มเป็น 365 MW จากการเข้ามาของโครงการ Leo 2 (ญี่ปุ่น)
• ปี 2569 ขยายสู่ 385 MW ด้วยโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน (Waste to Energy) 2 แห่งในไทย ได้แก่ Baan Song (Surat Thani) และ Muang Kong (Nakhon Ratchasima) ขนาดรวม 19.8 MW ซึ่งได้ลงนามซื้อขายไฟฟ้า หรือ PPA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
• ปี 2570: ก้าวกระโดดสู่ 660 MW ไฮไลท์สำคัญคือโครงการพลังงานลมขนาดใหญ่ "Bago" ในฟิลิปปินส์ ขนาด 150 MW และโครงการโซลาร์ฟาร์มในไต้หวัน (Xuejia 1) และไทย (NKH 1, SKN 2, 3)
• ปี 2571-2573 : ทยอยรับรู้โครงการโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์มในไทยและไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อาทิ RCB 1, Pingtung (Wind Farm), Betten 1-3 และ VLSK 1-2

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับแผนการขยายกำลังการผลิตสู่ 1,000 MW (1 GW) ภายในปี 2575 (ค.ศ.2032) ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนราว 25,000 ล้านบาท บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านการเงิน ดังนี้

• ออกหุ้นกู้ชุดใหม่: เสนอขายหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 600 ล้านบาท อายุ 2 ปี 4 เดือน ดอกเบี้ย 4.30% เปิดจองซื้อ 20-24 พ.ย. นี้ เพื่อล็อกต้นทุนดอกเบี้ยและรองรับการขยายงาน
• สถานะการเงินแกร่ง: D/E Ratio อยู่ที่ 2.23 เท่า (Net Interest Bearing Debt ต่อทุนเพียง 1.96 เท่า ต่ำกว่าเกณฑ์ Covenant ที่ 3 เท่า)

แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ จาก 3 แรงส่ง ได้แก่ Wind High Season หรือเข้าสู่ช่วงลมแรงที่สุดทั้งในไทยและเวียดนาม, LEO 2 รับรู้รายได้ทันที โดยโครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในญี่ปุ่น กำลังการผลิต 22 เมกะวัตต์ (MW) เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้วเมื่อ 4 พ.ย.2568 ด้วยค่าไฟสูงถึง 36 เยน/หน่วย คาดว่าจะช่วยดันกำไรได้ราว 10% ของฐานกำไรเดิม และ SPN Repowering เสร็จสิ้น หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพแผงโซลาร์ที่จังหวัดลพบุรีจะแล้วเสร็จ พร้อมกลับมาผลิตไฟได้เต็มประสิทธิภาพในปีหน้า

ส่วนผลกระทบค่าเงินเยน บริษัทประเมินว่า หากเงินเยนอ่อนค่าลงอีกประมาณ 10% จะกระทบต่อกำไรสุทธิเพียง 2–3% เท่านั้น เนื่องจากบริษัทใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงแบบ Natural Hedge ผ่านการกู้เงินเยนควบคู่กับการรับรายได้เงินเยน ทำให้ผลกระทบสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านนโยบายปันผล บริษัทยืนยันว่าจะยังคงอัตราการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ แม้ว่าบริษัทมีแผนลงทุนจำนวนมากในระยะข้างหน้า แต่ก็ยังมีเครื่องมือทางการเงินรองรับ เช่น Project Finance, Green Bond และการทำ Asset Monetization ซึ่งช่วยรักษาสภาพคล่องของบริษัทไว้ได้อย่างมั่นคง

ผลงาน 9 เดือน ลมพยุงพอร์ต สู้ Adder หมด-ซ่อมบำรุง

นางสาวลินดา เอนกรัชดาพร ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ชี้แจงถึงผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 2,269.4 ล้านบาท ลดลง 8.7% โดยมีปัจจัยกดดันหลักและปัจจัยบวกที่สำคัญ ดังนี้

• ปัจจัยกดดัน

o Adder หมดอายุ: โครงการ SPN (ลพบุรี 52 MW) หมดอายุ Adder (6.5 บาท) ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปราว 26.8% หรือประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี
o การปิดซ่อมบำรุง: โครงการวินด์ฟาร์มในเวียดนาม (TTTV) จำเป็นต้องปิดซ่อมบำรุงสายเคเบิลใต้ทะเลนาน 5 เดือนในช่วงต้นปี (ปัจจุบันกลับมาเดินเครื่องปกติแล้ว) รวมถึงการทำ Repowering ปรับปรุงประสิทธิภาพที่ SPN
o อัตราแลกเปลี่ยน: เงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับ ดอลลาร์สหรัฐฯ และ เยนญี่ปุ่น กระทบต่อการแปลงค่ารายได้จากต่างประเทศ

• ปัจจัยบวก (Hero):

o พลังงานลม (Wind Farm): เป็นพระเอกของปี รายได้เติบโตโดดเด่น 24.8% แตะ 884.4 ล้านบาท อานิสงส์จากการเข้าถือหุ้น 100% ในโครงการ "วินด์ชัย" ตั้งแต่มีนาคมปีก่อน เข้ามาช่วยดูดซับผลกระทบรายได้ที่หายไปได้ดีเยี่ยม
o Solar Rooftop: ขยายตัวต่อเนื่อง ติดตั้งเพิ่ม 4 โครงการในไทย ดันกำลังการผลิตรวมแตะ 49.49 MW

ด้าน บล.หยวนต้า ระบุว่า SSP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ที่ 112 ล้านบาท (พลิกเป็นกำไร QoQ และลดลง 2% YoY) หากหักรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 119 ล้านบาท (+231% QoQ, -16% YoY) ดีกว่าที่เราคาด 17% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าคาด

กำไรปกติของ SSP ฟื้นตัว QoQ หนุนจาก 1) ปัจจัยฤดูกาลของโครงการลมในไทยและเวียดนาม และค่าความเร็วลมที่สูงขึ้นเทียบกับปีก่อน 2) ค่าความเข้มแสงของโครงการแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นที่สูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล และ 3) ผลจากการทำ Repowering (การดำเนินการเปลี่ยนแผง Solar PV) ของโครงการ SPN เสร็จสิ้นแล้วบางส่วน ทำให้ปริมาณการจำหน่ายสูงขึ้นเป็น 19,597 MWh (+11% QoQ, +10% YoY) ขณะที่การลดลง YoY เป็นผลจากสัญญา Adder ของโครงการแสงอาทิตย์ SPN ที่หมดอายุในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

กำไรปกติงวด 9 เดือนของปี 2568 คิดเป็นสัดส่วน 64% ของกำไรทั้งปี จึงคงประมาณการกำไรปี 2568 ที่ 601 ล้านบาท (-27% YoY)

เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 4/2568 ที่ระดับ 220–240 ล้านบาท เติบโต QoQ ได้ต่อเนื่อง และคาดเป็นจุดสูงสุดของปี โดยได้แรงหนุนจาก 1) การเข้าสู่ช่วง High Season ของโครงการลมในไทยและเวียดนาม 2) การทำ Repowering เสร็จสิ้นทั้งโครงการ ส่งผลให้โครงการ SPN รับรู้รายได้ที่สูงขึ้น และ 3) การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Leo 2 (โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น) ขนาด 16MW หลังเริ่ม COD ในวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่คาดกำไรปกติยังคงลดลง YoY จากผลกระทบของสัญญา Adder ที่หมดอายุในเดือน ม.ค. 2568

หากมองไปปี 2569คาดกำไรปกติที่ 691 ล้านบาท (+15% YoY) สาเหตุหลักจาก 1) การรับรู้รายได้ของโครงการ SPN แบบเต็มปี หลังทำ Repowering เสร็จสิ้นในช่วง 4Q68 2) การรับรู้รายได้ของโครงการ Leo 2 แบบเต็มปีเป็นปีแรก และ 3) คาดไม่มีการปิดซ่อมสายส่งของโครงการลมในเวียดนามเหมือนช่วง 1H68

คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ที่ 4.80 บาท/หุ้น มี Upside 56.9% โดยราคาปัจจุบันซื้อขายบน PER26 เพียง 5.7 เท่า อีกทั้งเรามองว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดของรอบไปแล้วในช่วงไตรมาส 2/2568 และเริ่มเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัว จึงคงค่าแนะนำ “ซื้อ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...