จะซื้อกองทุนลดหย่อนฯ คิดแค่ “ภาษี” ไม่ได้! เปิด 3 เรื่องต้องรู้ อย่ามองแต่ผลตอบแทนย้อนหลัง
เข้าสู่โค้งสุดท้ายสำหรับเทศกาลลดหย่อนภาษีแล้ว นักลงทุนจำนวนมากกำลังมองหากองทุน Thai ESG และ RMF เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ ทว่าความท้าทายในปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเส้นตาย แต่คือการตัดสินใจท่ามกลางตัวเลือกกองทุนที่หลากหลายและซับซ้อน
ต้องบอกว่าการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี มันไม่ใช่แค่เรื่องของ "ภาษี" แต่คือ "อนาคต" ที่จำเป็นต้องวางแผนทางการเงินให้ดี และปัจจุบันกองทุนลดหย่อนภาษีมีออกมาให้เลือกเยอะมาก หลากหลายรูปแบบ ทำให้คำถามที่ยากที่สุดในทุกปีก็ยังคงเป็น “แล้วจะเลือกกองไหนดี”
ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เผยหลักการเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารจัดการภาษีและสร้างพอร์ตการลงทุนไปได้พร้อมกัน รวมถึงเปิดลิสต์กองทุนเด่นครอบคลุมทุกสไตล์การลงทุน
การลงทุนลดหย่อนภาษี ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ภาษี"
กฤช โคมิน, CFA. Head of Wealth Product & Investment Strategy บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กองทุนลดหย่อนภาษีมีออกมาให้เลือกเยอะมาก หลากหลายรูปแบบ ทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม กองทุนหุ้น ทั้งในและต่างประเทศ แต่คำถามที่ยากที่สุดในทุกปีก็ยังเหมือนเดิม นั่นคือ “แล้วจะเลือกกองไหนดี” หลายคนจะโฟกัสที่ผลตอบแทนย้อนหลังอันดับแรก ซึ่งไม่ผิด
แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ กองทุนนั้น “เหมาะกับเราไหม” ทั้งเรื่องความเสี่ยง ระยะเวลาที่ต้องถือ รวมไปถึงเป้าหมายทางการเงินของเราเอง
การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ควรมองเพียงแค่ประโยชน์ด้านภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินระยะยาวด้วย โดยเฉพาะกองทุน RMF ที่ออกแบบมาเพื่อการเกษียณ
จึงควรเลือกด้วยความรอบคอบและสอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของตนเอง รวมทั้งสำหรับนักลงทุนกลุ่ม High Net Worth ที่มีฐานภาษีในระดับสูง ในโค้งสุดท้ายปี 2568 นี้ สามารถวางแผนการลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดรวมกันถึง 8 แสนบาท ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการบริหารภาษีและสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาวไปพร้อมกัน
"ถึงแม้จะมีกองทุนให้เลือกมากมาย แต่ถ้าเราเข้าใจหลักการเลือกที่ถูกต้อง ก็จะสามารถตัดสินใจได้ไม่ยาก การเลือกกองทุนที่เหมาะสมจะช่วยให้นักลงทุนสามารถถือครองกองทุนได้ในระยะยาวโดยไม่กังวลจนเกินไป และยังเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีตามเป้าหมายที่วางไว้" กฤช กล่าว
3 หลักเกณฑ์ในการเลือกกองทุนลดหย่อนภาษี
สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญในการเลือกกองทุนลดหย่อนภาษี ได้สรุปไว้ 3 ประเด็นหลักที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ ดังนี้
1. ระดับความเสี่ยงที่รับได้
ผู้ลงทุนควรประเมินก่อนว่าตนเองสามารถรับความผันผวนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะกองทุนแต่ละประเภทมีลักษณะความเสี่ยงที่ต่างกัน
- หากรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างต่ำ กองทุนที่เน้นตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้คุณภาพดี หรือเงินฝาก จะเหมาะกว่า เนื่องจากมีความผันผวนไม่มาก และช่วยรักษาเงินต้นได้ดี
- แต่หากรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว การเลือกกองทุนที่เน้นตราสารทุน (หุ้น) หรือสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตสูงอาจตอบโจทย์กว่า แม้จะต้องแลกกับความผันผวนที่มากขึ้นก็ตาม
2. ระยะเวลาการลงทุนและเงื่อนไขด้านภาษี
กฤช อธิบายว่า กองทุนลดหย่อนภาษีมีเงื่อนไขการถือครองต่างกัน โดยกองทุน Thai ESG Fund ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน มีระยะเวลาการถือครองสั้นกว่า RMF เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อน
แต่ยังอยากคงความยืดหยุ่นทางการเงิน ส่วนกองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) ต้องถือครองจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนออมเพื่อการเกษียณอย่างจริงจัง
"จุดสำคัญคือ ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรมั่นใจว่าระยะเวลาการถือครองเหมาะกับเป้าหมายของเราจริง ๆ ไม่เช่นนั้นอาจติดเงื่อนไขและกระทบการวางแผนการเงินได้"
3. นโยบายการลงทุนของกองทุน
นโยบายการลงทุนสะท้อนว่ากองทุนเอาเงินเราไปลงทุนกับอะไร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาว่า กองทุนมีการเน้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด
ได้แก่ ตราสารหนี้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของเงินต้น ตราสารทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่มุ่งหวังโอกาสการเติบโตของเงินลงทุน และกองทุนผสมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างความมั่นคงและการเติบโต
เปิดลิสต์ 7 กองทุน ครอบคลุมทุกสไตล์การลงทุน
นอกจากนี้ บล.พาย ได้คัดเลือก 7 กองทุนที่มีศักยภาพมาครอบคลุมครบทั้งตราสารหนี้ กองผสม หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนกลุ่ม Thai ESG เพื่อเป็นตัวเลือกให้นักลงทุนใช้ลดหย่อนภาษี พร้อมเพิ่มโอกาสเติบโตของพอร์ตในระยะยาวตามสไตล์ความเสี่ยงของแต่ละคน ได้แก่
กองทุน Thai ESG
KKP GB THAI ESG หรือ กองทุนเปิดเคเคพี พันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน
ตัวเลือก Best in Class กองทุนตราสารหนี้ภาครัฐระยะยาวสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดหย่อนภาษี ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุน มีความเสี่ยงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่น จุดเด่นคือผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงสั้น ๆ อย่าง 1-3 เดือนอาจเห็นผันผวนบ้าง เพราะรับแรงกดดันจากทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่โดยรวมถือว่านิ่งกว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ
K-BL30-THAIESG หรือ กองทุนเปิดเค บาลานซ์ 30 ESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน
กองทุนผสม เน้นตราสารหนี้และมีกระจายการลงทุนในหุ้นไทย 30% มีความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างโอกาสเติบโตและการบริหารความผันผวนของพอร์ต ให้ผลลัพธ์ที่เสถียรกว่ากองทุนหุ้นล้วนในช่วงตลาดผันผวน และยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่ากองทุนตราสารหนี้ล้วนในระยะกลางถึงยาวในเชิงกลยุทธ์
SCBTP (ThaiESGA) หรือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นไทยยั่งยืนพาสซีฟ ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบสะสมมูลค่า
เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานธุรกิจมั่นคง และมีมาตรฐานด้าน ESG ที่ดี กองทุนมีลักษณะเป็น Equity Exposure มากกว่ากองทุนผสม ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น ขณะเดียวกันอาจจะก็ต้องแลกมากับความผันผวนที่สูงขึ้นในระยะสั้น
กองทุน RMF
K-FIRMF หรือ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ
กองทุนแกนหลักสำหรับพอร์ตเกษียณ ที่เน้นความมั่นคงระยะยาว เป็น RMF สายตราสารหนี้ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นฐานที่มั่นของพอร์ตลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ และอยากให้เงินเกษียณเติบโตไปแบบนิ่ง ๆ ลงทุนแบบกระจายตัวในตราสารหนี้คุณภาพดีภายในประเทศ ทั้งพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
UGISRMF หรือ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล อินคัม สตราทีจิค บอนด์ ฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ
ทางเลือก Income Fund ระดับโลก สำหรับสร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอในพอร์ตเกษียณ เน้นสร้างกระแสรายได้มั่นคงผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยส่งเงินไปบริหารต่อผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตราสารหนี้อันดับต้น ๆ ของโลก ช่วยเสริมเสถียรภาพให้พอร์ตโดยรวม กระจายความเสี่ยงออกนอกตลาดไทย และเน้นสร้างรายได้สม่ำเสมอ
ES-GQGRMF หรือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Quality Growth เพื่อการเลี้ยงชีพ
Global Quality RMF สำหรับการสร้างการเติบโตระยะยาวของพอร์ตเกษียณ เน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงจากทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก Wellington Global Quality Growth หนึ่งในทีมบริหารสินทรัพย์ชื่อดังที่มีประสบการณ์ยาวนาน และยังได้รับเรตติ้งระดับ 5 ดาวจาก Morningstar คัดหุ้นแบบละเอียดทีละตัว เน้นบริษัทที่มีความแข็งแรงจริง ๆ ทั้งในเรื่องกำไรที่เติบโตดี และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในอนาคต
KFGGRMF หรือ กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลโกรทเพื่อการเลี้ยงชีพ
Global Growth RMF สำหรับการสร้างการเติบโตระยะยาวของพอร์ตเกษียณ กองทุน RMF ระดับ Morningstar 5 ดาว สายหุ้นต่างประเทศที่เน้นลงทุนในบริษัทระดับโลกที่เป็นผู้ชนะระยะยาวมีศักยภาพเติบโตสูง เช่น กลุ่มเทคโนโลยีใหม่ สุขภาพ นวัตกรรม และธุรกิจที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในระยะยาว โดยส่งต่อการบริหารจากกองทุน Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund หนึ่งในผู้จัดการกองทุนระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องการคัดเลือกหุ้นเติบโตคุณภาพดี
กฤช แนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้ลงทุนควรเริ่มวางแผนภาษีและทยอยซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่ารอจนถึงวันสุดท้ายของปีแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะหากลงทุนไม่ทัน อาจพลาดโอกาสรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีนี้ไปได้ โดยสามารถซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF และ Thai ESG ได้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จะซื้อกองทุนลดหย่อนฯ คิดแค่ “ภาษี” ไม่ได้! เปิด 3 เรื่องต้องรู้ อย่ามองแต่ผลตอบแทนย้อนหลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ครม.เศรษฐกิจ ถกเดินหน้าคนละครึ่งพลัส ผุดเที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
- เริ่มปี 69 บริจาคเงินวัดต้องผ่าน e-Donation “จุลพันธ์” จี้ 4,000 วัดลงทะเบียนกรมสรรพากร
- กองทุนลดหย่อนภาษี รอซื้อวันสุดท้ายอาจไม่คุ้ม! เปิดทริกลงทุนยังไงลุ้น 2 เด้งทั้ง “กำไร-สิทธิภาษี”
- ครม.เศรษฐกิจ ชงมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี เที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ลดหย่อนภาษี
- TOP 10 กองทุนลดหย่อนภาษีพุ่งสูงสุด 1 ปี เริ่ม DCA วันนี้ได้ทั้ง “ลดหย่อน” ลุ้น “กำไร”
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath