โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชรถ ราชยาน : จริงหรือที่ราชรถต้องไม่ซ่อมเตรียมไว้ ประตูโรงเก็บต้องไม่เปิด ทางนำออกสู่ถนนต้องไม่สร้างถาวร

Sarakadee Lite

อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 19.30 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

ย้อนกลับไปในการเตรียมพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ใน พ.ศ.2560 หนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการนำ ราชรถ ราชยาน ซึ่งเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ภายใน โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาบูรณะและตกแต่งให้สง่างามสมพระเกียรติสำหรับใช้ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ แต่การที่จะนำ ราชรถ ราชยาน ออกไปนั้นต้องทำถนนลาดยางชั่วคราวจากหน้า โรงราชรถ ไปถึงกำแพงของพิพิธภัณฑสถานและทุบกำแพงบางส่วนเพื่อนำ ราชรถ ราชยาน ออกสู่ถนนหน้าพระธาตุ

ราชรถ ราชยาน ภายในโรงราชรถ
พระมหาพิชัยราชรถ

ครั้นเมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีและนำ ราชรถ ราชยาน มาเก็บรักษาไว้ที่โรงราชรถตามเดิม ทางลาดยางได้ถูกรื้อถอนและก่ออิฐก่อสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่ ประเด็นนี้จึงเกิดความเชื่อว่าที่ด้านหน้าโรงราชรถไม่ทำถนนถาวรและเมื่อจะใช้งานแต่ละครั้งต้องก่อทางลาดยางใหม่และทุบกำแพงพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นเคล็ดไม่ให้ต้องนำราชรถออกไปใช้ในงานอวมงคลอีก

ยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไขความจริงในประเด็นนี้ว่า “ความจริงแล้วจากแผนผังของพิพิธภัณฑ์ในสมัยรัชกาลที่ 7 ปรากฏอย่างชัดเจนว่ามีถนนและประตูสำหรับอัญเชิญราชรถออก อย่างไรก็ดีในสมัยรัชกาลที่ 9 การอัญเชิญราชรถออกการถวายพระเพลิงพระบรมศพหรือพระราชทานเพลิงพระศพพระบรมวงศ์ชั้นสูงนั้นมีเพียง 6 ครั้ง คือ พระบรมศพรัชกาลที่ 8 ในปี 2493 สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าในปี 2499 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีในปี 2528 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในปี 2539 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ในปี 2551 และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาในปี 2555 ดังนั้นจาก พ.ศ. 2499 ถึง พ.ศ. 2528 จะเห็นว่าการพระราชพิธีห่างกันเกือบ 30 ปี พื้นที่ด้านหน้าโรงราชรถจึงถูกปรับใช้สำหรับงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ หรือการแสดงสังคีตศาลา ดังนั้นถนนและประตูจึงหายไปจนก่อให้เกิดวาทกรรมดังที่กล่าวมา”

ยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ส่วนประตูโรงราชรถบานใหญ่สูงจดหลังคา ปกติจะไม่เปิด เพราะหากมีการเปิดอาจสร้างนัยให้คนทั่วไปตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นและอาจจะมองเป็นเรื่องที่ไม่ดี “ราชรถ ราชยาน จะไม่มีการนำไปซ่อมเตรียมไว้ เพราะจะเป็นลางไม่ดี ส่วนประตูโรงราชรถมีขั้นตอนการเปิดหลายอย่าง เช่น ตรงประตูมีท่อดับเพลิงขวางอยู่ต้องถอดออกก่อน และทางขวามีตัวกว้านไขและหมุนทำให้ประตูยกขึ้น และมีธรณีประตูกันน้ำเวลาฝนตก เมื่อจะนำราชรถออกต้องทุบธรณีประตูที่ทำจากปูนออก” ยุทธนาวรากร กล่าวเสริม

ประตูโรงราชรถทุกบานจะเปิดในช่วงเตรียมงานพระราชพิธีพระบรมศพ / พระศพ (ภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)

อย่างไรก็ตามประตูโรงราชรถจะต้องถูกเปิดอีกครั้ง พร้อมกับบริเวณด้านหน้าของโรงราชรถจะต้องมีการทำถนนลาดยางและทุบกำแพงเพื่อเชิญ ราชรถ ราชยาน ไปบูรณะและตกแต่งให้สวยงามสมพระเกียรติสำหรับการเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ประตูโรงราชรถถูกเปิดอีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ยุทธนาวรากร ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในอดีตโรงราชรถอยู่ในความดูแลของกรมพระตำรวจและตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เพราะเป็นเส้นทางขบวนแห่ไปยังท้องสนามหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศ แต่หลังจากที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลองค์สุดท้ายคือ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ หรือวังหน้าในรัชกาลที่ 5 ทิวงคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศยกเลิกตำแหน่ง “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” เมื่อ พ.ศ.2428 และโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาตำแหน่ง “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นแทนและสืบมาตราบจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เช่น เขตพระราชฐานชั้นกลางให้จัดเป็น “พิพิธภัณฑสถาน” ที่ย้ายมาจาก “มิวเซียมหลวง” ในพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งในสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานหมู่พระที่นั่งอื่นๆ ในวังหน้าจัดตั้งเป็น “พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร” เมื่อ พ.ศ.2469 และเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ในเวลาต่อมา

ของที่จัดแสดงอยู่ในโรงราชรถ
ราชรถ ราชยาน

“ในปี 2430 รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายหอมิวเซียมหลวงในพระบรมมหาราชวังมาจัดแสดงที่วังหน้า และมีบันทึกของชาวต่างชาติที่เคยมาเยี่ยมชมว่ามีอาคารที่เก็บรักษาราชรถที่นี่ด้วย ดังนั้นราชรถเคยถูกเคลื่อนย้ายมาที่วังหน้าและมีการสร้างโรงราชรถประมาณปี 2440 กว่า แต่ไม่ใช่ตำแหน่งที่เห็นในปัจจุบัน จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 จึงมีการสร้างโรงราชรถหลังใหม่ในปี 2472 ในบริเวณที่ตั้งปัจจุบัน แต่จะยื่นไปด้านหน้าใกล้ถนนมากกว่า”

ปัจจุบันโรงราชรถเก็บรักษาและจัดแสดงราชรถ 5 องค์ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 1 โดยมี พระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชรถที่มีความสำคัญสูงสุดในการใช้ประดิษฐานพระบรมโกศพระมหากษัตริย์และพระโกศพระบรมวงศานุวงศ์ที่ได้รับพระราชทานเศวตฉัตร 7ชั้น รวมไปถึง เวชยันตราชรถ ที่ใช้เป็นราชรถสำรองหากพระมหาพิชัยราชรถชำรุด หรือสำหรับทรงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระอิสริยยศรองลงมา และ ราชรถน้อย อีก 3 องค์ที่ใช้เป็นรถพระนำสวดพระอภิธรรม รถโปรยข้าวตอกดอกไม้ และรถโยงพระภูษา

เวชยันตราชรถ

นอกจากนี้ยังมีราชยานที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 2 เช่น พระยานมาศสามลำคาน และ เกรินบันไดนาค ที่เป็นอุปกรณ์เชิญพระบรมโกศขึ้นและลงจากพระมหาพิชัยราชรถ รวมไปถึงเครื่องประกอบในการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพ เช่น พระโกศจันทน์ ทรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า และที่สำคัญคือ พระจิตกาธาน (เชิงตะกอนหรือฐานที่ทำขึ้นสำหรับเผาศพ) พระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ ฉากบังเพลิง เทวดานั่งและยืนประกอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 เมื่อพ.ศ.2560 และราชรถปืนใหญ่ ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่เพื่อเชิญพระบรมโกศเวียนอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ 3 รอบ ก่อนขึ้นสู่พระเมรุมาศในพระราชพิธีครั้งนั้น

ของที่จัดแสดงอยู่ในโรงราชรถ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้ประกาศปิดให้บริการเข้าชมโรงราชรถตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไปจนกว่าการพระราชพิธีจะแล้วเสร็จ Sarakadee Lite จึงขอนำ ราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบในการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพที่สำคัญบางส่วนมาให้ชมกัน

ราชรถ ราชยาน ที่จัดแสดงในโรงราชรถ

พระมหาพิชัยราชรถ

ยุทธนาวรากร กล่าวว่า รูปแบบของราชรถทั้ง 5 องค์ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 และเก็บรักษาใน โรงราชรถ เป็นราชรถทรงบุษบกทั้งหมดที่สร้างตามรูปแบบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีรูปทรงคล้ายกับเรือโดยมีการตีความว่าเปรียบเสมือนพาหนะที่นำพาไปสู่อีกภพภูมิหนึ่งหรือสวรรค์

พระมหาพิชัยราชรถตกแต่งด้วยลายดอกไม้ร่วง

พระมหาพิชัยราชรถ เป็นราชรถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโดยมีขนาดกว้าง 4.85 เมตร ความยาวรวมงอนรถ 18 เมตร สูง 11.20 เมตร น้ำหนัก 13.70 ตัน ทำด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจกตกแต่งด้วยชั้นเกรินประดับกระหนกเศียรนาค กระหนกท้ายเกริน และรูปเทพนมโดยรอบ มีการใช้งานครั้งแรกเพื่ออัญเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) ออกพระเมรุเมื่อ พ.ศ.2339 ต่อมาใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระมหากษัตริย์และพระโกศพระบรมวงศ์จนถึงปัจจุบัน และครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2560 ในการอัญเชิญพระบรมโกศรัชกาลที่ 9

พระมหาพิชัยราชรถประดับตกแต่งด้วยเศียรนาค

“ในการประดับตกแต่งด้วยเศียรนาคมีการตีความว่าเปรียบดั่งสะพานสายรุ้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จึงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างโลกมนุษย์และโลกสวรรค์ ด้านล่างของพระมหาพิชัยราชรถตกแต่งด้วยลายดอกไม้ร่วงคือดอกไม้ที่ร่วงจากสวรรค์จึงตีความว่าราชรถนี้เหาะอยู่บนท้องฟ้า เป็นราชรถของพระอินทร์ที่มีม้าเทียมเหาะไปในอากาศ นอกจากนี้จำนวนพลชักลากมีหลักฐานว่าในงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใช้กำลังพลฉุดชัก 100 คน แต่ในงานพระบรมศพรัชกาลที่ 9 มีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยใช้พลชักลากข้างหน้ามี 4 สายสายละ 43 คน ด้านหลังมี 2 สายสายละ 22 คน รวมทั้งหมด 216 คน ซึ่งหมายถึงการถวายพระเกียรติยศขั้นสูงสุด”

ธงงอนรูปครุฑสร้างขึ้นใหม่ในงานพระบรมศพของรัชกาลที่ 9

พระมหาพิชัยราชรถ มีการปรับปรุงระบบล้อและเพลาโดยวิศวกรชาวต่างชาติในสมัยรัชกาลที่ 6 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ใน พ.ศ. 2539 โดยมีการเสริมโครงสร้างไม้และลวดลายในส่วนที่ชำรุด ปิดทองในส่วนที่ชำรุด ประดับกระจกใหม่ จัดสร้างฉัตร ธงงอนราชรถ และผ้าวิสูตรใหม่ และในงานพระบรมศพของรัชกาลที่ 9 มีการเปลี่ยนเสาบุษบกใหม่ทั้งหมด

เวชยันตราชรถ

เวชยันตราชรถมีขนาดใกล้เคียงกับพระมหาพิชัยราชรถโดยมีขนาดกว้าง 4.90 เมตร ยาว 17.50 เมตร สูง 11.70 เมตร และหนัก 12.25 ตัน เพื่อใช้เป็นราชรถสำรอง หรือใช้เป็นราชรถสำหรับทรงพระศพพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระอิสริยศักดิ์รองลงมา และมีการใช้งานครั้งแรกในการอัญเชิญพระโกศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ใน พ.ศ.2343

“ในสมัยโบราณถนนบางส่วนเป็นดินอาจมีเหตุทำให้ตัวรถติดหล่มได้ ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างราชรถเพื่อสำรองเหตุไว้ และมีเกร็ดเพิ่มเติมว่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 เป็นต้นมาจนถึงปี 2530 โดยประมาณ พระมหาพิชัยราชรถชำรุดไม่สามารถใช้การได้ การอัญเชิญพระบรมศพรัชกาลที่ 8 (ปี 2493) พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (ปี 2499) และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี (ปี 2528) ทััง 3 งานจึงใช้เวชยันตราชรถแทน แต่ในหมายสั่งให้เรียกว่าพระมหาพิชัยราชรถ และหลังจากนั้นใช้พระมหาพิชัยราชรถมาโดยตลอด” ยุทธนาวรากรกล่าว

ราชรถน้อย

ราชรถน้อยทั้ง 3 องค์มีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบกและขนาดเล็กกว่าพระมหาพิชัยราชรถและเวชยันตราชรถ องค์แรกใช้เป็น “รถพระนำ” อ่านพระอภิธรรมนำขบวน องค์ที่ 2 เรียกอย่างย่อว่า “รถโยง” สำหรับโยงพระภูษาโยงจากพระบรมโกศที่ประดิษฐานอยู่บนพระมหาพิชัยราชรถ องค์สุดท้ายสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ผู้เยาว์ประทับเพื่อทรงโปรยทานพระราชทานแก่ประชาชนที่มาเฝ้ากราบพระบรมศพตามทางสู่พระเมรุมาศจึงเรียกอย่างย่อว่า “รถโปรย” แต่ในปัจจุบันใช้เพียงรถพระนำ เช่นในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 มีสมเด็จพระราชาคณะนั่งบนราชรถน้อยนำหน้าพระมหาพิชัยราชรถเพื่อเคลื่อนขบวนสู่พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง

“ราชรถน้อยทั้ง 3 องค์ มีขนาดต่างกัน คือ มีองค์ใหญ่และองค์ขนาดใกล้เคียงอีก 2 องค์ ในแต่ละคราวมีการใช้ราชรถที่แตกต่างกันไป เนื่องจากระยะเวลาในการบูรณะมีจำกัดจะใช้ทุกองค์พร้อมกันคงจะเป็นไปได้ยากจึงพยายามหมุนเวียนใช้ โดยปกติมักใช้องค์ใหญ่เป็นรถภูษาโยงเนื่องจากมีขนาดสูงรองจากพระมหาพิชัยราชรถ แต่ในบางกรณีถ้าพระสงฆ์อ่านพระอภิธรรมเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า คือเป็นพระสังฆราชที่เป็นพระบรมวงศ์ก็จะใช้ราชรถน้อยองค์ใหญ่เป็นรถพระนำ ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแต่ละโอกาส”

โรงราชรถ

พระยานมาศสามลำคาน

นอกจากราชรถ 5 องค์ทรงบุษบกที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้ว โรงราชรถยังเก็บรักษาและจัดแสดงราชยานที่ใช้ในริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมโกศอีกด้วย เช่น พระยานมาศสามลำคาน ที่เป็นราชยานทำด้วยไม้จำหลักลวดลาย ลงรักปิดทอง และสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยมีการใช้งานครั้งแรกเพื่ออัญเชิญพระบรมโกศของรัชกาลที่ 1 จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถซึ่งจอดเทียบรออยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) และใช้อัญเชิญพระบรมโกศจากพระมหาพิชัยราชรถเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวงอีกครั้งหนึ่ง

โรงราชรถ

เกรินบันไดนาค

เกรินบันไดนาคใช้เชื่อมต่อจากพระยานมาศสามลำคานในการอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นหรือลงจากพระมหาพิชัยราชรถแทนการใช้นั่งร้านไม้ต่อยกสูงแบบสมัยโบราณที่ต้องใช้กำลังคนยกขึ้นลงจนเกิดความยากลำบาก อุปกรณ์นี้ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยสมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (จุ้ย) และใช้ครั้งแรกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2355

เกรินมีลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม ขอบฐานแกะสลักลาย ปิดทองประดับกระจก ท้ายเกรินมีลักษณะคล้ายท้ายสำเภา เป็นพื้นลดระดับลงมาซึ่งเป็นที่สำหรับเจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งประคองพระบรมโกศ ด้านข้างบุผ้าตาดทอง มีราวทั้งสองข้างตกแต่งเป็นรูปพญานาค จึงเรียกว่าเกรินบันไดนาค

โรงราชรถ

ราชรถปืนใหญ่

ราชรถปืนใหญ่ที่เก็บรักษาและจัดแสดงในโรงราชรถเป็นองค์ใหม่ที่รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่ชำรุดเพื่ออัญเชิญพระบรมโกศของรัชกาลที่ 9 โดยถอดแบบจากราชรถปืนใหญ่ที่ทรงพระบรมโกศรัชกาลที่ 8

“ราชรถปืนใหญ่ใช้อัญเชิญพระบรมโกศ/พระโกศ เจ้านายที่มียศทางทหารในการเวียนรอบพระเมรุมาศ/พระเมรุ แทนการใช้พระยานมาศสามลำคาน ขนบธรรมเนียมนี้เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 และมีการสร้างราชรถปืนใหญ่ขึ้นมาหลายองค์อ้างอิงจากภาพถ่ายเก่า ด้านท้ายของหมู่พระวิมานในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีราชรถปืนใหญ่เก็บรักษาอยู่องค์หนึ่งที่สร้างขึ้นในงานพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ”

ราชรถปืนใหญ่ใช้ครั้งแรกในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เมื่อ พ.ศ.2459 และเคยใช้ทรงพระบรมโกศพระมหากษัตริย์ 3 ครั้ง คือ งานพระบรมศพรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2469 งานพระบรมศพรัชกาลที่ 8 เมื่อ พ.ศ.2493 และงานพระบรมศพรัชกาลที่ 9 เมื่อพ.ศ.2560

อ้างอิง

  • “คู่มือสื่อมวลชน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” โดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เผยแพร่ครั้งแรกเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560
  • “ราชรถ ราชยาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” โดยกรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2559

The post ราชรถ ราชยาน : จริงหรือที่ราชรถต้องไม่ซ่อมเตรียมไว้ ประตูโรงเก็บต้องไม่เปิด ทางนำออกสู่ถนนต้องไม่สร้างถาวร appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...