รู้แต่ไม่อิน! ยสตน. เท่านั้น! เทรนด์ไม่ใส่ถุงยางของวัยรุ่นยุค OnlyFans ที่หมอเตือนว่าเสี่ยงติดเชื้อ HIV และสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ในยุคที่เรื่องเพศเปิดกว้างกว่าที่เคย จากการรักเพศใดๆ การใช้ของเล่นทางเพศ ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์แบบเปิด (open relationship หรือสวิงกิ้ง) ทุกอย่างดูอิสระเสรีที่เราเห็นผ่านคอนเทนต์ของเหล่า Sex Creator ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ผิดตราบใดที่มีความยินยอมพร้อมใจ และอยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าใครเป็นสายฟรีเซ็กซ์ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอันดับหนึ่งคือ safe sex ไม่ว่าจะการป้องกันโรคด้วยถุงยาง การตรวจสุขภาพตัวเองและคู่นอนเป็นประจำ การใช้ยาต้านไวรัส
เพราะในตอนนี้ในปี 2568 คนไทยมียอดผู้ติดเชื้อ HIV พุ่งสูงเกินกว่าครึ่งล้าน และ รศ.นพ.อติวุทธ กมุทมาศ แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ทางเพศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) และเจ้าของเพจ ‘เรื่องเล่าพี่หมอเอ้’ ได้กล่าวว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและ LGBTQ+ “เข้าใจเรื่องเอชไอวีดีขึ้น” แต่ขาดแรงจูงใจในการป้องกัน
คลิปที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงพื้นที่พูดคุยเรื่องเพศอย่างไม่ต้องอาย กลับสะท้อนเทรนด์ใหม่ของคนรุ่นนี้ว่า ‘การมีเซ็กซ์แบบไม่ใส่ถุงยาง’ กลายเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือแม้แต่ ‘เทรนด์’ ที่ทำให้ดูเร้าใจแต่ไม่ปลอดภัย ทำให้ผลลัพธ์เริ่มย้อนกลับมาในรูปของตัวเลขโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล
รศ.นพ.อติวุทธ ยังกล่าวว่า “วัยรุ่นไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มไม่ใช้ถุงยางมากขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะคอนเทนต์แนว OnlyFans ที่ทำให้การไม่ใส่ถุงยางถูกมองว่าเป็น ‘แฟชั่น’ หรือ ‘ธรรมชาติ’ ทั้งที่ในความจริง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมาก”
เขาเสริมว่า “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่ HIV” แต่ยังมีซิฟิลิส หนองใน และโรคอื่นๆ ที่น่ากลัวไม่แพ้กัน การป้องกันด้วย เพร็พ (PrEP, pre-exposure prophylaxis) และ ถุงยางอนามัย จึงเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของสุขภาพทางเพศที่ปลอดภัย
ขณะที่ในโลกออนไลน์เรื่องเพศเปิดกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อน โลกจริงกลับยังเต็มไปด้วยกำแพงทางวัฒนธรรม ครอบครัวที่ไม่กล้าพูด โรงเรียนที่ยังสอนเพศศึกษาแบบเชิงศีลธรรม และวัยรุ่นที่ต้องเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตหรือเพื่อนมากกว่าแพทย์
หลายคนรู้ว่าควรใส่ถุงยาง แต่ในสถานการณ์จริงกลับไม่กล้าขอ เพราะกลัวเสียอารมณ์ กลัวอีกฝ่ายไม่พอใจ หรือกลัวถูกมองว่า ‘ไม่ไว้ใจ’ นั่นทำให้ ‘ความรู้’ ไม่ได้เปลี่ยนเป็น ‘พฤติกรรมจริง’
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในไทยกว่า 40% อยู่ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี และเกือบครึ่งหนึ่งเป็น ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ตัวเลขที่สะท้อนว่าความเสี่ยงกำลังขยับเข้ามาในวัยที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ
ในคอมมูนิตี้สวิงกิ้งออนไลน์บนแพลตฟอร์ม X ที่มีผู้ติดตามกว่าสองพันคน มีการตั้งหัวข้อพูดคุยเรื่อง ‘ยสตน’ (เย สด แตก ใน) เสียงส่วนใหญ่สะท้อนความตระหนักแบบสองขั้ว บางคนมองว่า “สดก็ดีทุกอย่าง เสียวสุด ฟินสุด” แต่หลายคนก็ออกมาเตือนว่า “เสียวแป๊บเดียว แต่โรคอยู่กับเรานาน ถุงยางทุกครั้งปลอดภัยที่สุด”
หนึ่งในคอมเมนต์บอกว่า
“ผมคิดว่าการใส่ถุงมีข้อดีเยอะกว่า ปลอดภัยจากโรค ป้องกันท้อง ถึงจะเสียวไม่สุด แต่ก็เสร็จด้วยกันได้เหมือนกันครับ”
หรืออีกเสียงหนึ่งบอกว่า
“ต้องไปตรวจกันก่อน ถ้าไม่ตรวจก็ต้องใส่ถุงเท่านั้น”
ในขณะที่ฝั่งแพทย์เองก็ยังต้องทำงานหนักกับการสื่อสารโรคใหม่ๆ ที่คนมองข้าม โดยภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์เจ้าของเพจ หมอแล็บแพนด้า ได้โพสต์ถึงอย่าง ทริโคโมแนส วาจินาลิส (Trichomonas vaginalis) ปรสิตในอวัยวะเพศหญิงที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 150 ล้านคนต่อปีทั่วโลก แม้จะรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่เมื่อเกิดแผลแล้วจะเปิดช่องให้เชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย
รศ.นพ.อติวุทธ ทิ้งท้ายว่า เดือนแห่งการตระหนักรู้เรื่อง HIV ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนกลับมาทบทวนตนเอง ตรวจเลือดเป็นประจำ และใช้การป้องกันอย่างครบถ้วน
แต่ในเชิงสังคม สิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่กันคือ การทำให้ถุงยางอนามัยเป็นเทรนด์ที่น่าทำตามแบบไม่อายและปลอดภัย การสอนเพศศึกษาที่ลึกซึ้งและรอบด้านว่าการติดโรคทางเพศเกิดได้จากหลายปัจจัย และแนะแนวหน่วยงานหรือสถานพยาบาลในการรับยาเพร็บ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และที่สำคัญที่สุด การพูดเรื่องเพศในครอบครัวอย่างไม่ต้องอาย และการสื่อสารที่ตรงไปตรงมากับคู่นอนหรือกลุ่มนอนอย่างชัดเจน
เพราะการมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย ไม่ได้หมายถึงการจำกัดเสรีภาพทางเพศ แต่คือการมีเสรีภาพที่มาพร้อมความรับผิดชอบ ทั้งต่อตัวเองและคนที่เรารัก เซ็กซ์ของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เพียงทำให้ 'การป้องกัน' กลายเป็นเรื่องธรรมดาเท่านั้น ที่จะทำให้เสรีภาพทางเพศเดินคู่กับสุขภาพได้จริง
อ้างอิง
https://mirrorthailand.com/movinon/socialissues/102482
https://www.thebetter.co.th/news/news/37232
https://www.thairath.co.th/news/crime/2892892
https://www.facebook.com/facebookdoctoraestory
https://www.facebook.com/MTlikesara
บทความต้นฉบับได้ที่ : รู้แต่ไม่อิน! ยสตน. เท่านั้น! เทรนด์ไม่ใส่ถุงยางของวัยรุ่นยุค OnlyFans ที่หมอเตือนว่าเสี่ยงติดเชื้อ HIV และสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ช่วยปักชื่อประเทศไทยบนแผนที่โลกยุคหลังสงคราม ด้วยความงามของ ‘ผ้าไทย’ ในการตัดเย็บแบบกูตูริเยร์
- รู้แต่ไม่อิน! ยสตน. เท่านั้น! เทรนด์ไม่ใส่ถุงยางของวัยรุ่นยุค OnlyFans ที่หมอเตือนว่าเสี่ยงติดเชื้อ HIV และสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- MIRROR50 : มารีญา พูลเลิศลาภ จาก Siam Sun กับตำแหน่ง CEO ที่มีแพสชันในการสร้าง Impact และปลดล็อกวิกฤติสิ่งแวดล้อมด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com