โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้แต่ไม่อิน! ยสตน. เท่านั้น! เทรนด์ไม่ใส่ถุงยางของวัยรุ่นยุค OnlyFans ที่หมอเตือนว่าเสี่ยงติดเชื้อ HIV และสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Mirror Thailand

อัพเดต 09 พ.ย. 2568 เวลา 04.17 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2568 เวลา 04.17 น.
ภาพไฮไลต์

ในยุคที่เรื่องเพศเปิดกว้างกว่าที่เคย จากการรักเพศใดๆ การใช้ของเล่นทางเพศ ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์แบบเปิด (open relationship หรือสวิงกิ้ง) ทุกอย่างดูอิสระเสรีที่เราเห็นผ่านคอนเทนต์ของเหล่า Sex Creator ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ผิดตราบใดที่มีความยินยอมพร้อมใจ และอยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าใครเป็นสายฟรีเซ็กซ์ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญอันดับหนึ่งคือ safe sex ไม่ว่าจะการป้องกันโรคด้วยถุงยาง การตรวจสุขภาพตัวเองและคู่นอนเป็นประจำ การใช้ยาต้านไวรัส

เพราะในตอนนี้ในปี 2568 คนไทยมียอดผู้ติดเชื้อ HIV พุ่งสูงเกินกว่าครึ่งล้าน และ รศ.นพ.อติวุทธ กมุทมาศ แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ทางเพศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) และเจ้าของเพจ ‘เรื่องเล่าพี่หมอเอ้’ ได้กล่าวว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและ LGBTQ+ “เข้าใจเรื่องเอชไอวีดีขึ้น” แต่ขาดแรงจูงใจในการป้องกัน

คลิปที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงพื้นที่พูดคุยเรื่องเพศอย่างไม่ต้องอาย กลับสะท้อนเทรนด์ใหม่ของคนรุ่นนี้ว่า ‘การมีเซ็กซ์แบบไม่ใส่ถุงยาง’ กลายเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือแม้แต่ ‘เทรนด์’ ที่ทำให้ดูเร้าใจแต่ไม่ปลอดภัย ทำให้ผลลัพธ์เริ่มย้อนกลับมาในรูปของตัวเลขโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล

รศ.นพ.อติวุทธ ยังกล่าวว่า “วัยรุ่นไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มไม่ใช้ถุงยางมากขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้ แต่เพราะอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะคอนเทนต์แนว OnlyFans ที่ทำให้การไม่ใส่ถุงยางถูกมองว่าเป็น ‘แฟชั่น’ หรือ ‘ธรรมชาติ’ ทั้งที่ในความจริง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

เขาเสริมว่า “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่ HIV” แต่ยังมีซิฟิลิส หนองใน และโรคอื่นๆ ที่น่ากลัวไม่แพ้กัน การป้องกันด้วย เพร็พ (PrEP, pre-exposure prophylaxis) และ ถุงยางอนามัย จึงเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของสุขภาพทางเพศที่ปลอดภัย

ขณะที่ในโลกออนไลน์เรื่องเพศเปิดกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อน โลกจริงกลับยังเต็มไปด้วยกำแพงทางวัฒนธรรม ครอบครัวที่ไม่กล้าพูด โรงเรียนที่ยังสอนเพศศึกษาแบบเชิงศีลธรรม และวัยรุ่นที่ต้องเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตหรือเพื่อนมากกว่าแพทย์

หลายคนรู้ว่าควรใส่ถุงยาง แต่ในสถานการณ์จริงกลับไม่กล้าขอ เพราะกลัวเสียอารมณ์ กลัวอีกฝ่ายไม่พอใจ หรือกลัวถูกมองว่า ‘ไม่ไว้ใจ’ นั่นทำให้ ‘ความรู้’ ไม่ได้เปลี่ยนเป็น ‘พฤติกรรมจริง’

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในไทยกว่า 40% อยู่ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี และเกือบครึ่งหนึ่งเป็น ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย ตัวเลขที่สะท้อนว่าความเสี่ยงกำลังขยับเข้ามาในวัยที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ

ในคอมมูนิตี้สวิงกิ้งออนไลน์บนแพลตฟอร์ม X ที่มีผู้ติดตามกว่าสองพันคน มีการตั้งหัวข้อพูดคุยเรื่อง ‘ยสตน’ (เย สด แตก ใน) เสียงส่วนใหญ่สะท้อนความตระหนักแบบสองขั้ว บางคนมองว่า “สดก็ดีทุกอย่าง เสียวสุด ฟินสุด” แต่หลายคนก็ออกมาเตือนว่า “เสียวแป๊บเดียว แต่โรคอยู่กับเรานาน ถุงยางทุกครั้งปลอดภัยที่สุด”

หนึ่งในคอมเมนต์บอกว่า

“ผมคิดว่าการใส่ถุงมีข้อดีเยอะกว่า ปลอดภัยจากโรค ป้องกันท้อง ถึงจะเสียวไม่สุด แต่ก็เสร็จด้วยกันได้เหมือนกันครับ”

หรืออีกเสียงหนึ่งบอกว่า

“ต้องไปตรวจกันก่อน ถ้าไม่ตรวจก็ต้องใส่ถุงเท่านั้น”

ในขณะที่ฝั่งแพทย์เองก็ยังต้องทำงานหนักกับการสื่อสารโรคใหม่ๆ ที่คนมองข้าม โดยภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์เจ้าของเพจ หมอแล็บแพนด้า ได้โพสต์ถึงอย่าง ทริโคโมแนส วาจินาลิส (Trichomonas vaginalis) ปรสิตในอวัยวะเพศหญิงที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 150 ล้านคนต่อปีทั่วโลก แม้จะรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่เมื่อเกิดแผลแล้วจะเปิดช่องให้เชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย

รศ.นพ.อติวุทธ ทิ้งท้ายว่า เดือนแห่งการตระหนักรู้เรื่อง HIV ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนกลับมาทบทวนตนเอง ตรวจเลือดเป็นประจำ และใช้การป้องกันอย่างครบถ้วน

แต่ในเชิงสังคม สิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่กันคือ การทำให้ถุงยางอนามัยเป็นเทรนด์ที่น่าทำตามแบบไม่อายและปลอดภัย การสอนเพศศึกษาที่ลึกซึ้งและรอบด้านว่าการติดโรคทางเพศเกิดได้จากหลายปัจจัย และแนะแนวหน่วยงานหรือสถานพยาบาลในการรับยาเพร็บ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และที่สำคัญที่สุด การพูดเรื่องเพศในครอบครัวอย่างไม่ต้องอาย และการสื่อสารที่ตรงไปตรงมากับคู่นอนหรือกลุ่มนอนอย่างชัดเจน

เพราะการมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัย ไม่ได้หมายถึงการจำกัดเสรีภาพทางเพศ แต่คือการมีเสรีภาพที่มาพร้อมความรับผิดชอบ ทั้งต่อตัวเองและคนที่เรารัก เซ็กซ์ของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เพียงทำให้ 'การป้องกัน' กลายเป็นเรื่องธรรมดาเท่านั้น ที่จะทำให้เสรีภาพทางเพศเดินคู่กับสุขภาพได้จริง

อ้างอิง

https://mirrorthailand.com/movinon/socialissues/102482

https://www.thebetter.co.th/news/news/37232

https://www.thairath.co.th/news/crime/2892892

https://www.facebook.com/facebookdoctoraestory

https://www.facebook.com/MTlikesara

บทความต้นฉบับได้ที่ : รู้แต่ไม่อิน! ยสตน. เท่านั้น! เทรนด์ไม่ใส่ถุงยางของวัยรุ่นยุค OnlyFans ที่หมอเตือนว่าเสี่ยงติดเชื้อ HIV และสารพัดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...