โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อนุทิน’ ออกโหนกระแส! ยัน ‘ปอยเปต’ เป้าหมายความมั่นคง ไม่เคยยิงมั่ว ไม่กลัวสแกมเมอร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 08.22 น. • The Bangkok Insight

"อนุทิน" ออกโหนกระแส! ยัน 'ปอยเปต' เป้าหมายความมั่นคง ไม่เคยยิงมั่ว ลั่นผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล ไม่มีความเกรงใจ ไม่กลัวสแกมเมอร์

ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มีนายกรรชัย กําเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลไทยไม่ทำลายปอยเปตทั้งที่มีโอกาส เพราะมีนักการเมืองเป็นเจ้าของกาสิโนที่ปอยเปต หรือแม้แต่มีเรื่องสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้องว่า ปอยเปตก็ถูกเราโจมตีเหมือนกัน และอีกหลายที่ด้วย เพราะทางการทหารถือว่าเป็นเป้าหมายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประเทศเรา

อนุทิน

"อย่าไปมองว่าเป็นอาคาร โรงแรม บ่อนหรือกาสิโน ในนั้นบางที่เป็นเปลือกครอบศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ เอาไว้ควบคุมอาวุธร้ายแรง ไม่ใช่ว่าทางกองทัพอยากจะยิงไปที่ไหนโดยไม่สนใจเป้าหมาย เราไม่เคยยิงมั่ว แต่ตอบโต้ไปยังจุดที่ถ้าเราทิ้งจุดนั้นไว้ประเทศเราจะเป็นอันตราย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้ผมเป็นนายกฯ กล้าพูดว่ารัฐบาลที่มีผมเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะไม่มีความเกรงใจ เกรงกลัวใด ๆ ต่อการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือสแกมเมอร์แม้แต่น้อย ผมคิดว่าจะได้อยู่ 4 เดือนแต่จริง ๆ อยู่ได้ 2 เดือนกว่า ก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกองทัพ ร่วมกันใช้มาตรการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์เต็มที่ ทั้งยึดอายัดทรัพย์สินประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ถอนสัญชาติคนที่ไม่พึงประสงค์หลายคน เพราะมีความพัวพันกับสแกมเมอร์ ซึ่งกรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ ยังไม่ได้สัญชาติไทย และรัฐบาลยังไม่ได้ให้สัญชาติ ยืนยันว่า เรื่องนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเต็มที่

ถ้าเรามีความเกรงใจหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลอาชญากรเหล่านี้ เราคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้ วันนี้สิ่งที่ฝ่ายประจำต้องการคือได้รับการสนับสุนนจากรัฐบาล ไม่ใช่ไปเทเขา แต่ต้องให้ความเชื่อมั่น และช่วยเสริมศักยภาพ จึงออกมาแบบที่เห็นว่าไม่เคยมีการดำเนินการได้มากขนาดนี้มาก่อน ผมไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ แต่มอบนโยบายให้ปราบให้สิ้นซาก มีคำว่าปิดชื่อดูพฤติกรรม เพราะถ้าเห็นชื่อก่อนคนจะวิ่งหนีไม่อยากทำ แต่รัฐบาลผมไม่มีคำว่าการเมือง มีแต่คำว่าผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย เปิดมาแจ็คพอตคนไหนสำนวนไปถึงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่

อนุทิน

"ไม่เคยมีโทรศัพท์จากใครในแวดวงของผมที่จะโทรมาบอกเบา ๆ หน่อย ช้า ๆ หน่อย ไม่มีโทรมาขอ เพราะเขาทราบดีว่าเรื่องขอแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น และผมไม่เคยรู้สึกหนักใจไม่เคยกลุ้มใจนอนไม่หลับว่าขอมาแล้วไม่ทำให้ เพราะผมวางตัวว่าคนที่จะมาขอผมเรื่องแบบนี้ อย่าดีกว่าเพราะเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลนี้ไม่มีคำว่าการเมือง มีแต่คำว่าผิดกฎหมาย และถูกกฎหมาย" นายอนุทิน กล่าว

ส่วนที่มีภาพถ่ายร่วมเฟรมกับนายเบน สมิธ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าคนที่ถูกดำเนินคดีมีภาพถ่ายร่วมกันไม่ได้ผมว่ามีอีกเยอะ คงไม่สามารถไปเปรียบตรงนั้นได้ คนที่ถูกดำเนินคดีเราจะไปสาดโคลนใส่เขาอย่างที่บางคนชอบทำไม่ได้ ผมยึดถือกระบวนการยุติธรรมไปถึงคนไหนก็คนนั้น จะบอกว่าห้ามรู้จักเลยก็ไม่ได้ อย่างรูปที่ถูกเอามาลงก็เกิดขึ้นหลังจากที่ตนแลถงยึดทรัพย์ แถลง 3 โมง 4 โมงรูปออกมาเลย แต่รูปนั้นผมสบายมาก เพราะเกิดขึ้นปี 2557 วันนั้นนายเบน สมิธ ถูกแนะนำให้รู้จักกันพบกันครั้งแรก เขามาลงทุนในประเทศไทย และเมื่อปี 2557 ช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผมไม่มีตำแหน่งหรืออำนาจทางการเมือง

ส่วนเรื่องจะได้หรือไม่ได้สัญชาติอยู่ที่พฤติกรรม ซึ่งกรณีนายเบน สมิธ ที่ผมไม่เซ็นให้สัญชาติ เพราะนายเบน สมิธ มีหลายสัญชาติ ซึ่งกฎหมายไทยจะต้องเหลือสัญชาติเดียว ส่วนเรื่องคดีความขึ้นอยู่กับกระบวนการ ย้ำว่า เราต้องยึดกฎหมาย ใครจะทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้ากฎหมายถูกต้องก็ผ่าน แต่ถ้ากฎหมายบอกว่าทำไม่ได้ก็ต้องขยายผล และดำเนินการต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุดคดี

อนุทิน

ส่วนที่มีการพูดกันว่ามีทุนของนักการเมืองไทยลงทุนในปอยเปต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ยินแต่ข่าวเหมือนกัน แต่สมมติถ้าเขาไปลงทุนในประเทศนั้นแล้วไม่ได้ผิดกฎหมาย เราก็ทำอะไรไม่ได้ ได้ยินมาแล้วใครยอมรับ นักการเมืองต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ในบัญชีทรัพย์สินก็ไม่มีตรงนี้ แต่ถ้าผิดกฎหมายมาเปิดเป็นฐานในประเทศไทยแบบนี้โดน เราใช้เส้นทางโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน มีหลักฐานปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ญาตินักการเมืองก็โดนทุกคนไม่มีเว้นใครแม้แต่คนเดียว ผมง่ายมากเพราะไม่ดูชื่อเลย แต่ดูสำนวนเปิดชื่อมาเจอใครก็คนนั้นดำเนินการต่อได้เลย

"สมมติเป็นรัฐมนตรีในคณะของผมอยู่ถ้าเจอจะยิ่งซ้ำ เพราะถือว่าหลอกลวงประชาชน ดังนั้น ประชาชนไม่ต้องมีความกังวลเรื่องนี้เลย แต่จะไปใช้ให้คนมาชี้นิ้วอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีกระบวนการยุติธรรมมาประกอบด้วย" นายกรัฐมนตรี กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...