โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ททท. MOU 2 มณฑล 6 เมือง ดึง นทท.จีน เที่ยวไทยไฮซีซั่น 3 เดือน 2 ล้านคน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 08.14 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดแผน "Quick Win" 3 กลยุทธ์เชิงรุก สานต่อความสัมพันธ์ระดับผู้นำ ดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาแตะ 2 ล้านคนภายใน 3 เดือน (ธ.ค.-ก.พ.) หวังผลักดันตัวเลขรวมกลับสู่ระดับก่อนโควิด-19 ที่เคยทำไว้ 39 ล้านคนต่อปี พร้อมลงนาม MOU กับ 2 มณฑล 6 เมืองใหญ่ของจีนเติมทราฟฟิก sandbox 27 เส้นทางท่องเที่ยวใหม่

27 พฤศจิกายน 2568-นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์เร่งด่วนในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวของประเทศ ว่า ก่อนการระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยเคยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 39 ล้านคนต่อปี แต่ภายหลังการคลี่คลายของสถานการณ์ ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิมได้ ภารกิจระยะสั้นของททท.จึงมุ่งเน้นการผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับไปใกล้เคียง 40 ล้านคนมากที่สุด

โดยนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการสื่อสารด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัย

รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้แผนเชิงรุกที่เรียกว่า "Quick Win" ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ชัดเจน และเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำเม็ดเงินจากภาคท่องเที่ยวและการกีฬาเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

“จีนเป็นตลาดสำคัญที่เราให้ความสำคัญวันนี้และตลอดไป โดยรัฐบาลได้ประกาศแผนเชิงรุก "Quick Win" ในการทำเรื่องเม็ดเงินจากภาคท่องเที่ยวและการกีฬา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สั้น เร็ว ชัดเจน โดยตอกย้ำในเรื่องของความเป็น Hospitality ให้ความเป็น ยิ้มสยาม กลับมายืนอยู่ในจุดสูงสุดของวงการอุตสาหกรรมทั่วโลก”

ใช้โอกาส High Season และสัมพันธ์ระดับสูงหนุนความเชื่อมั่น

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุด (High Season) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นโอกาสทองในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการท่องเที่ยว ซึ่งนายกรัฐมนตรี “อนุทิน” ได้สื่อสารไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า 1 คำที่ท่านประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง”ได้เอ่ยต่อสาธารณะก็คือ "จีนไทยครอบครัวเดียวกัน"

ดังนั้นแผนงานและกลไกที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะขับเคลื่อนในขณะนี้ จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดี โดยถือว่านักท่องเที่ยวจีนคือคนในครอบครัวเดียวกัน แผน Quick Win จึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันสั้น โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สื่อมวลชน และภาคเอกชนทั้งในประเทศไทยและในประเทศจีน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและตอกย้ำภาพลักษณ์ของความเป็น "ยิ้มสยาม" ให้โดดเด่นบนเวทีโลก

เป้าหมาย: ดึงนักท่องเที่ยวจีน 2 ล้านคน ภายใน 3 เดือน

เป้าหมายหลักของกลยุทธ์ภายใต้แผน Quick Win คือการเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก ให้กลับมาท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่มีความสุขในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน หลังจากนี้ (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)

กระทรวงฯ กำหนดกลยุทธ์สำคัญ 3 ประการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว:

1. การขยายเส้นทางและประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ (New Routes & Experiences)

  • เปิดเส้นทางและประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่รวมอย่างน้อย 27 พื้นที่ ทั่วประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนและบริษัทชั้นนำระดับโลก
    [* การกระจายการท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก \(กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา\) ไปยังเมืองรองและกลุ่มจังหวัดที่เข้าถึงยากกว่าเดิม เพื่อสร้างทางเลือกและประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว , * เส้นทางการท่องเที่ยวใหม่จะเน้นโฟกัส 6 ประเภท ดังนี้: ]

โดยแบ่งเป็น 6 หมวดหลัก ได้แก่:

  • สำรวจเส้นทางวัฒนธรรม: เน้นการเที่ยวชุมชน วัดวาอาราม เพื่อสัมผัสเสน่ห์ดั้งเดิมของไทย
  • กินดื่มเที่ยวชิล ๆ: ปักหมุดร้านอาหารท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ชุมชนเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว
  • การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมกีฬา: เช่น ปีนผา, ขี่จักรยาน, และการเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว อย่าง มวยไทย
  • ชมเส้นทางชมธรรมชาติ: นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว Unseen เช่น ทะเลหมอกในพะเยา, แพะเมืองผี (แกรนแคนยอนเมืองไทย)
  • นำเที่ยวแบบครอบครัว: ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย ปลอดภัย และได้ความรู้สำหรับทุกวัยในครอบครัว
  • โรดทริป (Road Trip): เจาะกลุ่มนักขับรถด้วยเส้นทางเชื่อมต่อ ไทย-จีน-ลาว ที่ปลอดภัยและได้รับความนิยม

“เราจะเปิดเส้นทางและประสบการณ์ใหม่ในเรื่องของการท่องเที่ยว เราสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ซึ่งอาจจะเป็นในจังหวัดเดียวหรือในกลุ่มจังหวัดที่อาจจะเข้าถึงไม่ค่อยได้ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนบางคนอาจจะรู้จักแค่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา แต่ ณ วันนี้ เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเมืองอื่น ๆ ขึ้นมาเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่ในเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่เท่านั้น”

2. การสื่อสารเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มหลักในจีน (Aggressive Digital Communication)

  • ร่วมมือกับแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลสูงในจีน ทั้งสื่อชั้นนำระดับโลกอย่าง National Geographic
    [* ใช้แพลตฟอร์ม OTA ยักษ์ใหญ่ เช่น ฟลิกกี้ \(Fliggy\), เตี่ยนผิง \(Dianping\), ทูหนิว \(Tuniu\) และ หม่าเพิงหว่อ \(MaFengWo\) เพื่อแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน , * สร้างกระแสและเผยแพร่คอนเทนต์คุณภาพผ่าน Super App และแพลตฟอร์มโซเชียลที่มีอิทธิพลในจีน ได้แก่ เหมยถวน \(Meituan\), เสี่ยวหงชู \(Xiaohongshu\), WeTV และ เอแมป \(AMAP\) ]

“เราต้องเข้าใจ insights ของนักท่องเที่ยวจีนว่าสนใจกิจกรรมประเภทไหน และสื่อสารผ่านสื่อต่างๆที่มีอิทธิพลในประเทศจีน เพราะคนจีนฟังและเชื่อคนในประเทศของตัวเองพอสมควร เพราะฉะนั้นเราจะใช้ความเป็นกันเอง ความเชื่อมั่นในอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่าการมาเที่ยวประเทศไทยนอกจากความปลอดภัยที่จะได้รับแล้วยังจะได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินที่จ่ายและเวลาที่จะใช้ในประเทศไทย”

3. การสร้างความร่วมมือระดับรัฐบาลและยกระดับความปลอดภัย (MOU & Safety Green Zone)

  • สร้าง กรีนโซน (Green Zone) เพื่อรับรองความปลอดภัยตลอดเส้นทาง Sandbox ทั้ง 27 พื้นทาง
    [* ลงนาม MOU กับ 2 มณฑลหลัก คือ เจียงซู และ ไห่หนาน ใน 6 เมืองสำคัญของจีน ได้แก่ หนานจิง ซูโจว ซานย่า ไห่โข่ว เหวินชาง และ เจ้อเจียง , * จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวจีนมายังประเทศไทย ตอกย้ำจุดแข็ง "Hospitality" และความจำเป็นเร่งด่วน ]

นายอรรถกร สรุปว่า แผน Quick Win ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวน แต่ยังเป็นการนำเสนอจุดแข็งที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งจากการวิจัยทั่วโลกคือเสน่ห์ของความเป็น Hospitality (การต้อนรับขับสู้) ที่คนไทยมีโดยธรรมชาติ

“แผน Quick Win ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่เราจะต้องนำเสนอความเป็นไทย ซึ่งทั่วโลกได้ทำการวิจัยมาแล้วว่า หนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทยก็คือเสน่ห์ของความเป็น Hospitality (การต้อนรับขับสู้) ที่คนไทยทุกคนกว่า 60 ล้านคนมี ซึ่งประเทศอื่นอาจจะยังไม่มี นั่นคือการที่เราสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยวิถีชีวิตของเรา รอยยิ้ม น้ำใจไมตรี เราจะต้องนำสิ่งเหล่านี้กลับมาสู่สายตาของชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง

และช่วงนี้เป็นฤดูการท่องเที่ยวสูงสุด (High Season) ถ้าไม่ดำเนินการตอนนี้ก็ต้องรออีก 1 ปี ซึ่งแผน 3 เดือนซึ่งจะจบในเดือนกุมภาพันธ์ เราหวังที่จะดึงนักท่องเที่ยวจากจีนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ภายใน 3 เดือน รวมไปถึงตลาดอื่น ๆ ที่เราโฟกัสต่อไปด้วย”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...