กกต.เมียนมาเผยผลเลือกตั้งเฟสแรก พรรคพันธมิตรกองทัพนำโด่ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งสหภาพเมียนมา (ยูอีซี) เปิดเผยผลอย่างไม่เป็นทางการของการนับคะแนนเลือกตั้งทั่วไประยะที่หนึ่ง ซึ่งมีการลงคะแนนเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ปีที่แล้ว ใน 56 เขตเลือกตั้ง จาก 102 เขตเลือกตั้ง ว่าพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพเมียนมา ได้รับการเลือกตั้งในอย่างน้อย 38 ที่นั่ง จาก 40 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการเลือกตั้งในเฟสแรก
อีกสองที่นั่งเป็นของพรรคประชาธิปไตยแห่งชาติไทใหญ่ หรือพรรคเสือขาว และพรรคเอกภาพมอญ ได้ไปพรรคละ 1 ที่นั่ง
ขณะเดียวกัน พรรคยูเอสดีพียังคว้าชัยชนะในสภาท้องถิ่นไปได้ 14 ที่นั่ง จากทั้งหมด 15 ที่นั่ง ซึ่งมีการนับคะแนนในระบบเขต ส่วนอีก 1 ที่นั่ง เป็นของพรรคพัฒนาแห่งชาติอาข่า และผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาหรือสภาชาติพันธุ์ มีการประกาศผลแล้ว 1 ที่นั่ง ซึ่งตกเป็นของพรรคแห่งชาติว้า
ด้าน พล.ต.จอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไประยะที่หนึ่ง ว่ามีประชาชนมากกว่า 6 ล้านคน หรือคิดเป็น 52.13% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ ออกมาใช้สิทธิในวันดังกล่าว
พล.ต.จอ มิน ตุน ยืนยันว่า สถิติดังกล่าวถือเป็น “ความภาคภูมิใจ” สำหรับชาวเมียนมา เนื่องจากแม้แต่ในประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว ยังมีสถานการณ์ที่ผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ถึง 50% อย่างไรก็ตาม สถิติที่ออกมายังถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา เมื่อปี 2558 และ 2563 ซึ่งมีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงประมาณ 70%
สำหรับการเลือกตั้งระยะที่สองและระยะที่สาม ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11 ม.ค. และ 25 ม.ค. นี้ ครอบคลุมพื้นที่ 100 เมือง และ 63 เมืองตามลำดับ ซึ่งการที่พื้นที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ครอบคลุมทุกเมืองในเมียนมา ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึง “ความโปร่งใส” และ “ความชอบธรรม” ของการเลือกตั้งครั้งนี้
ขณะที่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ยืนยันว่า การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาในครั้งนี้ เป็นไปอย่าง “เสรีและเป็นธรรม” และย้ำว่า “การเลือกตั้งไม่ได้เสื่อมเสียเพียงเพราะจัดขึ้นโดยกองทัพ”.
เครดิตภาพ : AFP