โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาล จ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท/ครัวเรือน สัปดาห์หน้า

อีจัน

อัพเดต 29 พ.ย. 2568 เวลา 19.48 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2568 เวลา 11.27 น. • อีจัน

วันนี้ (29 พ.ย. 68) เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ และพลโท วันชนะ สวัสดี กรรมการและโฆษกศูนย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.ฉก. กล่าวว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้เชิญชวนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยได้เชิญมูลนิธิกระจกเงา มาเพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ เป็นแนวทางที่เชื่อว่าจะช่วยเติมเต็มการดำเนินงานของรัฐบาล ทั้งการฟื้นฟูให้เร็วที่สุด การกำหนดจุดทิ้งขยะ การจัดสาธารณูปโภคและของใช้จำเป็น รวมถึงการกำหนดจุดจอดรถที่ถูกน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร เพื่อให้สามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ มูลนิธิกระจกเงาทำงานร่วมกับภาคประชาชน และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อศึกษามาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา

ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการปฏิบัติและเร่งรัดติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสภาพอากาศในขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ปริมาณน้ำฝนลดลง หากสภาพอากาศเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง คาดว่าจะสามารถระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังท่วมขังให้แห้งได้ภายใน 3–5 วัน และที่ประชุมยังได้เร่งรัดการดำเนินงานด้านประปา โดยคาดว่าวันนี้จะสามารถปล่อยน้ำประปาให้ประชาชนใช้ได้ก่อน

“นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า น้ำประปาไม่จำเป็นต้องพร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้น้ำใช้อย่างเร็วที่สุด ดังนั้นวันนี้น่าจะสามารถปล่อยน้ำประปาได้ในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ต้องขออภัยหากในช่วงแรก น้ำอาจไหลเบา หรือยังไม่ใสเต็มที่ เนื่องจากยังต้องซ่อมบำรุงอุปกรณ์กรองน้ำบางอย่างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และอุปกรณ์บางส่วนยังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม การปล่อยน้ำประปาครั้งนี้จึงเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนเบื้องต้นก่อน”

ส่วนด้านไฟฟ้า ขณะนี้สามารถกู้คืนได้มากกว่า 80% แล้ว จากจำนวน 700,000 ครัวเรือนในจังหวัดสงขลา เหลือเพียงประมาณ 20,000 ครัวเรือนที่ยังไม่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

สำหรับการบริหารจัดการในภาพรวม ขณะนี้ อบจ. และเทศบาลได้เดินหน้าแผน Big Cleaning โดยกำหนดจุดย่อยสำหรับทิ้งขยะให้ประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาในการเดินทาง โดยภาครัฐจะรวบรวมขยะจากจุดย่อยไปทิ้งยังจุดใหญ่ เพื่อให้การทำความสะอาดและการจัดการขยะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ด้านกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดจุดสำหรับขนย้ายรถ ซึ่งการขนย้ายครั้งนี้มีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงคมนาคม ตำรวจจราจร บริษัทประกันภัย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันระดมทรัพยากรจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะรถลาก นอกจากนี้ยังมีการจัดหมวดหมู่รถอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและติดตามยานพาหนะ ทั้งนี้ หลังจากได้รับคำแนะนำของมูลนิธิกระจกเงา ผอ. ศป.ฉก. ได้มอบหมายให้ สทนช. ซึ่งมีภาพถ่ายเรดาร์ภูมิประเทศ กำหนดจุดจอดรถ ซึ่งได้ทำข้อเสนอส่งไปให้กับกรมการขนส่งทางบก คาดว่าจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น

พลโท วันชนะ สวัสดี โฆษก ศป.ฉก. รายงานสถานการณ์ของ ศป.ฉก. ส่วนหน้าใน 4 ด้านการบริหาร ได้แก่ คน สิ่งของ น้ำ และข่าว โดยขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว พื้นที่ส่วนหน้ามีจุดท่วมขังเกินกว่า 30 เซนติเมตรอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก ดังนั้นการดำเนินงานจึงปรับเฟสจากภาวะช่วยเหลือวิกฤตน้ำท่วมเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู โดยสัดส่วนงานช่วยเหลืออยู่ที่ประมาณ 30% และงานฟื้นฟูเพิ่มเป็นประมาณ 70% ทั้งนี้ การดูแลระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งน้ำ ไฟ และสัญญาณโทรศัพท์ มีความคืบหน้าโดยรวมราว 85% ขณะที่บางส่วนสามารถฟื้นฟูได้ครบ 100% แล้ว เช่น ระบบไฟฟ้าตามถนนสายหลัก

ด้านการบริหารจัดการคน มีเคสฉุกเฉินเข้ามาทั้งหมดประมาณ 753 เคส และสามารถช่วยเหลือได้ครบ 100% สำหรับการอพยพประชาชน เมื่อวานนี้มีเคสเข้ามา 11,242 เคส ช่วยเหลือได้ราว 95% โดยยังคงเหลือเคสตกค้างถึงวันนี้อีก 1,070 เคส สำหรับการบริหารจัดการศูนย์พักพิง เนื่องจากประชาชนบางส่วนกลับไปยังที่พักอาศัยแล้ว ดังนั้น ศูนย์พักพิงจึงเน้นในเรื่องการรักษาพยาบาล การจัดอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูล (Data Base) เพื่อบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและเป็นปัจจุบัน จำนวนศูนย์พักพิงมีทั้งหมด 16 แห่ง ประชาชนที่กลับเข้าไปทำความสะอาดบ้าน บางส่วนยังไม่สามารถเข้าไปพักอาศัยได้ ศป.กฉ. ส่วนหน้า จึงได้จัดโรงแรม BP อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นโรงแรมเป็นที่พักสำรอง ปัจจุบันมีผู้เข้าพักอยู่แล้ว 20 ห้อง

ด้านการบริหารจัดการสิ่งของและการส่งความช่วยเหลือ ในช่วงฟื้นฟูมีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังมิจฉาชีพและเหตุอาชญากรรม จึงมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพื้นที่สำคัญและพื้นที่เฝ้าระวัง การรักษาความปลอดภัยดำเนินการโดยตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจจังหวัดสงขลา ร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง ทำการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุประชาชนสามารถแจ้งได้ที่ สภ.คอหงส์

ทั้งนี้ เฟสการฟื้นฟูแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 1. ระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นการทำความสะอาด ฟื้นฟูระบบสื่อสาร สาธารณูปโภค และเปิดเส้นทางเพื่อซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน 2. ระยะกลาง จะซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง ทั้งโครงสร้างผนังหลังคา ระบบประปา ไฟฟ้า สาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะของผู้ประสบภัย รวมถึงซ่อมถนนสายรองและสายหลัก 3. ระยะสุดท้าย จะฟื้นฟูเต็มกำลัง ซ่อมบ้านเรือนให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ และปรับปรุงถนนและระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด

ส่วนของโรงพยาบาลสนาม ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 แห่ง สามารถใช้งานได้ พร้อมโรงพยาบาลคู่ขนานนอกพื้นที่ประสบภัยที่จะคอยสนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลสนามทั้ง 8 แห่งสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไม่ติดขัด

การส่งสิ่งของความช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. การส่งผ่านช่องทางรัฐบาลไปยังพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ 2. การส่งตรงระหว่างส่วนราชการจากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และ 3. การส่งแบบไม่เป็นทางการ โดยประชาชนจัดจุดแจกจ่ายสิ่งของ โดยภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งต่อความช่วยเหลือ มีจิตอาสาช่วยคัดแยกสิ่งของที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ และลำเลียงขึ้นเครื่อง C-130 พร้อมจัดลำดับความเร่งด่วนของสิ่งของ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้และในช่วงสัปดาห์ต่อไป การดูแลผู้ประสบภัยให้เข้าถึงเงินเยียวยาและเงินกู้เพื่อดูแลบ้านเรือน และฟื้นฟูกิจการ ในส่วนของเงินเยียวยา 9,000 บาท รัฐบาลพร้อมที่จะจ่ายเงินให้ถึงมือประชาชนในสัปดาห์หน้า โดยจ่ายผ่านพร้อมเพย์ทุกธนาคาร ขอให้ประชาชนดำเนินการผูกบัญชีกับพร้อมเพย์ให้เรียบร้อย

มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับผู้ประกอบการ 8 มาตรการดังนี้

1. มาตรการพักหนี้ พักต้น พักดอกเบี้ย ธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ รายรับที่ไม่เกินหนึ่งล้านบาทเป็นเวลา 1 ปี

2. เงินกู้เพื่อการยังชีพและประกอบอาชีพ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี

3. เงินกู้เพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัย 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี

4. ให้บริษัทประกันภัยรถยนต์จ่ายชดเชยความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยลดขั้นตอนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ คปภ. ได้แจ้งว่าบางบริษัทได้ลงไปอยู่ในพื้นที่แล้ว พร้อมจ่ายให้กับกรณีที่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกมา

5. ในส่วนของผู้ประกันตน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคม จ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณี

แก่ผู้ประกันตน

6. เงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติรายละ 2,000,000 บาทในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ พ.ร.ก ฉุกเฉิน

7. การช่วยเหลือจากสำนักงานกองทุนพัฒนา SMEs สนับสนุนฟื้นฟู ให้ดำเนินธุรกิจได้เป็นกรณีพิเศษโดยรวดเร็วที่สุด

8. สนับสนุนมาตรการทางภาษีและการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่ประสบภัย

เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่าย สำหรับในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่

ที่ประสบภัยพิบัติหนักสุด กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดมหกรรมขายสินค้าราคาต้นทุนหรือต่ำกว่าต้นทุน

ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนร้านค้าปลีก ภายในสัปดาห์หน้าและต่อ ๆ ไป

นอกจากนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการจัดทำบัตรประชาชน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และโรงเรียนเทศบาล 4 นอกจากนี้ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่ 09.00 – 20.00 น. มีให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ณ จุดเคาน์เตอร์บริการ “อำเภอยิ้ม” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ รวมถึงจุดให้บริการรับแจ้งตายที่ศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริการทั้งหมดจะยกเว้นค่าธรรมเนียม

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐ จะมีเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือข้อมูลเอกสารประวัติการใช้ การชำระค่าน้ำค่าไฟ ในกรณีนี้สามารถที่จะเป็นเอกสารประกอบการทำเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคารได้ และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ ประกันอัคคีภัยประกันความเสี่ยงในทรัพย์สินประกันชีวิต

ทั้งนี้ วันพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. นายกรัฐมนตรีจะนำคณะลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมรับทราบสถานการณ์จริง และติดตามปัญหาและอุปสรรคที่อาจทำให้การใช้ระเบียบหรือมาตรการเดิมล่าช้า ทั้งนี้เพื่อให้คณะทำงานเห็นปัญหาที่แท้จริง และนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...