ประชุมนัด 2 ไม่เป็นผล ชาวบ้านยืนยันไม่เอาสะพานข้ามแยกมาบโป่ง!
ประชุมนัด 2 ไม่เป็นผล!
ชาวชุมชนมาบโป่ง ยืนกราน ไม่เอาสะพานข้ามแยกมาบโป่ง
แม้กรมทางหลวงมีข้อเสนอมาใหม่
อีกครั้งที่ชาวชุมชนมาบโป่งมารวมตัวกัน ที่วัดบ้านไร่ จ.ชลบุรี เพื่อเข้าร่วมประชุมนัดที่ 2 กับกรมทางหลวง ในการสรุปผลคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการฯ ซึ่งชาวบ้านยืนยันคัดค้านโครงการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่ง
ชาวบ้าน 500 ชีวิต รวมตัวประท้วง ไม่เอาสะพานข้ามแยกมาบโป่ง ชลบุรี
22 พฤษภาคม 256823 พ.ค. 2025
โดยวันนี้(14 พ.ย. 68) นายปรัตรวีร์ วิจบ นายอำเภอพานทอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยรัชช์กิตติ์ ชัยปฏิวัติ ผกก.สภ.พานทอง เดินทางมาเป็นผู้เปิดการประชุมและร่วมรับฟังข้อเสนอแนะและความเดือดร้อนจากชาวบ้านด้วย
เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง โดย นายสยุมโพธิ์ อินทะผิว วิศวกรงานทาง ดร.กานต์ เฉลิมวงศ์พันธ์ วิศวะการจราจรและขนส่ง นายมนตรี บุนนาค ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม และนายปรีดา ทองสุขงาม ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอรูปแบบโครงการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่งใหม่อีกครั้ง หลังนำข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะจากชาวบ้านกลับไปปรับจากการประชุมครั้งก่อน
โดยกรมทางหลวง มีข้อเสนอมา 3 รูปแบบ คือ
1.สะพานยกระดับ 4 ช่องจราจร ตามแนว ทล.315
ข้อดี ค่าก่อสร้างน้อยที่สุด , บริการรถทางตรงบน ทล.315 ได้ดีที่สุดเนื่องจากออกแบบเป็นสะพานขนาดสี่ช่องจราจร (ไป-กลับ) , การบริการทางขนานสำหรับชุมชนได้ดี , ระยะเวลาก่อสร้างน้อยที่สุด
ข้อเสีย มีการเวนคืนมากที่สุด , การบริการรถทางรองบน ทล.3127 มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร , การบริการรถเลี้ยวขวาจะต้องรอสัญญาณไฟจราจร
2. สะพานยกระดับ 2 ช่องจราจร ตามแนว ทล.315 และทางลอดสองช่องจราจรตามแนว ทล.3127 เชื่อมต่อกับ ชบ.3023
ข้อดี การบริการรถทางตรงบนทางสายหลัก ทล.315 กับสายรอง ทล.3127 สามารถให้บริการผ่านทางแยกโดยไม่ต้องรอสัญญาณไฟจราจร , ไม่มีการเวนคืนเขตทาง , การบริการทางขนานสำหรับชุมชนได้ดี
ข้อเสีย ค่าก่อสร้างมากที่สุด , ระยะเวลาก่อสร้างนานที่สุด , การบริการรถเลี้ยวขวาจะต้องรอสัญญาณไฟจราจร , สะพานตามแนว ทล.315 และทางลอดตามแนว ทล.3127 มีขนาด 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ในอนาคตอาจจะรองรับปริมาณจราจรไม่เพียงพอ
3. สะพานทิศทางตรงและสะพานต่อเชื่อมเลี้ยวขวา
ข้อดี การบริการรถทางตรงบนถนนสายหลัก ทล.315 อ.พนัสนิคม ไป จ.ชลบุรี ออกแบบเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) , มีช่องทางเลี้ยวขวาโดยเฉพาะในทิศทางเลี้ยวขวาจาก อ.พนัสนิคม และจาก อ.พานทอง ไป จ.ชลบุรี , ไม่มีการเวนคืน , การบริการทางขนานสำหรับชุมชนได้ดี
ข้อเสีย การบริการรถทางตรงบนทางสายหลัก ทล.315 ทิศทางจังหวัดชลบุรีไป อ.พนัสนิคม จะต้องรอสัญญาณไฟจราจร , การบริการรถทางตรงบน ทล.3127 จะต้องรอสัญญาณไฟจราจร , ค่าก่อสร้างใกล้เคียงกับทางเลือกที่ 2 , ทิศทางเลี้ยวขวาจังหวัดชลบุรีไป อ.บ้านบึง และทิศทางเลี้ยวขวาจาก อ.บ้านบึง ไป อ.พนัสนิคม จะต้องรอสัญญาณไฟจราจร
ซึ่งทางชาวบ้านก็มีตัวแทนในการขึ้นมาพูดถึงปัญหาและความเดือดร้อนที่จะได้รับจากโครงการนี้ด้วย
ตัวแทนชาวบ้านคนที่ 1 ชาวมาบโป่ง หมู่ 8 กล่าวว่า ที่กรมทางหลวงวางแผนการพัฒนาล่วงหน้า 20 ปีในเรื่องของสะพานข้ามแยกมาบโป่งและการลดการจราจรติดขัด แต่กรมทางหลวงได้วิเคราะห์หรือไม่ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าประชาชนจะมีลักษณะอย่างไร ขอเสนอแนะให้กรมทางหลวงไปพัฒนาในเรื่องของสมาร์ทซิตี้ มีการนำเทคโนโลยีเอไอมาช่วยแก้ปัญหารถติด และหากมีการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่งในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีปัญหาในเรื่องของฝุ่นละอองและมลภาวะหรือไม่ สิ่งแวดล้อมจะหายไปด้วยอีกหรือเปล่า
ตัวแทนชาวบ้านคนที่ 2 กล่าวว่า ในเส้นทางที่กรมทางหลวงสำรวจโครงการนี้ มีศาลเจ้าสำคัญ 3 แห่ง ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน เช่น ศาลเจ้าอาม่า ที่เปรียบเสมือนเป็นฮวงจุ้ยของเมือง เป็นชัยภูมิของพื้นที่ตรงนี้ ที่มีการสร้างไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษ หากจะต้องเวนคืนที่ดินแล้วย้ายศาลเจ้า ชาวบ้านไม่เห็นด้วยและไม่ยอมแน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่าทำเพื่อแก้ปัญหารถติดอยากให้ย้อนไปดูก่อนว่าต้นปัญหาของติดมาจากอะไร มาจากนิคมอุตสาหกรรมใช่หรือไม่ ดังนั้นการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่ง ไม่ใช่การแก้ปัญหารถติดที่ตรงจุด
ด้าน นางสุภมาศ คงวิวัฒนากุล ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีการจัดประชุมคุยเรื่องนี้อีกกี่ครั้งตนและชาวบ้านก็ยังยืนยันคำเดิมคือคัดค้านการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่ง จากการลงไปเก็บข้อมูลจากพื้นที่คลองตันจุดที่มีการสร้างสะพานพบว่าอาคารพาณิชย์หรือบ้านคนหรือร้านค้าต่างๆ ไม่สามารถพัฒนาไปต่อได้ เนื่องจากปัญหาทำเลที่ตั้ง ที่จอดรถไม่มี เสียงดังและความสั่นสะเทือน นี่ทำให้ชุมชนเสียโอกาส นี่เป็นข้อมูลที่หากันเองในแบบชาวบ้านอาจจะสู้ความเป็นวิชาการของหน่วยงานรัฐไม่ได้ แต่ถ้าในทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นพวกเราสู้ได้แน่นอน ขอยืนยันว่าเสียงของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเสียงที่หน่วยงานรัฐต้องรับฟัง
ซึ่งในรูปรูปแบบที่สองที่กรมทางหลวงเสนอมา มีการระบุว่าอาจรองรับการจราจรไม่เพียงพอในอนาคต ถามว่าวันนี้ที่ท่านพยากรณ์ออกมาแล้วว่าอาจไม่เพียงพอรองรับการจราจรในอนาคต ดังนั้นก็เห็นแล้วว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่ง ต้นทุนชีวิตของชาวบ้านที่นี่แม้ไม่ได้สูงเหมือนต้นทุนของนายทุนแต่หน่วยงานรัฐก็ไม่สามารถมองข้ามได้ ทุกครอบครัวและทุกคนที่นี่มีคุณค่า ชุมชนเก่าแก่ 100 กว่าปี ไม่ควรจะสูญสิ้นไป ที่บอกว่าจะพัฒนาบ้านเมืองถามว่านิคมอุตสาหกรรมกำลังเจริญขึ้นอีก หน่วยงานรัฐมองเรื่องการทำถนนไว้รอการขนส่งของนิคมอุตสาหกรรมแล้วหรือยัง ถ้าวันนี้ยังไม่ได้ทำถนนรองรับแล้ววันหนึ่งมีโรงงานเจริญขึ้นมาหนึ่งโรงงานคิดดูว่าพนักงานโรงงานมีกี่พันชีวิต ปัญหารถติดจะยังเกิดขึ้นอยู่หรือไม่ แล้วชาวบ้านชุมชนมาบโป่งก็จะตกเป็นจำเลยว่าไม่เสียสละ ซึ่งเรื่องรถติดก็ติดช่วงเวลาเช้าและเย็นซึ่งเป็นเวลาที่คนทำงานโรงงานเดินทางแต่ไม่ถึง 40 นาทีก็สามารถเคลียร์ทางได้แล้ว และอีกหนึ่งปัญหาที่อยากเรียกร้องไปถึงผู้กำกับ สภ. พานทอง นิคมอุตสาหกรรมควบคุมสัญญาณไฟจราจรเอง ปล่อยแค่รถในนิคมของตัวเอง ทำให้รถของประชาชนที่สัญจรจอดค้างติดไฟแดงกันอยู่อย่างนั้น ซึ่งชาวบ้านทุกคนให้ความเห็นมาตรงกันว่าสี่แยกตรงนี้ให้สัญญาณไฟจราจรไม่สมดุล
“ทุกการก่อสร้างมีต้นทุน คุณคิดสมการการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรม ดิฉันเป็นชาวบ้านอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างมันก็มีต้นทุนทางท้องถิ่น ต้นทุนค่าเวนคืน ต้นทุนการเสียโอกาสระหว่างก่อสร้าง ต้นทุนทางสังคม ค่าเสียหายทางจิตใจ ซึ่งมันบั่นทอน เป็นความหดหู่และความเศร้าที่ชาวบ้านไม่รู้จะบอกยังไง”
การประชุมนัดที่สองใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงกว่า ซึ่งเสียงของชาวบ้านยังยืนยันคำเดิม ไม่ว่ากรมทางหลวงจะมีรูปแบบทางเลือกมาเสนออีกกี่ครั้ง ชาวบ้านก็ขอคัดค้านการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่ง
ซึ่งตามระเบียบแล้วการประชุมระหว่างกรมทางหลวงและชาวบ้านเพื่อหาข้อเสนอแนะและข้อสรุปร่วมกันนั้นจะต้องจัดขึ้นให้ครบห้าครั้ง การประชุมในวันนี้จึงยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งจะมีการจัดประชุมกันอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคม 2569
เรื่องนี้ยังไม่มีจุดจบค่ะ รอติดตามกันต่อว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร กับการสำรวจพื้นที่เพื่อโครงการสร้างสะพานข้ามแยกมาบโป่งของกรมทางหลวง แต่ถึงยังไม่มีข้อสรุปยังไง ชาวบ้านก็ยังมีคำตอบเดิมและคำตอบเดียว คือไม่เอาสะพานข้ามแยกมาบโป่ง