โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คนละครึ่งพลัส 16 วัน ยอดใช้จ่าย 3.5 หมื่นล้าน ใช้สิทธิครบ 6.2 แสนคน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ย. 2568 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2568 เวลา 03.19 น.

“คนละครึ่งพลัส” 16 วัน ยอดใช้จ่ายกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ร้านค้าร่วมโครงการทั่วประเทศกว่า 9.2 แสนร้าน ประชาชนใช้สิทธิครบเต็มจำนวนแล้วกว่า 6.2 แสนราย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23.00 น. พบว่ามีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบและเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 922,491 รายทั่วประเทศ โดยมีประชาชนที่ใช้สิทธิครบเต็มจำนวน 626,036 ราย ขณะที่ยอดการใช้จ่ายสะสมภายใต้โครงการอยู่ที่ 35,857.2 ล้านบาท แบ่งเป็น

ร้านค้าปกติ 35,192.7 ล้านบาท

  • เงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย จำนวน 17,370.0 ล้านบาท
  • เงินที่ประชาชนจ่ายเอง จำนวน 17,822.7 ล้านบาท

ร้านค้าผ่าน Food Delivery Platform 664.5 ล้านบาท

  • เงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย จำนวน 325.6 ล้านบาท
  • เงินที่ประชาชนจ่ายเอง จำนวน 338.9 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิ 200 บาท

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 โดยจะเพิ่มเงินให้กลุ่มตกหล่นเฟสแรกคนละ 4,000 บาท ว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายแล้ว ซึ่งต้องขอไปดูวิธีการและรายละเอียดเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ก่อน

“นายกฯได้ให้นโยบายมาแล้ว ขอรับไปดูว่าจะทำยังไงเรื่องงบประมาณก่อน” นายเอกนิติกล่าว

ส่วนจะมีการเติมเงินให้กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยหรือไม่นั้น นายเอกนิติกล่าวว่า จะมีการพิจารณาในเรื่องการให้กลุ่มบัตรสวัสดิการกลุ่มดังกล่าวด้วย รวมไปถึงการทบทวนผู้ถือบัตรสวัสดิการผ่านการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ในปี 2569

ทางด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบระบบและแนวทางจัดสรรสิทธิ โดยมีแนวโน้มว่าผู้ที่เข้าร่วมโครงการเฟสแรกจะมีสิทธิร่วมต่อในเฟสใหม่ เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้ที่เคยได้รับสิทธิกับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วม โดยเบื้องต้นมีแนวคิดว่า

  • ผู้ที่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก และใช้สิทธิครบ 2,000 บาทแล้ว จะสามารถเข้าร่วมต่อในเฟส 2 ได้
  • ผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมเฟสแรก จะสามารถลงทะเบียนใหม่ในเฟส 2 และได้รับวงเงิน 4,000 บาท เพื่อให้มียอดสิทธิเท่ากันกับผู้ที่ร่วมในเฟสก่อน

สำหรับเงินจากผู้ที่ไม่ได้ใช้สิทธิภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 จะถูกนำมารวมไว้ใช้ในเฟส 2 และรัฐบาลจะใช้งบประมาณจากงบฯกลางปี 2569 ในการดำเนินโครงการ โดยพิจารณาจัดสรรงบฯตามวงเงินที่มีอยู่ เพื่อบริหารได้อย่างเหมาะสม

“กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญกับการตามหากลุ่มตกหล่นจากเฟสแรก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ชายขอบ รัฐบาลจะเร่งสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน และมีจำนวนเท่าไร เพื่อจัดสรรสิทธิให้เหมาะสมกับสวัสดิการแต่ละประเภท หากบุคคลนั้นเป็นคนยากจนและเข้าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ควรได้รับบัตรสวัสดิการไปเลย ส่วนโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ เป็นการร่วมจ่าย (Copay) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนทั่วไป” นายลวรณกล่าวย้ำ

ทั้งนี้กระทรวงการคลังเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้สามารถเปิดใช้สิทธิได้จริงในช่วงเดือนมกราคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (G Wallet) ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น.เช่นเดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนละครึ่งพลัส 16 วัน ยอดใช้จ่าย 3.5 หมื่นล้าน ใช้สิทธิครบ 6.2 แสนคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...