รมว. คลัง เตรียมแพ็กเกจช่วย SME “การเงิน-ภาษี หนุนซื้อสินค้าไทย” ชงครม. เศรษฐกิจ ใน 2 สัปดาห์
รมว. คลัง เล็งชงแพ็กเกจช่วย SME เข้าครม. เศรษฐกิจอีก 2 สัปดาห์ ผ่าน 3 มาตรการหลัก การเงิน ภาษี สนับสนุนซื้อสินค้าไทยพร้อมเดินหน้าเจรจาภาษีสหรัฐฯ ชี้ต้องแยกประเด็นการเมืองกับการค้า โดย USTR-รมว. พาณิชย์ เตรียมหารือเร็วสุด 17 พ.ย. 68
14 พ.ย. 2568 ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมชงแพ็กเกจมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม. เศรษฐกิจ) ในอีก 2 สัปดาห์
โดยนโยบายการสนับสนุน SME อยู่ในเสาหลักที่ 3 ของแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Quick Big Win ซึ่งแพ็กเกจในครั้งนี้แบ่งเป็น 3 มาตรการหลัก ได้แก่
1. มาตรการทางการเงิน เน้นเรื่องการค้ำประกันสินเชื่อและการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) โดยจะมีการพิจารณากลไกในลักษณะของกองทุนโดยใช้เม็ดเงินจากกองทุน FIDF เข้ามาช่วยเสริมจากกลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งจะเป็นกลไกที่มีความผ่อนปรนมากกว่ากลไกของ บสย. เพื่อให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
2. มาตรการภาษี ครอบคลุมมาตรการดูแลให้เกิดความเป็นธรรมด้านภาษีศุลกากร โดยจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้สินค้าจากต่างประเทศทะลักเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่า ต่ำกว่า 1,500 บาท ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า สร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ ดังนั้นกรมศุลกากรจะเริ่มกลับมาเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยกรมศุลกากรจะร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในการแจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าเป็นรายชิ้น ทำให้กรมศุลกากรสามารถใช้วิธีสุ่มตรวจได้และได้รับการชำระภาษีอย่างถูกต้อง
ขณะที่มาตรการด้านภาษียังครอบคลุมในส่วนของกรมสรรพากรที่จะดำเนินการเรื่องการคืนภาษีให้เร็วให้กับผู้ประกอบการ SME ด้วย
3. การสนับสนุนการซื้อสินค้าไทย โดยกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างทำความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สภาหอการค้าไทย จะร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าไทย นอกจากนี้จะนำใบสั่งซื้อของรัฐบาลไปขึ้นในระบบดิจิทัลของสมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ SME ที่มักได้รับเงินช้า สามารถได้รับสินเชื่อที่ง่ายขึ้น
ดร. เอกนิติ เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ว่า การเจรจาภาษีต้องแยกประเด็นทางการเมืองออกจากประเด็นการเจรจาการค้า โดยรัฐบาลกำลังประสานงานเพื่อกำหนดวันพูดคุยกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าเร็วสุดภายในวันจันทร์หน้า (17 พ.ย. 2568) โดยมุ่งเน้นการเจรจาในประเด็นของกรอบการทำงานเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่อธิบดีกรมศุลกากรยกเลิกสินบนนำจับซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่สำคัญจากสหรัฐฯ และผู้ประกอบการมานาน โดยจะเน้นเฉพาะรางวัลนำจับในส่วนของผู้บริหารเนื่องจากผู้บริหารมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการพิจารณาอุทธรณ์ โดยคาดว่าจะนำเสนอระเบียบดังกล่าวภายในสิ้นเดือน พ.ย. 2568