บุกโคราช! ‘ชัยวุฒิ- อ.เจษฏ์’ ตำหมากเอาชัยไหว้ ‘ย่าโม’
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 13 ม.ค.69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา อาทิ นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ทีมนโยบายเศรษฐกิจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผอ.พรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 นายณัฏฐกรณ์ ทวีรักษา รองหัวหน้าพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7
นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8 นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9 และนายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค รวมถึง นายบัณฑัต ฤทธิบุตร ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 12 เบอร์ 8 ลงพื้นที่ช่วย นายปริวรรต ศรีอัศวิน ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 2 เบอร์ 10
โดยเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการเข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การทำพิธี "ตำหมากสดถวายย่าโม" เพื่อขอพรให้พรรครักชาติประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูป พูดคุยให้กำลังใจ เป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้น ทีมพรรครักชาติได้ลงพื้นที่ ตลาดอาร์.เอ็น.ยาร์ด (RN Yard) เพื่อเดินแนะนำตัว นายปริวรรต ศรีอัศวิน ผู้สมัครเขต 2 โดยเน้นการเดินเท้าเข้าหาประชาชนและกลุ่มเยาวชนที่มาจับจ่ายใช้สอยเพื่อรับฟังปัญหาปากท้องและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นกันเอง โดยมีกลุ่มเยาวชนวัย 18 ปี ที่มาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้า ได้เข้ามาทักทาย เพราะจำทีมพรรครักชาติได้จากคลิปเต้นไวรัลในโซเชียล พร้อมชวนแบทเทิล โชว์สเต็ป เต้น อย่างสนุกสนาน ตามคลิปของพรรคอีกด้วย พร้อมกับรับฟังนโยบายบันเทิงไทยไปบันเทิงโลก แนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมเยาวชนที่มีความสามารถ และกล้าแสดงออก ในการฝึก เป็น T-POP
ก่อนจะปิดท้ายกิจกรรมของวันด้วยการเปิดเวทีพูดคุยภายใต้หัวข้อ "รักชาติเริ่มที่การรับฟัง" ชูนโยบายเศรษฐกิจ "บัตรประชาชนใบเดียวต้องกู้ได้" ซึ่งนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ทีมเศรษฐกิจ ได้กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มโอกาสให้คนตัวเล็ก โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า "เงินกู้ในระบบดอกเบี้ยปีละ ร้อยละ 8 แต่เงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูงถึงปีละ ร้อยละ 50 วันนี้เราต้องเลือกว่าจะให้ประชาชนกู้อย่างไร กติกาของพรรครักชาติคือทำง่าย ๆ 'บัตรประชาชนใบเดียวต้องปล่อยกู้ได้' เพื่อให้โอกาส SMEs และคนตัวเล็กได้มีทุนไปตั้งตัว"
นายเอกพิทยา ยังกล่าวถึงข้อกังวลเรื่องหนี้เสียว่า "หลายคนกลัวว่าทำแบบนี้หนี้เสีย (NPL) จะเพิ่มขึ้นไหม ยอมรับว่าอาจจะเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มขึ้นที่ไปหักลบจากกำไรของธนาคาร ซึ่งไม่ได้ทำให้สังคมพัง แต่กลับช่วยให้คนตัวเล็กมีแต้มต่อและยืนอยู่ได้ โดยนโยบายนี้จะใช้ชั่วคราวเป็นเวลา 3 ปี เพื่อประคองเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากเรื่องปากท้อง ยังได้เปิดรับฟังปัญหาภัยคุกคามทางออนไลน์ โดยแม่ค้ารายหนึ่งในตลาดได้สะท้อนปัญหาว่า "ตนเองตั้งใจจะขายเสื้อผ้าออนไลน์หารายได้ แต่กลับถูกมิจฉาชีพหลอกให้ทำตามขั้นตอน อ้างเป็นระบบการขาย สุดท้ายกลายเป็นการหลอกโอนเงิน เสียหายกว่า 20,000 บาท กว่าจะรู้ตัวก็สายไป
ซึ่ง นายเจษฎ์ ได้ตอบรับปัญหาดังกล่าวทันที ด้วยมาตรการที่ว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต้องรับผิดชอบ ตรวจสอบและแจ้งเตือนประชาชนให้ชัดเจน ระบบต้องเตือนได้ทันทีว่าเป็น 'มิจฉาชีพ' หรือ 'สงสัยเป็นมิจฉาชีพ' ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องบล็อกเบอร์กันเองในขณะที่ค่ายมือถือรับกำไร
นายเจษฎ์ ยังได้ฝากข้อคิดเรื่องการต่อต้านการทุจริตว่า การแก้โกงต้องเริ่มที่ตัวเราตั้งแต่วันเลือกตั้ง หากยังมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ก็เท่ากับเริ่มต้นด้วยการรับสินบน และนักการเมืองที่จ่ายเงินเข้ามาก็ต้องไปถอนทุนคืน การรับเงินจึงเท่ากับเราได้ร่วมมือกับเขาโกงประเทศไปแล้ว ดังนั้นถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องหยุดวงจรนี้ที่ตัวท่านเอง
ขณะที่นายชัยวุฒิ ได้ประกาศจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนี้ ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับประชาชน มาตราไหนที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนนั้นไม่มี มีแต่กลุ่มนักการเมืองขี้โกง นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ หรือพรรคที่ถูกยุบเพราะล้มล้างการปกครองเท่านั้นที่เดือดร้อนและอยากจะแก้
"การจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ต้องใช้เงินนับหมื่นล้านบาทและทำประชามติถึง 3 รอบ ซึ่งสิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณ สู้เอาเงินส่วนนี้ไปแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนดีกว่า จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันแสดงพลัง 'ไม่เห็นชอบ ไม่ฉีกรัฐธรรมนูญปราบโกง' เพื่อหยุดความขัดแย้งและเดินหน้าประเทศ" หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าว.