เลือกตั้ง 2569 : กรณ์หวังปักธงประชาธิปัตย์เชียงใหม่ ในรอบกว่า 20 ปี ส่ง ‘ต๊ะ นารากร’ เข้าสภาฯ
วันนี้ (14 มกราคม) เวลา 08.30 น. ที่ตลาดประตูเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการหาเสียงของ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับ นารากร ติยายน หรือ ต๊ะ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 หมายเลข 7
กรณ์และนารากรเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายภายในตลาด แนะนำตัว แจกเอกสารแผ่นพับ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ซึ่งมีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามาพูดคุย ให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตลอดการเดินหาเสียง
กรณ์กล่าวว่า ทิศทางพรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ว่าเป็นยุคของการ ‘เกิดใหม่’ หรือ New Born สะท้อนได้จากการตอบรับของสังคมที่ดี หลังจากมีความเบื่อหน่ายต่อปัญหาการเมืองและการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะอภิสิทธิ์ได้พิสูจน์ความซื่อสัตย์และการรักษาคำพูดมาแล้ว ซึ่งการพัฒนาประเทศต้องจะต้องทำควบคู่กับทั้งเรื่องนโยบายที่ดีและการปราบปรามคอร์รัปชัน รวมถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์
กรณ์ยังกล่าวถึงการเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ปักธงในพื้นที่นี้มากว่า 20 ปี เนื่องจากที่ผ่านมาอาจหลงทิศหลงทาง ซึ่งปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ พรรคจึงต้องการเป็นทางออกให้ประชาชน โดยเฉพาะชาวเชียงใหม่ไม่จะต้องไม่ทนกับความยากจนอีกต่อไป ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็นนโยบายสำคัญของพรรค และตนในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความตั้งใจผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ เช่น คุณภาพอากาศและน้ำท่วม
สำหรับกระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่ากำลังปรับตัวดีขึ้น ได้รับการตอบรับอย่างดีในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และหวังว่าจะสามารถปักธงในจังหวัดเชียงใหม่ได้ เนื่องจากเชียงใหม่ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางภาคเหนือ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวเหนือ หากพรรคมีผู้แทนเข้าสู่สภา จะมีความหมายอย่างยิ่งต่อการประกาศการกลับมาของประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคของคนไทยทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ ภารกิจของกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ยังรวมถึงการพบปะผู้ประกอบการในหัวข้อ ‘Reset เชียงใหม่ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล’ ที่ศูนย์เลือกตั้งของ นารากร ติยายน ภายในร้าน A Love Cafe และในช่วงบ่ายจะร่วมเวทีดีเบตหัวข้อ ‘Debate to Decide: ทางเลือกนโยบายทางเศรษฐกิจ’ ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่