ปลัดคลัง ย้ำ คนละครึ่งพลัส ไม่มีรอบเก็บตก ให้รอเฟส 2 เตือนร้านค้าเก็บ VAT แยกไม่ได้
คนละครึ่งพลัส ใช้สิทธิ์แล้ว 18 ล้านราย ปลัดคลัง เผยไม่นำสิทธิ์เหลือจากวันที่ 11 พ.ย. มาเปิดลงทะเบียนใหม่ รอเฟส 2 รอบเดียว ให้สิทธิ์กลุ่มตกหล่นลำดับแรก ชี้ร้านค้าเก็บ VAT แยกกับราคาสินค้าไม่ได้ หากพบแจ้งได้ทันที พาณิชย์-อปท. พร้อมตรวจสอบ แจง เที่ยวดีมีคืน ใช้กับร้านอาหารในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้านได้
4 พ.ย. 2568 - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดการใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งพลัสมีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 18 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งหมด 20 ล้านราย ขณะที่มีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 834,000 ร้านค้า
“ผู้ได้รับสิทธิ์ครั้งนี้แทบจะครอบคลุมแล้วเพราะหากรวมผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสที่ 20 ล้านราย กับ ผู้ได้รับบัตรการเติมเงิน 1,700 บาท ผ่านบัตรสวัสดิการอีก 13.5 ล้านราย ก็ครอบคลุมประชาชนกว่า 33.5 ล้านราย ซึ่งนับเป็นโครงการที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา เป็นโครงการที่ขนาดใหญ่กว่าโครงการในอดีต”
ทั้งนี้ในวันที่ 11 พ.ย. 2568 นี้จะเป็นวันสุดท้ายของการใช้สิทธิ์ครั้งแรก โดยหากประชาชนไม่ใช้สิทธิ์จะถูกตัดสิทธิ์ในโครงการนี้ โดยกระทรวงการคลังจะไม่มีการนำสิทธิ์ที่เหลือจากการตัดสิทธิ์ดังกล่าวมาเปิดลงทะเบียนใหม่ อย่างไรก็ตามจะมีการเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 อีกครั้ง โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้แนวทางมาแล้วว่าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเน้นให้สิทธิ์กลุ่มที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์เป็นลำดับแรกและจะมีเรื่องการอัพสกิลรีสกิลด้วย
“วันนี้ใช้สิทธิ์ไปแล้ว 18 ล้านคน เหลือไม่กี่สิทธิ์กับเวลาอีก 7 วัน คิดว่าประชาชนน่าจะใช้สิทธิ์ครบ เรามองว่ากลุ่มคนที่ตกหล่นจริง ๆ นั้นมีน้อยมาก เนื่องจากกลุ่มเปราะบางส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในระบบบัตรสวัสดิการอยู่แล้ว”
ส่วนกรณีที่มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% เพิ่มจากลูกค้าที่ใช้สิทธิ์ นายลวรณ กล่าวว่า หากร้านค้าจดทะเบียน VAT ก็ต้องรวมภาษีไว้กับราคาสินค้าแล้วไม่สามารถเก็บแยกเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้หากประชาชนพบกรณีดังกล่าวสามารถแจ้งตรวจสอบได้ทันที โดยกระทรวงพาณิชย์และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมที่จะเข้าทำการตรวจสอบ
“การอยู่ในระบบ VAT ไม่ใช่ว่าขายของ 100 บาท แล้วบวก VAT อีก 7 บาท แต่ในราคานั้นต้องรวม VAT แล้ว เพราะเราใช้ระบบ VAT แบบ Inclusive คือราคาขายต้องรวม VAT แล้ว แต่หากร้านค้าไม่ได้อยู่ในระบบ VAT เราก็ยืนยันว่าเราไม่ได้นำข้อมูลการค้าขายส่งให้กรมสรรพากรจึงไม่จำเป็นต้องมาบวก VAT เพิ่ม”
นายลวรณ เปิดเผยต่อว่า สำหรับโครงการเที่ยวดีมีคืนในครั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์กับร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้านได้ จากเดิมที่กำหนดให้ใช้เฉพาะร้านค้าที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้านเท่านั้น
“จุดประสงค์เดิมของโครงการคือการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวข้ามพื้นที่ แต่โครงการนี้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์กับร้านอาหารที่อยู่ในจังหวัดเดียวกับทะเบียนบ้านได้ ซึ่งที่ประชาชนขอใบกำกับภาษีเมื่อไปใช้บริการจะช่วยสนับสนุนการจัดการภาษีของประเทศด้วย”