ตลาดรับสร้างบ้าน ‘กรุงเทพฯ’ ดิ่ง 35% ‘ภาคใต้’ โตสวนกระแส 25%
เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า-การเมืองไม่นิ่งฉุดภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้าน 9 เดือนแรกปี 68 หดตัว 14% แตะ 1.41 แสนล้านบาท ไตรมาส 2-3 พลิกบวก 7% ชี้ดีมานด์ต่างจังหวัดดันตลาดฟื้นตัว สมาคมฯ เชื่อมั่นสัญญาณบวกต่อเนื่องถึงปี 2569
1 ธันวาคม 2568 - นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค. – ก.ย.) ปี 2568 ว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่ามูลค่าตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านอยู่ที่ประมาณ 141,077 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับ 163,882 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2567
การหดตัวดังกล่าวเป็นผลจาก สถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า เสถียรภาพทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง และกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่
มูลค่าตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 26,805 ล้านบาท ลดลง 35% จาก 40,971 ล้านบาท ขณะที่ตลาดต่างจังหวัดมีมูลค่า 114,272 ล้านบาท ลดลง 7% จาก 122,912 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดธุรกิจรับสร้างบ้านใน ไตรมาส 2 และ 3 ปี 2568 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว เมื่อเทียบผลงานแต่ละไตรมาสของปีเดียวกัน โดยไตรมาส 2 มีมูลค่าการก่อสร้างบ้าน 45,167 ล้านบาท และปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 ด้วยมูลค่า 48,200 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงถึงการเติบโตต่อเนื่อง 7% สะท้อนว่าความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินตนเองเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะในต่างจังหวัด
ยอดขายในต่างจังหวัดมีสัดส่วนสูงถึง 81% ของภาพรวมตลาด 9 เดือนแรกปี 2568 คิดเป็นมูลค่า 114,272 ล้านบาท ซึ่งหดตัวเพียง 7% ในขณะที่ยอดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสัดส่วน 19% มูลค่า 26,805 ล้านบาท และหดตัวถึง 35% ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ากำลังซื้อหลักมาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเมืองรองที่ยังคงมีความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินตนเองสูง
เมื่อเจาะลึกเป็นรายภูมิภาค พบว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการเติบโต 7% ขณะที่ภาคกลางเติบโต 33% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเติบโต 13% ภาคตะวันตกเติบโต 7% และภาคใต้เติบโตสูงถึง 25% ในทางกลับกัน ภาคตะวันออกหดตัว 15% และภาคเหนือหดตัว 5%
นายอนันต์กรระบุว่า การเติบโตในตลาดภูมิภาคมาจากความพยายามของสมาคมฯ ในการสร้างมาตรฐานการก่อสร้างและยกระดับบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีค่าก่อสร้างบ้าน และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชนอื่นๆ
สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการสร้างบ้าน คาดว่าผู้บริโภคจะเร่งตัดสินใจเร็วขึ้น เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในปี 2569
นายอนันต์กรสรุปว่า หากเศรษฐกิจโดยรวมมีทิศทางดีขึ้นและ GDP เติบโตใกล้ระดับ 2.5 - 3% ตลาดรับสร้างบ้านมีโอกาสเติบโตในระดับเลขตัวเดียว โดยมีกำลังซื้อหลักจากต่างจังหวัดและความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองเป็นแรงขับเคลื่อน