โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงลูกในครอบครัวใหญ่: ทำอย่างไรดีเมื่อญาติผู้ใหญ่ชอบเข้ามาแทรกแซงการเลี้ยงลูก?!

Mood of the Motherhood

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 00.52 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 00.51 น. • Features

ครอบครัวที่มีคนหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน มักถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่อบอุ่น เต็มไปด้วยความรักความผูกพันที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีลูกเป็นของตัวเอง อาจต้องพบความจริงอีกข้อ ก็คือการเลี้ยงลูกอาจไม่ใช่เรื่องของคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น แต่กลับเป็นเรื่องของคนทั้งครอบครัว เพราะจะมีญาติผู้ใหญ่ที่เดินเข้ามาพร้อมคำแนะนำการเลี้ยงลูกในแบบของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การนอน วินัย หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันของลูกการ เลี้ยงลูกในครอบครัวใหญ่ ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะขัดใจก็กลัวกระทบความสัมพันธ์ จะนิ่งเฉยก็ยิ่งทำให้หลักการเลี้ยงลูกของตัวเองถูกสั่นคลอน ยิ่งในยุคที่คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่มีหมุดหมายเป็นการพยายามเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจและให้ความสำคัญกับอารมณ์และพัฒนาการของลูก คำแนะนำและวิธีการเลี้ยงดูจากรุ่นก่อนจึงอาจไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เชื่อและตั้งใจทำคำถามก็คือคุณพ่อคุณแม่จะเอาตัวรอดจากการ เลี้ยงลูกในครอบครัวใหญ่ ที่เต็มไปด้วยความรักและปรารถนาดีได้อย่างไร ให้ยังคงสามารถเลี้ยงลูกตามแนวทางของตัวเองได้อย่างหนักแน่น โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์หรือทำร้ายความรู้สึกของคนในบ้านและญาติผู้ใหญ่1. แสดงให้ชัดว่าเป้าหมายการเลี้ยงลูกของคุณคืออะไร

หลายความขัดแย้งในครอบครัวไม่ได้เกิดจากความตั้งใจไม่ดี แต่เกิดจากการที่เราไม่เคยอธิบายให้กันและกันเข้าใจว่า เรากำลังพยายามพาลูกไปทางไหน ปู่ย่าตายายอาจเห็นเพียงพฤติกรรมตรงหน้า เช่น เด็กไม่เชื่อฟัง หรือพ่อแม่ไม่เข้มงวด แต่ไม่รู้ว่าข้างหลังนั้นมีเป้าหมายระยะยาวที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจวางไว้การพูดถึงเป้าหมายการเลี้ยงลูกอย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ ไม่ใช่การปล่อยปละละเลย แต่คือการเลือกวิธีที่สอดคล้องกับคุณค่าที่คุณอยากส่งต่อให้ลูก เช่น การตัดสินใจด้วยตัวเอง การรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ หรือการเติบโตอย่างมั่นคงทางใจเมื่อปู่ย่าตายายเห็นภาพใหญ่ อาจทำให้เข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมคุณถึงเลือกไม่ใช้การบังคับ ไม่ลงโทษรุนแรง และไม่เร่งแก้ปัญหาทุกอย่างแทนลูกนั่นเอง2. เตือนอย่างนุ่มนวลว่า การเลี้ยงลูกไม่มีสูตรเดียวใช้ได้กับทุกยุค

โลกที่ลูกของเรากำลังเติบโต แตกต่างจากโลกที่ปู่ย่าตายายเคยเลี้ยงลูกอย่างสิ้นเชิง ทั้งเทคโนโลยี ความเร็วของข้อมูล และแรงกดดันทางสังคม วิธีที่เคยได้ผลในอดีตอาจไม่เหมาะกับเด็กในบริบทปัจจุบันการสื่อสารประเด็นนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นการเถียงว่าใครถูกใครผิด แต่เป็นการชวนกันมองว่า เด็กยุคนี้ต้องเผชิญกับโลกแบบไหน และต้องการทักษะอะไรในการใช้ชีวิต การยอมรับว่าแต่ละยุคมีความท้าทายต่างกัน จะช่วยให้ปู่ย่าตายายเปิดใจมากขึ้น โดยไม่รู้สึกว่าประสบการณ์ของตัวเองถูกลดคุณค่า ความตึงเครียดก็จะค่อยๆ คลายลง3. เปิดใจรับฟังมุมมองของปู่ย่าตายายด้วย

ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ผู้ใหญ่รับฟัง ปู่ย่าตายายเองก็ต้องการพื้นที่ในการเล่าและแสดงความเห็นของตัวเองเช่นกัน การรับฟังไม่ได้แปลว่าต้องเห็นด้วยทั้งหมด แต่คือการยอมรับว่าความห่วงใยของพวกท่านมีที่มาหลายครั้ง คำพูดที่ฟังดูแรงหรือแทรกแซง อาจซ่อนความกลัว ความไม่มั่นใจ หรือความรักที่ไม่รู้จะสื่อสารอย่างไร การฟังด้วยใจช่วยให้บทสนทนาเปลี่ยนจากการปะทะ เป็นการพูดคุยมากขึ้นได้ เมื่อปู่ย่าตายายรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า และไม่ได้ถูกกันออกจากชีวิตหลาน ความจำเป็นที่จะต้องควบคุมหรือแทรกแซงก็มักจะลดลงตามไปด้วย4. ขอบคุณความหวังดี แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้เราดูแลเองได้

การตั้งขอบเขตกับญาติผู้ใหญ่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับความกตัญญูและความรัก แต่การไม่ตั้งขอบเขตเลย อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกอึดอัด สับสน และไม่มั่นใจในบทบาทของตัวเองการขอบคุณความหวังดี พร้อมยืนยันจุดยืนอย่างสุภาพ ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายยังรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ การมีขอบเขตที่ชัด ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ห่าง แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัย และรู้ว่าควรวางตัวอย่างไรในชีวิตของกันและกัน5. วางข้อตกลงให้ชัดเมื่อต้องช่วยดูแลหลาน

เมื่อปู่ย่าตายายมีบทบาทดูแลหลาน ไม่ว่าจะเป็นชั่วคราวหรือเป็นประจำ ความชัดเจนเรื่องกติกาและขอบเขตคือสิ่งสำคัญ การปล่อยให้ต่างคนต่างเดาใจกัน อาจทำให้เด็กสับสน และทำให้ผู้ใหญ่เครียดโดยไม่จำเป็นการพูดคุยล่วงหน้าเรื่องเวลา การใช้หน้าจอ การกิน การนอน หรือการจัดการพฤติกรรม ช่วยให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสบายใจ เด็กเองก็จะรู้สึกมั่นคง เพราะกติกาไม่เปลี่ยนไปมา ข้อตกลงที่ดี ไม่ใช่การควบคุม แต่คือการช่วยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างราบรื่น6. รักษาความสัมพันธ์พิเศษระหว่างปู่ย่าตายายกับหลาน

นอกจากบทบาทด้านกติกาและการดูแลแล้ว ปู่ย่าตายายยังมีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่แห่งความอบอุ่น ความเอ็นดู และความทรงจำที่ดีของลูก ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่จำเป็นต้องถูกทำให้ตึงเครียดด้วยหน้าที่การควบคุมตลอดเวลา เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจขอบเขต ปู่ย่าตายายจะสามารถเป็นตัวเองในบทบาทที่งดงาม หลานรู้สึกปลอดภัย อยากเข้าใกล้ และอยากจดจำนอกจากนี้ ความสัมพันธ์ที่อ่อนโยนระหว่างปู่ย่าตายายกับหลาน ไม่เพียงเติมเต็มหัวใจของเด็กแล้ว แต่ยังช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้นในระยะยาวอีกด้วยอ่านบทความ: เลี้ยงลูกในครอบครัวใหญ่ และ 5 ความท้าทายที่พ่อแม่ต้องเผชิญอ้างอิงpositiveparentingsolutions

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...